บทความยอดนิยม

กระทู้ล่าสุด

เข้าระบบ สมาชิก






ลืมรหัสผ่าน?

ผู้ใช้งานขณะนี้

ขณะนี้มี 47 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม: 21972016
ย้อนรอยสุดยอดปรมาจารย์ หลังกึ่งพุทธกาล
หน้าแรก arrow บทความ arrow หลวงปู่ทิม ท่านพูดถึง เหรียญ พระเครื่อง ของท่านว่าอย่างไร? และใช้อย่างไร?
หลวงปู่ทิม ท่านพูดถึง เหรียญ พระเครื่อง ของท่านว่าอย่างไร? และใช้อย่างไร? PDF พิมพ์
เขียนโดย ชินพร สุขสถิตย์   
เสาร์, 20 ตุลาคม 2007

หลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่
หลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่
            ก่อนที่จะถึงงานฉลองอายุครบ ๘ รอบ หลวง ปู่ทิม อิสริโก ผมซึ่งได้รับอนุญาตให้เป็น ผู้ดำเนินการสร้างวัตถุมงคลได้แต่เพียง คณะเดียว มีอาการกินไม่ได้ นอนไม่หลับ มาหลายคืนจนเกือบๆ จะเป็นโรค ประสาทเอาให้ได้ เพราะมีความกังวลอยู่ ภายในใจ เรื่องการวิ่งเต้นสร้างพระ เครื่องและเหรียญชุด ๘ รอบ หลวงปู่ทิม คิดเป็นเงินถึง ๙ แสน ๘ หมื่นบาทเศษ คือร่วมๆ ล้านบาทโดยเที่ยวติดเงินใคร ต่อใครไว้รอบกรุง เมื่อเช็คยอดจองก็ ปรากฏว่ามีการจองกันไม่มากเท่าที่ควร

           ความกังวลใจยิ่งทวีมากขึ้น เพราะก่อนจะถึงวันงาน ๑๔-๑๕-๑๖ มิถุนายน ๒๕๑๘ มีวัดวาอารามต่างๆ หลายวัดที่ชิงออกตัดหน้ามาก่อน (เพราะ การจัดงานครั้งนี้ ผมได้ประกาศล่วงหน้า ไว้ก่อนหลายเดือน) เลยยิ่งทำให้ผมกลุ้ม ใจหนักขึ้น พอเช้าวันเสาร์ วันอาทิตย์ ผมเลยต้องบึ่งไปหาหลวงปู่ทิมเพื่อหาความ สบายใจ และปรับทุกข์ให้ท่านฟังผมกลัว อยู่อย่างเดียวเมื่อของออกไม่ได้ เงินทุน สร้างซึ่งผมเป็นผู้รับผิดชอบและติดเขา อยู่ ผมจะเอาที่ไหนมาให้ตั้งเกือบล้าน ผมมิเป็นหนี้เขาตาย? และอีกประการก็ คือไม่เคยมีวัดเล็กๆ วัดใดเลยที่จะกล้า ลงทุนสร้างพระตั้งล้านบาท เงินล้าน บาทที่จะออกของให้เช่าแล้วให้ได้คืน มานั้นนับว่ายากแสนยาก  

           แต่ก็คงจะเป็นด้วยบุญบารมี ของหลวงปู่ทิมเป็นแน่ ที่ทำให้ของชุดนี้ เดินอย่างรวดเร็ว ซึ่งระยะเวลาไม่ถึง ๑ เดือน ผมสามารถชำระหนี้ค่าสร้างพระ ตั้งเกือบล้านบาทได้จนหมด ซึ่งทำให้ผม โล่งอกและสบายใจเหมือนยกภูเขาออก จากอก ท่านผู้อ่านอาจจะสงสัยว่ามันลง ทุนทำพระอะไรของมันตั้งล้านบาทค่าลง ทุนล้านบาทที่ว่านี้ส่วนใหญ่จะเป็นค่าพระ ทองคำ ซึ่งเหรียญเสมาทองคำทั้งองค์มี จำนวนถึง ๗๙ เหรียญ หนักเหรียญละ ๒๑ กรัม คิดเป็นเงินทองคำถึงร้อยกว่าบาท เหรียญเสมาหน้าทองคำอีก ๑๖๙ เหรียญๆ ละหนึ่งสลึงเป็นน้ำหนักทองอีก ๕๐ บาท เหรียญหล่อเนื้อทองคำ อีก ๕๖ เหรียญ นอกจากนั้นยังมีเหรียญทองคำอย่างอื่น อีกอย่างละสิบยี่สิบอัน จึงรวมเป็นมูลค่า ทองคำเสียหลายแสนบาท

