บทความยอดนิยม

กระทู้ล่าสุด

เข้าระบบ สมาชิก






ลืมรหัสผ่าน?

ผู้ใช้งานขณะนี้

ขณะนี้มี 6 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม: 22286523
ย้อนรอยสุดยอดปรมาจารย์ หลังกึ่งพุทธกาล
หน้าแรก arrow บทความ arrow เหรียญเสด็จเตี่ย ที่หลวงปู่ทิม เสก...ใช้แล้วจะรู้ ?คนทั้งรักทั้งเกรง?
เหรียญเสด็จเตี่ย ที่หลวงปู่ทิม เสก...ใช้แล้วจะรู้ ?คนทั้งรักทั้งเกรง? PDF พิมพ์
เขียนโดย ชินพร สุขสถิตย์   
เสาร์, 20 ตุลาคม 2007

กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

            เสด็จพ่อ.....เสด็จพ่อ.....
            พลเรือเอก กรมหลวงชุมพรเขต- อุดมศักดิ์........
            ลูกประดู่แห่งราชนาวีไทยทุกคนล้วนเทิดทูนพระเกียรติของพระองค์เสมือนหนึ่งดวงตาที่ประทับอยู่ภายใน “ดวงใจ” ของลูกประดู่ไทยถ้วนทั่วหน้า...
            ทหารเรือไทยทุกคนในกองทัพเรือ เรียกพระองค์ว่า เสด็จพ่อ....! หรือ เสด็จเตี่ย
            เสด็จเตี่ย...ได้ทรงสร้างคุณาการ ประโยชน์ให้กับกองทัพเรือไทย ล้วน เหลือสุดจะพรรณาพระคุณอันยิ่งใหญ่นี้ ได้ถูกจารึกมาตราบเท่าทุกวันว่า...
            พระบิดาแห่งราชนาวีไทย.....!

            ในรัชทายาทแห่งกรุงสยามเสด็จ เตี่ย แม้ว่าพระองค์มิได้อยู่ในฐานะมกุฎ ราชกุมารโอรสาธิราช ที่จะสืบสันติวงศ์ จักรี แต่อัตชีวประวัติส่วนพระองค์ของ เสด็จเตี่ยนั้น ได้ปรากฏโด่งดังเกรียงไกร ในพระเกียรติยศเป็นที่รู้จักไปทั่วนานา อารยประเทศทั่วโลก
            ในฐานะพระเจ้าลูกยาเธอแห่ง กรุงสยามที่มีพระชนมายุน้อยที่สุด ได้นำ ธงไตรรงค์แห่งกรุงสยาม บนเสา “ร.ล. มกุฏราชกุมาร” ไปโบกสบัดประกาศให้ นานาประเทศได้รู้จักในน่านน้ำสากล เป็นพระองค์แรก...
            เสด็จเตี่ย ประสูติในพระบรมมหา ราชวัง เป็นพระเจ้าลูกยาเธอใน พระบาท สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ในเจ้าจอมมารดาโหมด เมื่อ เดือนอ้าย ปีมะโรง วันอาทิตย์ที่ ๑๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๒๓
            เสด็จเตี่ย นับลำดับราชสกุลวงศ์ พระองค์ที่ ๒๘ ทรงรับการศึกษาอักษรสมัย ในพระบรมมหาราชวัง ทรงพระอักษร ไทยกับพระยาอิสรพันธุ์โสภณ (หนู อิศรางกูร) และทรงภาษาอังกฤษมิสเตอร์ โมแรนท์ ชาวอังกฤษ
            เมื่อเสด็จเตี่ยพระชนมายุ ๑๓ พรรษา สมเด็จพระบรมชนกนาถได้ทรง พระกรุณาโปรดฯ ส่งให้ไปทรงศึกษา ณ ประเทศอังกฤษ การเสด็จของเสด็จเตี่ย ครั้งนั้น ได้เสด็จไปกับสมเด็จเจ้าฟ้าชาย มหาวชิราวุธ (รัชกาลที่ ๖) เบื้องต้นของ การศึกษาเสด็จเตี่ยได้ประทับอยู่ร่วมกัน กับสมเด็จเจ้าฟ้าเจ้ามหาวชิราวุธ
            และต่อมาเมื่อถึงเวลาที่จะทรง เลือกศึกษาวิชาเฉพาะพระองค์ เสด็จเตี่ย ได้ตัดสินพระทัยทรงแยกจากสมเด็จเจ้าฟ้า มหาวชิราวุธ ไปทรงศึกษา...
            วิชาทหารเรือ...!
            ซึ่งเป็นคนไทยคนแรกที่ได้ไป ศึกษาวิชาทหารเรือในต่างประเทศ และ ได้นำเอาความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาเผยแพร่ ทำนุบำรุงประเทศชาติ ก่อตั้งกองทัพเรือ ไทยและคอยปรับปรุงให้ทันสมัยให้เท่า เทียม นานาอารยประเทศ
            ถึงแม้ว่าเสด็จเตี่ยกรมหลวง ชุมพรฯ ท่านจะทรงเป็นนักเรียนนอก แต่ เมื่อได้พบกับเรื่องราวของไสยศาสตร์ ไสยเวทวิทยาคม พระองค์ท่านก็ไม่เคย ที่จะลบหลู่ดูหมิ่น และก็ไม่ปฏิเสธที่จะ เรียนรู้และแล้วพระองค์ก็ได้ทรงเรียนรู้ จนเข้าใจกระจ่างชัดว่าสิ่งเหล่านั้นมีได้ เป็นจริงได้ ถ้าหากคนผู้นั้นได้รับการ ฝึกฝนอย่างจริงจัง ย่อมจะรู้จริงและเห็น จริง และพระองค์ท่านก็ทรงทำได้จริงๆ
            พระองค์จึงเป็น “เจ้าพ่อ” ทั้ง ขณะที่พระองค์ท่านยังทรงมีพระชนม์ชีพ และทั้งที่สิ้นชีพตักษัยไปแล้ว

