บทความยอดนิยม

กระทู้ล่าสุด

เข้าระบบ สมาชิก






ลืมรหัสผ่าน?

ผู้ใช้งานขณะนี้

ขณะนี้มี 9 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม: 35012509
ย้อนรอยสุดยอดปรมาจารย์ หลังกึ่งพุทธกาล
หน้าแรก arrow ข่าวสาร arrow !! ชี้แจงเรื่องการสร้างศาลาภาวนาภิรัต !!
!! ชี้แจงเรื่องการสร้างศาลาภาวนาภิรัต !! PDF พิมพ์
เขียนโดย ชินพร สุขสถิตย์   
จันทร์, 26 ธันวาคม 2011

ศาลาภาวนาภิรัต วัดละหารไร่ จังหวัดระยองเนื่องจากมีบุคคลบางกลุ่มได้พยายามบิดเบือนเรื่องการสร้างศาลาภาวนาภิรัต และคำพูดที่หลวงปู่ทิม กล่าวถึง อ.ชินพร “ไม่ว่านี่จะอยู่ที่ไหนพรจะทำอะไรนี่ก็จะลงมาทำให้” จึงขอชี้แจงตามนี้
            ก่อนหลวงปู่ทิมจะป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาลท่านได้ถามผม(นายชินพร) ต่อหน้าลูกศิษย์ที่ร่วมสร้างศาลาภาวนาภิรัติหลายคนว่า ศาลาเสร็จหรือยัง ผมตอบว่า เสร็จแล้วครับ หลวงปู่ไม่ต้องเป็นห่วง จ่ายเงินค่าก่อสร้างเกือบหมดแล้ว หลวงปู่พูดว่า อย่างนั้นนี้ (ตัวท่าน) ก็สบายใจ ผมขอสร้างรูปเหมือนขนาดเท่าองค์จริง เพื่อเอาไว้กราบไหว้บูชาแทนตัวเมื่อหลวงปู่ไม่อยู่แล้ว ท่านบอกยังไม่ต้องสร้างให้ตายก่อนคอยสร้าง ผมถามว่า แล้วจะศักดิ์สิทธิขลังเหมือนหลวงปู่ยังอยู่หรือครับ ท่านบอกว่าเหมือนกันแล้วพูดอีก “ไม่ว่านี่ (ตัวท่าน) จะอยู่ที่ไหนพรจะทำอะไรนี่ก็จะลงมาทำให้” ทุกคนได้ยินหมดและเคยพิมพ์ลงในหนังสือพระเครื่องไปแล้วหลายครั้งหลายหน