 

เหรียญเสมาหน้าทองคำ หลังทองคำ
เหรียญเสมาหน้าทองคำหลังทองคำ ตอกโค๊ตนะในเม็ดงาไว้ที่กนกซ้ายขวา
เหรียญเสมาหน้าทองคำ หลังทองคำ
ด้านหลังตอกโค๊ตศาลา เพื่อระบุว่าเป็นของคุณชินพร สุขสถิตย์

 

           ส่วนเหรียญเสมาฉลุเงินลงยาฯ นั้นก็มีต้นทุนในการสร้างสูง จึงทำให้ต้นทุนการจัดทำเป็นเงินถึงล้านบาท ซึ่งเมื่อคิดตัวเลขออกมาแล้ว ผมเอง ก็แทบไม่เชื่อตัวเองว่ามีปัญญาหาทุน มาสร้างได้ถึงขนาดนี้ เป็นมหัศจรรย์ เหลือเกิน เพราะไม่ได้ใช้เงินทุนของ วัดเลย ในระหว่างที่ผมมีความทุกข์ใจใน เรื่องนี้อยู่นั้นหลวงปู่ทิมท่านแนะนำ ให้ผมไปกราบอธิษฐานขอ พระพุทธรูป องค์นี้ศักดิ์สิทธิ์มาก เมื่อเวลาผมไปถึงวัด ผมจึงต้องไปกราบอธิษฐานขอให้พระ ออกไปได้อย่างสวย เพื่อจะได้เงินเข้ามา พัฒนาวัดได้มากๆ ซึ่งก็นับเป็นมหัศจรรย์ มาก เงินลงทุนที่ผมเที่ยวติดเขาไว้ทั่วๆ ไปหมด สามารถหาชำระได้จนหมดอย่าง เหลือเชื่อ ซ้ำขณะนี้ยังคอยเก็บส่วนที่ จะเป็นรายได้สุทธิอยู่แต่เพียงอย่างเดียว
           หลังจากเหรียญออกไปแล้วไม่ ถึงอาทิตย์มีคนมาหาผมที่ตลาดศรีย่าน เพื่อขอเช่าเหรียญทองแดงทั้ง ๓ ชนิดแกเช่าไปอย่างละ ๒๐ เหรียญคิดเป็นเงินมากอยู่ ถามได้ความว่าเช่าเอาไปเก็บไว้ เพราะเห็นความศักดิ์สิทธิ์ทันใจดี
           แกเล่าว่า บ้านอยู่ที่ปากน้ำ สมุทรปราการ มีเด็กหนุ่มที่นั่นคนหนึ่ง เป็นเด็กมีชื่อเสียงในทางนักเลงมีศัตรู มาก ได้มาเช่าเหรียญหลวงปู่ทิมรุ่น ๘ รอบ เนื้อทองแดง พิมพ์นาคปรก พิมพ์ เสมาและรูปไข่ไปอย่างละ ๑ เหรียญ ขณะที่เข้าห้องน้ำ พอเสร็จกำลังจะเดิน ออกมาก็มีคนร้ายควักปืนออกมายิงอย่าง เผาขน ๒ นัดปรากฏว่ากระสุนพลาดถากก้านคอไปหวุดหวิดผู้ยิงได้หนีไป เป็นการประหลาดมาก ในตัวเด็กหนุ่ม คนนี้ มีเหรียญที่เช่าไปอยู่เพียง ๓ เหรียญ เท่านั้น

 

เหรียญเสมาเน้ือทองแดง
เหรียญเสมาเนื้อทองแดงมีทั้งตอกโค๊ตตัว อุ แต่หัวไม่ติดดูคล้ายเลข 1 มีโค๊ต นะเอล ก็มี

เหรียญเสมาเน้ือทองแดง
ด้านหลังมีตราศาลา ก็มีที่ไม่ได้ตอกโค๊ตเลยก็มี ขอให้ดูตำหนิในเหรียญเป็นหลัก
เหรียญเสมาเน้ือทองแดง  

 

 