 
เหรียญกรมหลวงชุมพรฯ
เหรียญกรมหลวงชุมพรฯ เนื้อเงิน หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ปลุกเสก พ.ศ. ๒๔๖๖
เหรียญกรมหลวงชุมพรฯ
ด้านหลัง

            ในงานออกพระเมรุ ณ ท้องสนาม หลวงเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๖ “หลวงปู่ศุข” พระเกจิดังแห่งวัดมะขามเฒ่า เมือง ชัยนาท ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของเสด็จเตี่ย กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ได้ปลุกเสก เหรียญพระรูปเหมือนของเสด็จเตี่ยแจก ในงานออกพระเมรุ เป็นเหรียญที่ลือลั่น และโด่งดังมาจนถึงปัจจุบันนี้ นับเป็น เหรียญที่มีสนนราคาแพงและหายาก เพราะเป็นเหรียญของ “เจ้าพ่อ” ที่มีชื่อ เสียงโด่งดัง เป็นที่รักใคร่เคารพนับถือของ ลูกประดู่ทั้งหลายและประชาชนทั่วไป นั่นเอง
            เหรียญรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด หรือ สี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ที่ว่านี้เป็นที่ เสาะแสวงหากันเป็นอย่างมาก เหรียญ เจ้าพ่อกรมหลวงชุมพรฯ รูปสี่เหลี่ยม แบบนี้จึงมีการสร้างเลียนแบบย้อนยุคกัน มาหลายครั้งหลายครา แต่จะมีเหรียญ แบบไหนเล่า ที่จะมีพุทธคุณใกล้เคียงกับ เหรียญที่หลวงปู่ศุข วัดมะขามเฒ่า ปลุกเสก
            ในฐานะที่ผมเป็นลูกศิษย์หลวงปู่ ทิม วัดละหารไร่ สร้างพระเครื่องให้ท่าน เกือบทั้งหมด และก็ดังทุกรุ่น ทั้งยังได้นำ เรื่องราวอิทธิฤทธิ์ของพระเครื่องต่างๆ ที่ท่านสร้าง และมีประสบการณ์มา ประกาศให้ผู้คนได้รับรู้ ไม่อายเลยที่จะ บอกว่าเหรียญเจ้าพ่อกรมหลวงชุมพรฯ ที่หลวงปู่ทิมปลุกเสกให้กับ หน่วย ฉก.นย. ๑๘๑ เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๘ มีพุทธคุณไม่น้อยไปกว่าเหรียญรุ่น ออกพระเมรุปี ๒๔๖๖ แต่สนนราคาต่าง กันราวกับฟ้ากับดิน

