บทความยอดนิยม

กระทู้ล่าสุด

เข้าระบบ สมาชิก






ลืมรหัสผ่าน?

ผู้ใช้งานขณะนี้

ขณะนี้มี 17 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม: 32942582
ย้อนรอยสุดยอดปรมาจารย์ หลังกึ่งพุทธกาล
หน้าแรก
ผ้าโบกสาว หรือ ยันต์พัดโบกหลวงปู่ทิม อิสริโก PDF พิมพ์
เขียนโดย ชินพร สุขสถิตย์   
อาทิตย์, 04 พฤศจิกายน 2007

หลวงปู่ทิม            ผ้ายันต์พัดโบก หรือเรียกอีกนัยหนึ่งว่า ผ้าโบกสาวนี้ เป็นวิชาสำคัญวิชาหนึ่งของหลวงปู่ทิม ก่อนที่ผมจะสร้างผ้ายันต์พัดโบกสีแดงจำนวน ๕,๐๐๐ ผืน ไปให้หลวงปู่ทิมปลุกเสก ตอนฉลองอายุครบ ๘ รอบ ผมได้เข้าไปซักถามถึงประวัติความเป็นมาของผ้ายันต์พัดโบก หลวงปู่ทิมท่านเล่าให้ฟังว่า ผ้ายันต์พัดโบกนี้ ท่านร่ำเรียนมาจากหลวงพ่อ กราด วัดซากกอไผ่ หลวงปู่ทิมท่านเล่าว่าเมื่อบวชได้พรรษาแรกก็ไปขอเรียนแล้ว เหตุที่ท่านไปขอร่ำเรียนวิชา ยันต์โบกสาวจากหลวงพ่อกราด วัดซากกอไผ่ ก็เพราะสมัยที่หลวงปู่ทิม รับใช้ชาติเป็นทหารอยู่นั้นได้รู้จักเพื่อนทหารคนหนึ่งซึ่งมีพื้นเพอยู่บ้านค่าย เพื่อนคนนี้พกยันต์โบกสาวหลวงพ่อกราด วัดซากกอไผ่ ผืนหนึ่งติดตัวตลอดโดยได้รับก่อนเข้ารับราชการทหาร หลวงพ่อกราดให้ไว้เพื่อให้แคล้วคลาด ป้องกันอันตรายและเป็นเมตตามหานิยม

            หลวงปู่ทิมท่านเล่าว่าคนหนุ่มสมัยท่านนั้นสนใจวิชาเมตตามหานิยมมาก เมื่อคุยกันถึงเรื่องนี้เพื่อนของท่านซึ่งเป็นคนแถวๆวัดซากกอไผ่ ก็ควักผ้ายันต์ของหลวงพ่อกราด ออกมาอวดและบรรยายสรรพคุณให้ฟังว่ามีอานุภาพโบกสาวให้ตามมาได้ หลวงปู่ทิม ท่านบอกไม่เชื่อต้องทดลองให้ดู

