บทความยอดนิยม

กระทู้ล่าสุด

เข้าระบบ สมาชิก






ลืมรหัสผ่าน?

ผู้ใช้งานขณะนี้

ขณะนี้มี 18 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม: 33332084
ย้อนรอยสุดยอดปรมาจารย์ หลังกึ่งพุทธกาล
หน้าแรก
วัตถุมงคลชุดแรกของหลวงปู่ทิม ตอนที่ ๑ (ปลัด) PDF พิมพ์
เขียนโดย ชินพร สุขสถิตย์   
อังคาร, 09 ตุลาคม 2007
ปลัด            พระครูภาวนาภิรัติ หรือ หลวงปู่ทิม อิสริโก อดีตเจ้าอาวาสวัดละหารไร่ บ้านหนองบัว อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ยอดพระเกจิอาจารย์ภาคตะวันออก เป็นชาวระยองโดยกำเหนิด หลังจากพ้นภาระจากการเป็นทหารรับใช้ชาติแล้ว ท่านได้ช่วยทางบ้านทำไร่ทำนาอยู่หลายปี จนเมื่อวันเสาร์ขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะแม ตรงกับวันที่ ๗ มิ ถุนายน ๒๔๔๕ ก่อนเข้าพรรษาประมาณเดือนเศษ โยมแจ้ และโยมอิน งามศรี บิดามารดาของท่าน จึงจัดการอุปสมบทให้ ณ พัทธสีมา วัดไร่วารี โดยมีพระครูขาว วัดทบมาเป็นพระอุปปัชฌาย์ พระอาจารย์สิงห์ วัดละหารใหญ่ เป็นพระอนุศาสนาจารย์ และพระอาจารย์เกตุ เป็นพระกรรมาวาจาจารย์ ได้รับฉายาว่า “อิสริโก” แปลว่า ผู้รักสันโดษ

              เมื่อท่านถวายตัวเป็นพุทธบุตรแล้ว ท่านก็ปฏบัติตนอย่างเคร่งครัด รักสันโดษ จนถึงปวารณาฉันท์เจตลอดชีวิตมาตั้งแต่พรรษาต้น ๆ การฉันท์เจของท่านแม้จะเคร่งครัดแต่ท่านก็รับบิณฑบาตรจากญาติโยมโดยทั่วไป แต่เวลาฉันท์ท่านเลือกฉันทแต่อาหารที่ไม่ได้ทำจากเนื้อสัตว์ เมื่อบวชแล้วท่านสนใจวิชาอาคมและแพทย์แผนโบราณ เพราะในยุคนั้น ผู้ที่จะเป็นหมอยาก็ต้องเรียนรู้ทางวิทยาอาคมด้วย หลวงปู่ทิมจึงเรียนทั้งสองอย่างควบคู่กันไป ทุกครั้งทึ่ท่านจะปลุกเสกวัตถุมงคลท่านก็จะอัญเชิญครูบาอาจารย์โดยกล่าวเสียงดังพอที่จะให้ลูกศิษย์ได้ยินชื่อผู้ที่เป็นอาจารย์ของท่านว่า “โยมเริ่ม โยมรอด โยมสาย หมอวัง......” นอกจากจะร่ำเรียนคาถาอาคมจากครูบาอาจารย์ทั้งฆาราวาส และพระภิกษุสงฆ์แล้ว ท่านยังได้เรียนจากตำราของหลวงปู่สังข์เฒ่า ผู้เป็นปู่แท้ ๆ ที่ได้นำสารรพตำราต่างๆ มาทิ้งไว้ที่วัดละหารไร่ด้วย หลวงปู่สังข์เฒ่า เป็นพระเกจิอาจารย์ ที่มีชื่อเสียงเป็นอมตะ มีคาถาImage  อาคมกล้าแข็ง ถ้าถ่มน้ำลายลงพื้นพื้นจะแตก เมื่อครั้งไฟไหม้จังหวัดระยองครั้งใหญ่ ไฟได้ลุกลามร้านค้าบ้านช่องมากมายเป็นประวัติการณ์ในยุคน้น รถดับเพลิงก็มีน้อย ต้องวิ่งมาจากชลบุรี แต่ได้มีพระภิกษุชรารูปหนึ่ง ได้ไปยืนอยู่เหนื้อลม ขอขันใส่น้ำมาจากชาวบ้านแล้วพรมไปทางใต้ลม การกระทำของท่านเป็นการกีดขวางการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เจ้าเมืองระยองในขณะนั้นถึงกับออกปากไล่ท่าน แต่ในไม่ช้าไฟที่ลุกเผาผลาญเมืองระยองในยุคนั้น ได้ค่อย ๆ ซาลงและดับในที่สุด เจ้าเมืองระยองจึงต้องไปกราบขอโทษและนิมนต์ท่านมาอยู่ที่วัดเก๋งจีน จังหวัดระยอง เล่ากันว่าต้องใช้หอกใบพายถึง ๔ เล่ม ๔ คน ยอกันท่านขื้นไปนั่งบนหลังช้าง