 
เหรียญกรมหลวงชุมพร
เหรียญกรมหลวงชุมพร กรมนาวิกฯสร้าง หลวงปู่ทิมเสก
เหรียญกรมหลวงชุมพร
ด้านหลัง


            เหรียญกรมหลวงชุมพรฯ ที่หลวง ปู่ศุข วัดมะขามเฒ่า ปลุกเสกราคาค่า บูชาหลายหมื่นหรือถ้าเป็นเหรียญที่มีความ งามจัดๆ ก็เป็นแสน แต่เหรียญกรมหลวง ชุมพรฯ ที่หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ปลุก เสก เมื่อปี ๒๕๑๘ มีสนนราคาแค่หลักพัน ต้นๆ เท่านั้นเอง แต่เรื่องพุทธคุณนั้นผม ยืนยันได้เลยว่า พอที่จะใชัทดแทนกันได้ ถ้าจะใช้ในเรื่องของพุทธานุภาพ หรือ เทวานุภาพ ในทางคุ้มครองป้องกันตัว โดยที่ไม่เอาไปใช้ในทางโอ้อวดกันในเรื่อง ของราคาค่าบูชา
            เพราะเหรียญเสด็จเตี่ยที่หลวงปู่ ทิม วัดละหารไร่ ปลุกเสกก็มีประสบ-การณ์เป็นที่ประจักษ์กันมาแล้วมากมาย ตัวผมเองได้รับเหรียญเสด็จเตี่ยที่หลวงปู่ ทิมเสกมาจำนวนหนึ่ง จึงได้เรียนถาม หลวงปู่ทิมท่านว่าใช้ดีทางไหนครับ หลวงปู่
            หลวงปู่ทิมท่านตอบว่า ใช้แล้วคน ทั้งรักทั้งเกรง ท่านบอกเพียงเท่านั้นแหละ ก็เพราะว่าหลวงปู่ทิมท่านจะไม่ค่อยพูด ถามคำท่านก็ตอบคำ และก็ไม่เคยคุยโว โอ้อวดว่าของๆ ท่านดีทางไหนอย่างไร เพียงแต่ท่านพูดว่า “ใช้แล้วคนทั้งรัก ทั้งเกรง” นั่นก็ถือได้ว่าท่านบอกเรามากแล้ว
            หลวงพ่อสำเนียง อยู่สถาพร พระเกจิอาจารย์องค์หนึ่งที่ผมเคารพนับถือ เมื่อท่านสัมผัสเหรียญเจริญพร ที่ผมสร้าง ให้หลวงปู่ทิมท่านถึงกับพูดว่า พระสงฆ์ ที่ทรงอภิญญาถึงขนาดนี้ยังมีอยู่ในโลก อีกหรือ! เหรียญเจริญพรที่ท่านปลุกเสก ไว้นี้เทียบได้กับหลวงพ่อศุข วัดมะขามเฒ่า ปลุกเสกทีเดียว เพราะคำพูด ประโยคที่ว่านี้ของหลวงพ่อสำเนียง บรรดาลูกศิษย์ของท่านที่ได้ยินได้ฟังจึงพา กันจองพระกริ่งชินบัญชรกันมากราย แม้แต่พระกริ่งชินบัญชรเนื้อทองคำก็ หลายองค์ และไม่น่าสงสัยเลยว่า เหตุใด ชมรมศิษย์ สมเด็จพุฒาจารย์โต หลวงปู่ทวด และหลวงปู่ศุข จึงติดต่อไปหาผม ขอนำคณะศิษย์ไปสวดพระคาถาชินบัญชร ในคืนสุดท้ายที่หลวงปู่ทิมปลุกเสกพระกริ่ง ชินบัญชร พร้อมกับนำเหรียญวัดผาทั่ง อันมีเหรียญสมเด็จพุฒาจารย์ (โต) หลวงปู่ทวด และเหรียญหลวงปู่ศุข ที่ทำพิธีพุทธาภิเษกใหญ่ที่วัดระฆังมาแล้ว ไปให้หลวงปู่ทิมปลุกเสกพร้อมพระกริ่ง ชินบัญชร โดยบอกผมว่าเบื้องบนสั่ง และ ในที่สุดเหรียญพระรูปของพระอริยสงฆ์ ทั้ง ๓ องค์ ก็เล่นหากันในนามหลวง ปู่ทิมเสก