            ก่อนทำบุญ ๑๐๐ วัน  ( ๒๓ ม.ค. ๑๙) ผมได้ไปจ้างช่างแก้ว สร้างรูปหล่อเท่าองค์จริง หลวงปู่ทิมขึ้น ในวันหล่อผมได้ชวนนายสาย แก้วสว่าง นายเพียรวิทย์ จารุสถิติ ไปร่วมทำพิธี ในสวนซึ่งอยู่ใกล้ ๆ วัดปากน้ำภาษีเจริญ เมื่อเททองเสร็จน้ำไหล เข้ามาท่วมสวนพอดี เมื่อถึงวันทำบุญครบ ๑๐๐ วัน เมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๑๙ ก็นำไปเข้าพิธีพุทธาภิเษกพร้อมพระเครื่องต่าง ๆ อีกจำนวนหนึ่งในพระอุโบสถวัดละหารไร่ รุ่งขึ้นมีการประชุมกรรมการวัดเพื่อตรวจสอบของในกุฏิหลวงปู่ทิม โดยมีเจ้าคณะอำเภอบ้านค่ายพระครูวิจิตนุวัตร หลวงพ่อลัด วัดหนองกระบอก เป็นประธาน
            ในการประชุมท่านบอกว่าของในกุฏิหลวงปู่ทิมจะต้องตกเป็นของสงฆ์ทั้งหมดส่วนของที่นำมาให้หลวงปู่ทิมปลุกเสกก็ให้เจ้าของรับคืนไป ผมบอกว่ามีของส่วนตัวฝากให้หลวงปู่ทิมปลุกเสกอยู่ ๑ กล่องไม้ และพระปิดตาตะกั่วยันต์ยุ่งอีกหนึ่งหีบเหล็ก ผมขอคืนด้วย เพราะทำขึ้นเพื่อตั้งใจจะเอาไปแจกผู้ร่วมทำบุญถอดกฐินที่วัดละหารไร่
            ในการประชุมวันนั้นมีร้านก่อสร้างหลายร้าน นำใบท่วงหนี้มาแจ้งกับคณะกรรมการวัดละหารไร่ ยังมีหนี้ค่าก่อสร้างต่าง ๆ มารวมแล้วเป็นเงินเกือบล้านบาท ที่ประชุมว่าใครจะรับผิดชอบ ผมบอกว่าการสร้างวัตถุมงคลเมื่อได้เงินเข้าก็จะแบ่งออกเป็น ๓ ที่ อยู่วัดหนึ่ง อยู่ที่ธนาคารสหกรณ์การเกษตรหนึ่งและอยู่ที่ผมอีกส่วนหนึ่ง เพื่อใช้จ่ายในการสร้างวัตถุมงคล เงินที่เข้ามาทางวัดและทางธนาคารจะเป็นเงินค่าก่อสร้างศาลาก็จ่ายครบ ๒.๗ ล้านบาทหมดแล้ว  การจ่ายเงินค่าก่อสร้างศาลาแต่ละงวดจะต้องมีนายช่างชลประทานฝาย บ้านค่าย นายสุขุม แสงชูวงศ์ เป็นผู้เซ็นผ่านว่างานแต่ละขั้นตอนถูกต้องแล้ว เงินที่ร้านก่อสร้างมาท้วงวัดต้องรับผิดชอบเองเพราะผมได้จ่ายในส่วนโครงสร้างหมดแล้ว แต่ก็หาผู้รับผิดชอบไม่ได้ ผมจึงเสนอว่าเพื่อความสบายใจของหลวงปู่ ผมขอรับผิดชอบเองจะจ่ายให้ทุกรายแต่วัดต้องคืนของ ๑ กล่องไม้ ๑ หีบเหล็ก ให้ผมที่ประชุกตกลง ผมจึงจ่ายให้จนครบทุกรายส่วนเงินที่เหลือได้นำมาก่อตั้งมูลนิธิหลวงปู่ทิม และจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเสร็จเมื่อ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๑๙ ส่วนที่เหลือเก็บไว้ทำงานพระราชทานเพลิงศพหลวงปู่ทิม

            ทางวัดละหารไร่ได้จารึกชื่อคณะผู้ก่อสร้างไว้ในศาลาภาวนาภิรัติโดยมีชื่อตามดังนี้

  • พระครูภาวนาภิรัติหลวงปู่ทิม เป็นประธาน
  • นายชินพร สุขสถิตย์ อันดับ ๑
  • คุณสาย แก้วสว่าง อันดับ ๒
  • คุณนารถ วิเชียรเสนาะ ๓
  • คุณเพียรวิทย์ จารุสถิติ อันดับ ๕  
  • คุณประชา ตรีภาสัย อันดับ ๖
  • คุณอารมย์ ทับสุวรรณ ๗

 

รายนามคณะผู้ก่อสร้างศาลาภาวนาภิรัติ
รายนามคณะผู้ก่อสร้างศาลาภาวนาภิรัติ
รายนามคณะผู้ก่อสร้างศาลาภาวนาภิรัติ
รายนามคณะผู้ก่อสร้างศาลาภาวนาภิรัติ

 

            และแจ้งยอดเงินที่ใช้ในการดำเนินการไว้ทุกบาททุกสตางค์ ร่วมกว่า ๕ ล้านบาท ไม่ได้มีการติดค้างใด ๆ ทั้งสิ้น ต่อมาผมได้ทวงถามหลักฐานการจ่ายเงินจากไวยาจักรวัดละหารไร่ นายเพียรวิทย์ จารุสถิติ แจ้งกับผมว่าหลักฐานที่บันทึกและเก็บไว้ ไฟไหม้ หมด ความจริงเป็นอย่างนี้

 


ร่วมวิจารณ์บทความ คลิกที่นี่

 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( จันทร์, 26 ธันวาคม 2011 )