           อีกราย คุณมนตรี เตมียศิลปิน ทำ งานเป็หัวหน้าช่างภาพอยู่ที่กรมชลประทาน มาติดตามอ้อนวอนขอเช่าเหรียญเจริญพร จากผม แกเล่าให้ฟังว่า ญาติของแกซึ่ง เป็นคนหนึ่งในหกคนที่รอดตายจากเรือ ประมงที่ถูกทหารเขมรยิง และโดดเรือ หนีลอยคออยู่ในทะเลนี้ ผู้ที่รอดตายทั้ง ๖ คนนั้น ทุกคนมีเหรียญหลวงปู่ทิมติดกับ ตัวทุกคน เพราะเป็นคนระยอง
           เมื่ออาทิตย์ที่ ๖ ก.ค. ๑๗ ผมไปวัด เพื่อดูงานก่อสร้าง วันนั้นมีผู้คนมาเช่า พระหลวงปู่ทิมรุ่นนี้ไปหลายคนมีอยู่ ๔-๕ คนที่เช่าไปครั้งหนึ่งแล้วย้อนกลับมา เช่าอีก ถามได้ความว่า เอาไปลองยิง ข้างวัด ปรากฏว่ายิงไม่ออกก็มี ออกแต่ ไม่ถูกก็มี ที่ยิงออกไม่ถูกนั้นยิงในระยะ เผาขน ใช้ปืนจ่ออยู่ห่างกันจากพระไม่กี่ นิ้ว
           เกี่ยวกับเรื่องใช้ปืนยิงออกบ้าง ไม่ออกบ้างนั้น ผมเองก็มีความสงสัย เพราะมีผู้เอาไปทดลองหลายสิบราย ปรากฏว่าเหรียญชนิดเดียวกัน มีทั้งยิง ออกบ้างไม่ออกบ้าง หรือออกแต่ไม่ถูก บ้าง จึงเรียนถามเรื่องนี้กับหลวงปู่ทิม?
           หลวงปู่ทิมท่านกล่าวว่าเหรียญส่วนใหญ่ จะลงหนักไปทางเมตตามหานิยม ใช้ อธิษฐานแก้ข้อขัดข้อง ส่วนเรื่องอยู่ยง คงกระพันนั้นก็มีอยู่บ้าง และไม่ควรจะ เอาพระไปลองเพราะเหรียญนั้นคุ้มตัวเองไม่ได้ จะใช้ให้ได้ผลต้องเกี่ยวข้องอยู่กับ จิตผู้ใช้ด้วยเหมือนดังเช่นรถยนต์ หรือ เครื่องยนต์ มีพลังงานอัดอยู่เต็มรถ ถ้า เราไม่หมุนเครื่อง หรือสตาร์ทเครื่อง รถ นั้นก็แล่นไม่ได้เหมือนท่อนซุงท่อนไม้เรา ดีๆ นั่นเอง การจะใช้พระให้ได้ผลต้องมี ผู้ใช้อยู่ด้วยจึงจะสัมฤทธิ์ เวลามีคนเอาไป ทดลอง ออกบ้างไม่ออกบ้างนั้นเป็นด้วย จิตของผู้ลองเป็นสำคัญ ถ้ามุ่งมั่นเชื่อว่า ไม่ออกแน่ พระก็จะแสดงออกในด้าน มหาอุด
           แต่ถ้าจิตใจโลเลไม่เชื่อมั่นจะออกไปในทางแคล้วคลาดเพราะเหรียญที่ทำขึ้นเป็นเหรียญสำเร็จที่ประจุสูงไป ในทาง เมตตาแคล้วคลาด ตามด้วยคง กระพันและมหาอุด