เหรียญกรมหลวงชุมพรฯ
เหรียญกรมหลวงชุมพรฯ เนื่้อทองแดง กะไหล่ทอง หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ปลุกเสก พ.ศ. ๒๕๑๘
เหรียญกรมหลวงชุมพรฯ
ด้านหลัง

            เหรียญเจ้าพ่อกรมหลวงชุมพรฯ ที่หลวงปู่ทิมท่านปลุกเสกนั้น กองพัน ทหารราบที่ ๓ กรมนาวิกโยธิน เป็นผู้จัด สร้างขึ้นโดย รณธรรม ธาราพันธ์ ได้บันทึกเรื่องการสร้างเหรียญเสด็จเตี่ย รุ่นนี้ไว้ในหนังสือพระเครื่องเล่มหนึ่ง ผมเองก็ลืมชื่อไปแล้วแต่จำชื่อผู้เขียนได้ เพราะคัดเนื้อเรื่องเก็บเอาไว้
            รณธรรม ธาราพันธ์ ได้ขึ้นหัวเรื่อง ไว้ว่า “พระบิดาของคนเรือ กรมหลวง ชุมพรเขตอุดมศักดิ์ กับเหรียญที่สร้างได้ ดีที่สุด” และได้บันทึกมูลเหตุการสร้างไว้ ดังนี้ครับ
            มูลเหตุของการทำเหรียญรุ่นนี้ก็ เพราะกองพันทหารราบที่ ๓ กรมนาวิก โยธิน ต้องการจัดหน่วยเฉพาะกิจนาวิก โยธินขึ้นมาหน่วยหนึ่งมีโค้ดเนมว่า “ฉก.นย.๑๘๑” โดยมีภารกิจคือไปปราบ ปรามเหล่าขบวนการโจรก่อการร้ายทาง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในช่วงเดือน ธันวาคม ปี ๒๕๑๗ ถึงเดือนเมษายน ปี ๒๕๑๘ ภารกิจอันหนักหน่วงก็จบลงด้วยดี
            บรรดาคณะกรรมการจึงได้ ปรึกษาหารือกันว่า ควรจัดทำของที่ ระลึกให้กับข้าราชการทั้งหลายรวมถึง ทหารหาญที่ไปปฏิบัติการในครั้งนี้ ในที่สุดคณะกรรมการก็มีความเห็นพ้องต้อง กันว่า ควรจัดทำเหรียญพระบรมรูปกรม หลวงชุมพรฯ เป็นดีที่สุด
            โดยมีวัตถุประสงค์เพิ่มเติมจาก การแจกฟรี ว่า
            ๑. มอบเหรียญให้กรมนาวิกโยธิน จำนวนหนึ่งเพื่อจำหน่ายหารายได้เป็นทุน สวัสดิการแก่ทหารนาวิกโยธินที่ได้รับบาด เจ็บหรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่เพื่อ ประเทศชาติ
            ๒. จะนำเงินรายได้จำนวนหนึ่ง ไปบูรณะศาลของกรมหลวงชุมพรฯ ณ กระโจมไฟกรมหลวงชุมพรฯ บนยอดเขา แหลมปู่เฒ่าในฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี
            ๓. รายได้จากการจัดจำหน่าย เหรียญจำนวนหนึ่ง จะนำไปประกอบการ กุศลตามความเหมาะสมต่อไป
            เมื่อสรุปผลออกมาดังนี้ คณะ กรรมการทั้งหมดก็ทำการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตรขึ้นควบ คุม โดยให้ดำเนินการเป็นการภายใน เพื่อ ป้องกันข้อครหาต่างๆ อันอาจจะมีขึ้นใน ภายหลัง