            หลวงปู่ทิมนอกจากจะไปศึกษาวิทยาคาถาอาคมจากฆราวาสหลายท่านและอาจารย์เก่งๆ แล้ว ท่านยังได้ศึกษาจากตำราของหลวงปู่สังข์เฒ่าที่ตกทอดอยู่ที่วัดละหารไร่อีกด้วย วัตถุมงคงที่หลวงปู่สร้างครั้งแรกๆ คงจะได้แก่เครื่องราง อันมีตะกรุดต่างๆ เป็นหลัก สำหรับเหรียญรูปเหมือนซี่งเป็นสัญญลักษณ์แทนตัวท่านนั้น ท่านสร้างเมื่ออายุเลย ๘๐ ปี ไปแล้ว เพราะท่านถือคติตามครูบาอาจารย์สมัยเก่าว่า อายุตัองเลยพระไปแล้ว จึงจะสร้างรูปตัวเองให้ผู้คนเอาไปเคารพบูชาเอาไปได้ อายุเลยพระหมายถึงต้องมีอายุเลย ๘๐ ปี ไปแล้ว เพราะสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จปรินิพพานเมื่ออายุ ๘๐ พรรษา พระเกจิอาจารย์ในยุคเก่าที่ถือเคร่งจึงยึดคตินี้เป็นแนวปฏิบัติ แม้จะยังไม่สร้างรูปเหมือนแต่ท่านก็ได้สร้างเครื่องรางขึ้นก่อน โดยมีตะกรุดเป็นเครื่องรางชิ้นแรกๆ มีตะกรุดโทน ตะกรุด ๓ กษัตริย์ ตะกรุด ๗ ดอก ตะกรุดมหากำบัง ตลอดจนตะกรุดสาริกา และเครื่องรางชิ้นสำคัญอีกอย่างก็คือ ปลัด ท่านเคยเล่าว่า การสร้างหรือทำปลัด ท่านเรืยนมาจากตำราดั่งเดิมของหลวงปู่สังข์เฒ่า โดยทำถูกต้องตามตำราทุกอย่าง แต่ปลุกเสกอย่างไร ปลัดก็ไม่เคลื่อนไหว ปลัดปลัดปลัด   ตำราบอกว่าต้องปลุก ให้ปลัดเคลื่อนไหว จึงจะใช้ได้ มิเช่นนั้นก็ไม่ผิดอะไรกับไม้ท่อนหนึ่ง ท่านเล่าว่า ปลุกอย่างไรก็ไม่เคลื่อนไหว จึงไปเรียนถามหลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ ท่านบอกว่า มันอยู่ที่ใจ ไม่ว่าจะภาวนาปลุกเสกอย่างไร ปลัดก็ไม่เคลื่อนไหว ต่อมาเลยไปถามหลวงพ่อเหลือ วัดสาวชะโงก ท่านก็ตอบทำนองเดียวกับหลวงพ่ออี๋ ว่ามันอยู่ที่ใจ ท่านก็กลับมานั่งปลุกเสกอีก ปลัดก็ยังไม่เคลื่อนไหว ท่านก็เลยนั่งฝึกจิตเป็นการใหญ่ แล้วเพิ่มอักขระ หัวใจตะกั่วและหัวในทองแดง ลงไปในปลัดไม้อีก นอกจากพระคาถาบังคับคือ มะอะอุ กันหะเนหะ นะมะพะทะ ... ท่านเล่าว่าทั้งนั่งปลุกและนั่งเพ่งเป็นการใหญ่ จดจ่ออยู่แต่ปลัดอย่างเดียว ในที่สุดก็เคลื่อนไหวได้ และได้ไปทำให้หลวงพ่ออี๋ดู ในครั้งที่หลวงพ่ออี๋มาเยี่ยมหลวงพ่อวงศ์ วัดบ้านค่าย ยอดพระเกจิอาจารย์ของชาวระยอง หลวงพ่ออี๋เคยพูดกับชาวระยองที่เป็นหลงจู้ชาวระยองผู้คุมรถสายสัตหีบ ชลบุรี-กรุงเทพฯ ว่า ระยองมีช้างเผือกอยู่เชือกหนึ่งนะ หลงจู้ผู้เฒ่าเพิ่งจะรู้ว่า ช้างเผือกที่หลวงพ่ออี๋ บอกครั้งนั้นก็คือ หลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่นี่เอง เพราะต้องการตอบแทนผู้ถวายปัจจัยช่วยสร้างพระอุโบสถ ท่านจึงต้องเสกให้ผู้คนเห็นว่า ปลัดของท่านก็วิ่งได้ ไม่ใช่ท่อนไม้ธรรมดาๆ

 

วัตถุมงคลชุดแรกของหลวงปู่ทิม ตอนที่ ๒ (ตะกรุด)

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( ศุกร์, 02 พฤศจิกายน 2007 )