           ผมเรียนถามท่านว่า เวลาจะใช้ ทำอย่างไร? ท่านว่าให้นึกเอาในใจว่าจะ ใช้ทางไหน ส่วนคาถากำกับจะมีหรือไม่มี ก็ได้ ถ้าจะใช้คาถาด้วยท่านให้ว่าดังนี้ มะอะอุ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา พุทโธ พุทโธ จากคาถาที่ท่านบอกให้ท่องนี้ ถ้า พิจารณาดูให้ดีจะเห็นว่า หลวงปู่ทิมเป็น เพราะที่ปลงตกในทุกสิ่งทุกอย่างแล้วคือ เชื่อได้ว่าท่านไม่ยึดมั่นถือในสิ่งใดแล้ว ตัด ขาดจากข้อยึดมั่นความกังวลทั้งปวง เพราะแม้แต่คาถาอาราธนาพระท่านยัง ให้ท่องคำว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เพราะท่านรู้ดีว่า คนเราทุกวันนี้หันมาหา พระก็เพราะสนใจมุ่งแต่พระเครื่อง ท่าน จึงใส่คำนี้เข้าไป เพื่อให้คนคิดกันบ้าง ว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นไม่เที่ยงแท้แน่นอน อย่าไปยึดมั่นถือมั่นอะไรให้มากนัก นับว่า คาถาปลุกพระของท่านแปลกกว่าของ พระอาจารย์องค์อื่นๆ
           ประสบการณ์อีกรายหนึ่ง คุณ หัสพงษ์ เริ่มรอดทุกข์ อดีตทนายความ ประจำการไฟฟ้าเขต ๒ ชลบุรี เล่าให้ผม ฟังว่า คุณประสงค์ ดาราพร หัวหน้าช่าง สาย ประจำเขต ๓ ได้มาเช่าเหรียญฉลุ หน้าเงิน หลังนวโลหะ ไปจากคุณหัสพงษ์ เหรียญหนึ่ง และได้นำไปห้อยสร้อยแขวน ไว้เพียงเหรียญเดียวไม่กี่วัน ต่อมาคุณ ประสงค์ได้เดินทางไปราชการที่จังหวัด จันทบุรี รถที่นั่งไปเกิดอุบัติเหตุ ชนกับ รถที่สวนมาพังยับเยิน คนเห็นสภาพรถ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าคนในรถไม่มี ทางรอด แต่คุณประสงค์หาเป็นอะไรเท่า รอยแมวข่วนไม่ คุณประสงค์เลยต้องกลับ มาเช่าเหรียญชุดนี้เก็บไว้อีกหลายเหรียญ
           เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๓ ก.ค. ๑๗ พ.ต.ต.นุกูล โสมทัต ผบ.กองบ้านค่าย (ยศ และตำแหน่งในขณะนั้น) ซึ่งเคารพนับถือ หลวงปู่ทิมมาก ได้มาที่วัดละหารไร่ เพื่อ ดูแลความเรียบร้อยป้องกันไม่ให้เหตุร้าย เกิดขึ้นในระหว่างทางเพราะมีรถทัวร์ ขนาดใหญ่เข้ามาในวัดถึง ๒ คัน ผบ.กอง บ้านค่าย ได้เล่าให้ผมฟังว่า พอตำรวจซึ่ง ติดตามมาด้วยได้นำเอาเหรียญนาคปรก ซึ่งหลวงปู่ทิมแจกให้เมื่องานวันเกิดไป ลองยิงด้วยปืน M.๑๖ ปรากฏว่า ลูก กระสุนออกปากกระบอกดังพรูด!!.....แล้ว หมดแรงล่วงลงเฉย จึงลองครั้งที่ ๒ อีก ออกดังปังแต่ไม่ถูกทั้งที่จ่อยิงในระยะเผาขน
           ประสบการณ์อีกเรื่องหนึ่งเป็น จดหมายของคุณสวง ศรีดี ที่เขียนถึงผม นานแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๑๘ ขอนำลงโดยไม่ ตัดทอนเลย ดังนี้