            ทีนี้ก็มามองหา “ผู้เสก” ซึ่งจำเป็น อย่างยิ่งที่ต้องมีความเก่งจริง เพราะเป็น ของราชการ ทำไม่ดีเดี๋ยวจะเสียหายไปกัน ใหญ่ในยุคนั้นไม่มีใครดังเกิน “ผู้ทรง อภิญญา” แห่งบ้านค่าย
            “หลวงปู่ทิม อิสริโก” คณะ กรรมการจึงร่างหนังสือขึ้นฉบับหนึ่งให้ เจ้าหน้าที่นำไปกราบขอความเมตตาจาก องค์ท่านให้ปลุกเสกให้ ซึ่งหลวงปู่ทิมก็ ตอบรับมาว่า “เต็มใจทำให้ด้วยความ ยินดี” เป็นเหตุให้คณะกรรมการมีกำลัง ใจขึ้นอีกอักโข
            เมื่อองค์เสกปรากฏชัดคณะกรรมการจึงได้จัดตั้งเครื่องสังเวยชุดใหญ่บวงสรวงดวงพระวิญญาณของเสด็จเตี่ย ณ ศาลกรมหลวงชุมพรฯ บนยอดเขา แหลมปู่เฒ่า เพื่อขออนุญาตทำเหรียญ ขึ้นเมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๘
            จากนั้นก็เริ่มรวบรวมชนวนมวล สารต่างๆ ไม่ยอมให้เหรียญรุ่นสำคัญนี้ เป็นเพียง “ทองแดงเปล่า” แต่อย่างใด ลำดับแรกก็นำแผ่นทองคำ แผ่นเงิน ไป ให้พระที่ว่าเก่งลงอักขระปลุกเสกดังมี รายนามต่อไปนี้
                        ๑. พระครูภาวนาภิรัต (ทิม อิสริโก) วัดละหารไร่ ต.ตาสิทธิ์ (ต.หนองละลอกปัจจุบัน) อ.บ้านค่าย จ.ระยอง
                        ๒. พระครูภาวนานุโยค (หอม จันทโชโต) วัดชากหมากป่าเรไร ต.สำนัก ท้อน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง
                        ๓. พระครูพิพิธวรญาณ (ชื่น สุจิตโต) วัดมาบข่า อ.บ้านค่าย จ.ระยอง
                        ๔. พระครูอุดมวิชชากร (เหมือน อินทโชโต) วัดกำแพง ต.มะขามหย่ง อ.เมือง จ.ชลบุรี
                        ๕. พระครูวรพรตศีลขันธ์ (แฟ้ม อภิรโต) วัดอรัญญิกาวาส (วัดป่า) ต.บาง ปลาสร้อย อ.เมือง จ.ชลบุรี
                        ๖. หลวงพ่อทัต วัดช่องแสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
                        ๗. หลวงพ่อแดง วัดเชิงเขา อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส
                        ๘. หลวงพ่อบัว วัดสารวัน กิ่ง อ.ไม้แก่น (อ.ไม้แก่น-ปัจจุบัน) จ.ปัตตานี
                        ๙. หลวงพ่อชื่น วัดหัวเขา อ.สายบุรี จ.ปัตตานี

 

            ดูรายชื่อก็ขนลุกแล้ว ไม่ใช่เท่านั้น นะยังไปเสาะแสวงหาของดีจากที่อื่นๆ มาหล่อหลอมร่วมด้วย ที่ทราบแน่ชัดก็คือ
                        ๑. ตะกรุดโทน หลวงพ่อปาน วัด มงคลโคธาวาส (วัดบางเหี้ย) ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ
                        ๒. ตะกรุดโทน หลวงพ่อเหลือ วัด สาวชะโงก อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา
                        ๓. ตะกรุดโทน พระครูพินิจสมา-จารย์ (หลวงพ่อโด่ ไชยเสมอ) วัดนา มะตูม อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี
                        ๔. ตะกรุดเก่า ไม่ทราบสำนัก จาก ผู้มีจิตศรัทธามอบให้จำนวนหลายร้อยดอก
                        ๕. ห่วงเหรียญต่างๆ หลายร้อย ห่วง

            เมื่อมวลสารครบครัน ก็ทำการ หล่อหลอมโลหะธาตุทั้งหมดให้เป็นเนื้อ เดียวกันแล้วนำไปรีดเป็นแผ่นเข้าเครื่อง ปั๊มซึ่งผู้แกะบล๊อกเหรียญคือ ช่างยิ้ม ยอดเมือง เพราะปั๊มเหรียญเพียงเนื้อ เดียวจึงเสร็จเร็ว ได้ของเมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๘ นับเหรียญ ทั้งหมดมีจำนวน ๒๓,๕๙๙ เหรียญ แยก ออกมาเป็นจำนวน ๑,๐๐๐ เหรียญแล้ว นำไปกะไหล่ทอง เพื่อมอบให้กับข้า- ราชการและทหารหาญในหน่วย “ฉก.นย. ๑๘๑” และบรรดาผู้มีอุปการคุณทั้งหลาย เป็นกรณีพิเศษ
            ครั้นกระบวนการสร้างแล้วเสร็จก็ขนลังบรรจุพระไปมอบถวายให้หลวงปู่ทิม ที่วัดละหารไร่ หลวงปู่ท่านก็เริ่ม ปลุกเสกแบบ “บินเดี่ยว” ตามแบบฉบับ ของท่าน ในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งวันนั้นเป็น วันคล้ายวันสิ้นพระ ชนม์ของเสด็จในกรมฯ พอดี ท่านเมตตา ทำให้เต็มที่ถึง ๕ วัน ไปขอคืนเมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๘
            ได้เหรียญมาแล้วนำมาตอกโค้ด รูปตัว “เฑาว์มหาอุด” โดยเหรียญชุบทอง ทั้ง ๑,๐๐๐ เหรียญ ได้ตอกโค้ดเอาไว้ที่ ด้านซ้ายขององค์ท่าน หรือ ด้านขวามือ ของเราเวลาดูเหรียญ ส่วนเหรียญทอง ผสมธรรมดาก็ตอกที่ด้านล่างขององค์ท่าน
            เมื่อตอกโค้ดเรียบร้อยก็ขน เหรียญทั้งหมดขึ้นไปทำพิธีบวงสรวงต่อ ดวงพระวิญญาณของเสด็จเตี่ยอีกครั้งที่ ศาลกรมหลวงชุมพรฯ บนยอดเขาแหลม ปู่เฒ่าโดยมีการตั้งเครื่องสังเวยและราช วัตรฉัตรธงอย่างสมบูรณ์แบบ มีพราหมณ์ เป็นผู้ดำเนินการบูชาจนเสร็จพิธี
            พอกล่าวบูชาเสร็จก็นำน้ำพระพุทธมนต์มาประพรมเหรียญจนทั่วถึงอีก ครั้ง น่าประหลาดตรงที่นับแต่จุดธูปจน เสร็จพิธีการ ธูปดับสนิทในวินาทีสุดท้าย ได้ ๒๙ นาที พอดิบพอดี