 

๑๗๕๔ โรงงานด้ายดอนเมือง

๑๘ กรกฎาคม ๒๕๑๘

 

เรียน คุณชินพร 

           เนื่องจากผมได้ประสบอภินิหาร ของหลวงปู่ทิมในวันงานฉลองอายุครบ ๘ รอบของหลวงปู่ ซึ่งผมได้ชวนเพื่อนไป ด้วยกันอีกสองคน เพื่อนผมและตัวของ ผม เมื่อได้ไปเห็นตัวหลวงปู่ และจริยวัตร และการปฏิบัติของท่าน รู้สึกมีความ เลื่อมใสเป็นอันมาก เพราะผมตั้งแต่เจอ พระเกจิอาจารย์มามากเพิ่งเห็นเกจิอาจารย์ ที่น่าเลื่อมใสสูงสุดมีอยู่สององค์ องค์ที่ หนึ่งก็คือพระมงคลเทพมุนี (สด จันทสโร) วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ธนบุรี เพราะผม เคยบวชเรียนมากับท่าน องค์ที่สองก็คือ พระครูภาวนาภิรัต (หลวงปู่ทิม อิสริโก) ในวันที่ไปผมได้ไปในงานนั้น ผมได้พบ อภินิหารของหลวงปู่คือ ในวันอาทิตย์ที่ ๑๕ ได้มีคนเป็นจำนวนมากได้ไปเช่า เหรียญรูปเหมือนของท่าน แล้วมาให้ท่าน เสกอีกทีหนึ่งรวมได้ประมาณสักสิบกว่า คน แล้วรวมใส่ถาดไว้ ท่านก็ทำพิธีเสก คือ เอาถาดวางไว้เฉยๆ แล้วท่านจับ ขอบถาดทั้งสองข้างแล้วลงมือเสกรู้สึก สมาธิของท่านสูงมาก ขนาดพระในถาด นั้นขยับตัวดังกิ๊กๆ ผมรู้สึกสงสัย ก็ไม่ เห็นมีใครทำอะไรให้เกิดเสียงดัง ผมนึกว่า ผมหูแว่วไปถามเพื่อนๆ ผมก็บอกว่าได้ ยินเช่นเดียวกัน หลวงปู่ท่านคงมีญาณสูง มาก จึงทำให้ท่านเสกของให้ขยับดัง กิ๊กๆ ได้ ถ้าคุณไม่เชื่อ เพื่อนผมจะยืนยัน ในเรื่องนี้ เพราะผมและเพื่อนๆ ต่างก็ได้ ไปวัดละหารไร่เป็นครั้งแรก ไม่ใช่เขียนมา เพื่อเชียร์หลวงปู่ แต่เป็นเรื่องจริง ถ้าใคร มีเหรียญหลวงปู่ไม่ว่ารุ่นเจริญพรหรือรุ่น ครบ ๘ รอบ จงเก็บไว้เถิด เดี๋ยวจะหายาก
           อ้อ คุณชินพรครับ ผมอยากให้คุณ สร้างพระผงรูปเหมือนของหลวงปู่ แบบ เดียวกับพระผงมงคลแถมแจกฟรีแก่ บรรดาศิษย์โดยให้ช่วยกันหาผงสำหรับ ทำพระมารวมกันเข้า ปรึกษากรรมการ วัดให้มาช่วยกัน เพื่อจะได้ไว้เป็นอนุสรณ์ ผมได้เก็บดอกมะลิบูชาพระตากแห้งไว้ เยอะแล้ว ถ้าคุณชินพรทำได้ตามนี้ผมจะ ดีใจมาก
           สุดท้ายนี้ ผมไม่มีอะไรจะเล่าให้ ฟัง ขอให้คุณจงมีความสุข หนังสือขอให้ ขายดีปราศจากเสียงนินทาของคนที่ไม่ รู้จริงแล้วเอามาเขียน

 

นับถือ สวง ศรีดี

 

           จากประสบการณ์เล็กๆ น้อยๆ ทั้งหมดที่ผมได้ยินได้ฟังมานี้ พอจะเป็นข้อ พิจารณาได้ว่าเหรียญดีเหรียญดัง ไม่ จำเป็นต้องเป็นเหรียญเก่า แต่ขอให้เป็น เหรียญที่มีประสบการณ์ (ขอยืม สำนวน อาจารย์เขามาใช้) ก็เมื่อเหรียญหลวงปู่ ทิม ซึ่งเป็นเหรียญใหม่ มีประสบการณ์ สดๆ ร้อนๆ ดังที่เล่ามานี้ ท่านจะไม่คิด บ้างหรือว่า ต่อไปจะเป็นเหรียญดังใน อนาคตก็ได้
           ท่านผู้อ่านที่ประสงค์อยากได้ สะสมไว้ใช้ หรือให้ลูกหลาน โปรด พิจารณาให้ดี เพราะพระเครื่องและวัตถุ มงคลของหลวงปู่ทิมในปัจจุบันมีราคาแพง แทบทุกชนิด จึงทำให้มีของปลอมออกมา มากมายหลายฝีมือ ก่อนเช่าบูชาให้ศึกษา อย่างรอบคอบเพราะของปลอมทำได้ ใกล้เคียง ถึง ๙๐%

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( ศุกร์, 02 พฤศจิกายน 2007 )