            และแล้วก็มาถึงการแจกจ่าย ๑,๐๐๐ เหรียญเป็นของข้าราชการดังเกริ่น อีก ๒,๐๐๐ เหรียญ ถวายหลวงปู่ทิม ไว้ เพื่อบำรุงวัด และได้มอบให้กรมนาวิก โยธิน กองทัพเรือสัตหีบ เพื่อหาทุน สวัสดิการกองทัพเรือ ๑๐,๐๐๐ เหรียญ เหลือนอกจากนั้นก็จำหน่ายในราคา เหรียญละ ๒๐ บาท
            ราคาปี ๑๘ นะจ๊ะ อย่าหลง!
            ศิษย์ใกล้ชิด (จริงๆ) ของหลวงปู่ ทิมท่านหนึ่งบอกกับผมว่า เคยได้ยินหลวง ปู่พูดถึงการเสกพระของท่านว่า ใครเอา พระรูปแบบใดมาให้ทำ ท่านก็จะทำตามนั้น เช่น เอารูปพระพุทธเจ้ามา ท่านก็ขอ บารมีพระพุทธเจ้า เอารูปพระพรหมมาก็ ขอบารมีพรหม เอารูปพระเจ้าตากสินมา ท่านก็เชิญดวงวิญญาณพระเจ้าตากมา เอารูปกรมหลวงชุมพรมา ท่านก็เชิญกรมหลวงฯ
            มาเพื่อร่วมเสก เพื่อร่วมรับทราบ มีใคร “ทำเป็น” แบบนี้ไหม
            ความพิถีพิถันตั้งแต่เริ่มสร้าง ว่า ด้วยเรื่องราวของมวลสาร ตลอดถึงการ ปลุกเสกของผู้เรืองวิชา แก่กล้าในญาณ วิถีเช่น หลวงปู่ทิม ย่อมไม่ต้องสงสัยเลย ว่า พุทธคุณในเหรียญนี้จะแน่นปั๋งขนาด ไหน
            ใครมีก็เรียกว่าได้ทั้ง “พระที่เรือง ฤทธิ์” กับ “โยมผู้เรืองเวทย์” ไว้ในองค์ เดียวกัน
            ข้อความทั้งหมดผมนำเอาของ คุณรณธรรม ธาราพันธ์ มาลงไว้ สำหรับ ประสบการณ์นั้น ก่อนขึ้นปีใหม่ ๒๕๑๘ ผม คุณอารมย์ ทับสุวรรณ์ และครอบครัว ของผมมีภรรยาและลูกชายได้ไปกราบ นมัสการหลวงปู่ทิมท่วัดละหารไร่ ก็พบกับ ทหารนาวิกโยธินกลุ่มหนึ่ง ๕-๖ คน มากราบนมัสการหลวงปู่ทิม และเช่าบูชา ของในตู้ที่วัดไปหลายอย่างพร้อมกับถาม หาเหรียญเสด็จเตี่ย ว่าทางวัดมีไหม อยากได้ผมจึงถามถึงสาเหตุว่าเหตุใด ต้องการเหรียญ รั้วของชาติเล่าให้ฟังว่า ขณะออกปฏิบัติการตามชายแดน นั่งอยู่ หลังรถ GMC. เล็ก ๑ ใน ๔ ตัน ก็ถูกผู้ ก่อการร้ายขว้างระเบิดลูกเกลี้ยงตกลง ในรถ ระเบิดไม่ทำงานคือไม่ระเบิดจึงหยิบ ปาออกนอกรถก็ระเบิดสนั่นหวั่นไหว ในคอทหารที่ออกทำงานในวันนั้นทุกคน มีเหรียญเสด็จเตี่ยที่กองพันมอบให้คนละ เหรียญทุกคน ด้วยเหตุนี้ทหารนาวิกโยธิน จึงมาหาหลวงปู่ทิม ที่วัดละหารไร่ไม่ขาด สาย และเหรียญเสด็จเตี่ยที่หลวงปู่ทิม ปลุกเสก จำนวน ๒,๐๐๐ เหรียญที่ผู้สร้าง มอบให้ท่านไว้จึงหมดจากวัดอย่างรวดเร็ว เพราะหลวงปู่ท่านจะแจกไปเป็นส่วนมาก

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( ศุกร์, 02 พฤศจิกายน 2007 )