ผ้ายันต์พัดโบก รุ่น ๒ สีแดง
ผ้ายันต์พัดโบก รุ่น ๒ สีแดง สร้าง ๕,๐๐๐ ผืน เสกวาระหลวงปู่ ครบ ๘ รอบ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๑๘ (ออกให้บูชา ๑๐ บาท) ของปลอมแตกต่างกันที่อักษรด้านล่าง
            เพื่อนทหารร่วมกองร้อยของท่านก็สำแดงวิชา ผ้าโบกสาวของหลวงพ่อกราด ให้ดู โดยทหารผู้นี้หมายปองลูกสาวชาวบ้านใกล้ๆกองพันที่ประจำอยู่ เป็นสาวหน้าตาดี และทหารเพื่อนหลวงปู่ทิม ผู้นี้เคยไปคุยไปจีบมาบ้างแล้ว ผู้หญิงไม่เล่นด้วย ซ้ำยังด่าเอาเจ็บๆ เพื่อนทหารของหลวงปู่ทิมบอกว่า “เมื่อกูปลดทหาร กูจะพาสาวคนนี้กลับบ้านค่ายด้วย ให้มึงคอยดู”(หมายถึงหลวงปู่ทิม) และก็เป็นอย่างที่ทหารเพื่อนหลวงปู่ทิมพูด เมื่อวันปลดทหารจากกองประจำการกลับภูมิลำเนาเดิม คือกลับบ้านค่ายหญิงสาวคนนั้นก็หอบผ้าหอบผ่อนตามพลทหารเพื่อนหลวงปู่ทิมผู้นั้นมาด้วย และหลวงปู่ทิม ท่านก็ปลดทหารพร้อมกัน
            หลวงปู่ทิม ท่านเป็นคนสนใจ เรื่องเวทมนต์คาถามาช้านานแล้ว เมื่อท่านบวชได้พรรษาแรกนอกจากจะศึกษาเวทมนต์คาถา จากตำราที่หลวงปู่ สังข์เฒ่า แห่งวัดเก๋งจีน ซึ่งทิ้งไว้ที่วัดไร่วารี(วัดละหารไร่) แล้วหลวงปู่ทิมท่านยังได้ศึกษาวิชาแพทย์แผนโบราณและคาถาอาคมกับศิษย์ฆราวาสของหลวงปู่สังข์เฒ่า ซึ่งชื่อ หมอวัง อีกด้วย หมอวังผู้นี้เป็นฆราวาสที่มีอาคมขลัง เป็นศิษย์คนโตของหลวงปู่สังข์เฒ่า หลวงพ่อลัด วัดหนองกระบอก เล่าให้ผู้เขียนฟังว่า แม้แต่หลวงพ่อวงค์ วัดบ้านค่าย และหลวงพ่ออ่ำ วัดหนองกระบอก ซึ่งนับเป็นยอดเกจิอาจารย์แล้วยังต้องยอมรับว่าหมอวังมีกระแสจิตและอาคมขลังกว่า
ตำรายันต์ ที่หลวงปู่ทิม บันทึกไว้
ตำรายันต์ ที่หลวงปู่ทิม บันทึกไว้ ท่านเอาออกมาให้คัดลอก เพื่อสร้างยันต์ พระพุทธเจ้าเข้านิโรธสมาบัติ
ตำรายันต์ ที่หลวงปู่ทิม บันทึกไว้            วิชาที่หลวงปู่ทิม ได้เห็นมากับตาก็คือ อานุภาพผ้าโบกสาวของหลวงพ่อกราด วัดซากกอไผ่ซึ่งเพื่อนทหารท่านเคยสำแดงให้ดูจนลูกสาวชาวบ้านทิ้งคันไถหอบเสื้อผ้าตามกลับบ้านค่าย เมื่อหลวงปู่ทิมบวชแล้ว ท่านไปหาหลวงพ่อกราดถึงวัดซากกอไผ่ฝากตัวเป็นศิษย์เพื่อขอร่ำเรียนวิชาพัดโบก แต่หลวงพ่อกราดได้ไล่หลวงปู่ทิมออกจากวัด และปฏิเสธว่าวิชาพัดโบกอะไรนั้นกูไม่มีหรอกมึง กลับไปเถอะ หลวงปู่ทิมเล่าว่าแม้จะถูกด่าและตวาดด้วยเสียงอันดังท่านก็ทำเฉยเสีย และนั่งรออยู่ใกล้ๆหลวงพ่อกราด เมื่อหลวงพ่อกราดหยุดด่าก็คว้าเขียงกัญชาขึ้นมาและหากัญชามาหั่นเพื่อจะสูบ หลวงปู่ทิมเล่าว่า ก่อนที่จะมาหาหลวงพ่อกราด ท่านศึกษาอุปนิสัยใจคอของหลวงพ่อกราดจากเพื่อนของท่านมาก่อนแล้วว่าหลวงพ่อกราดเป็นพระปากร้าย ดุด่าไม่เลือกหน้า และชอบสูบกัญชา,ดื่มสุราเป็นชีวิตจิตใจจนเป็นที่ครหาของคณะสงฆ์ แต่ชาวบ้านแถวๆ วัดซากกอไผ่ ถือเป็นเรื่องธรรมดาและให้ความเคารพนับถือหลวงพ่อกราดไม่เสื่อมคลาย เมื่อหลวงพ่อกราดหยุดด่าและคว้าเขียงกัญชาขึ้นมาเพื่อจะหั่นกัญชาสูบ ขณะที่มองหาห่อกัญชาอยู่นั้น หลวงปู่ทิมท่านก็หยิบห่อกัญชา ซึ่งท่านเตรียมไว้และใส่ย่ามติดตัวมาด้วยออกมาให้หลวงพ่อกราด หลวงพ่อกราดก็คว้าเอาไปหั่นและยัดใส่บล้องกัญชา และจุดไฟสูบกัญชานอนเอกเขนก อารมณ์ท่านค่อยๆดีขึ้น หลวงปู่ทิมท่านเล่าว่า เมื่อเห็นหลวงพ่อกราดอารมณ์ดีแล้วท่านก็คลานเข้าไปหาอีกและเอ่ยปากฝากตัวเป็นศิษย์ เมื่อหลวงพ่อกราดซักไซร้ไล่เรียง ถึงพ่อแม่เถือกเถาว์เหล่ากอแล้ว หลวงพ่อกราดท่านก็ตกลงรับหลวงปู่ทิมไว้เป็นศิษย์และถ่ายทอดเคล็ดลับการลงอักขระเลขยันต์ และการปลุกเสกผ้ายันต์พัดโบกให้แก่หลวงปู่ทิม อย่างไม่ปิดบังอำพราง

ผ้ายันต์สาระพัดกัน
ผ้ายันต์สาระพัดกัน สร้าง ๕,๐๐๐ ผืน (ออกให้บูชา ๑๐ บาท) เสกพร้อมกระดาษยันต์สาระพัดกัน ๖๐,๐๐๐แผ่น (แจกฟรี) ปลุกเสกในคราวทำบุญวันเกิดหลวงปู่ทิม ครั้งแรก ๑๖ มิถุนายน ๒๕๑๗
ผ้ายันต์สาระพัดกัน
ด้านหลังผ้ายันต์สาระพัดกัน

 

            หลวงปู่ทิมเล่าว่าศิษย์ที่ได้รับการถ่ายทอด วิชาพัดโบกอันขึ้นชื่อลือชาของหลวงพ่อกราด วัดซากกอไผ่ นอกจากท่านแล้วก็ยังมี หลวงพ่อทัด วัดช่องแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีอีกองค์หนึ่ง หลวงพ่อทัด ได้ร่ำเรียนวิชาพัดโบกไปจากหลวงพ่อกราดรุ่นไล่ๆกับหลวงปู่ทิมและหลวงพ่อทัดได้นำวิชาพัดโบกของหลวงพ่อกราดออกมาทำเป็นผ้ายันต์แจกจ่ายแก่ลูกศิษย์ลูกหา ผู้คนนำไปใช้ได้ผลเป็นที่เลื่องลือไม่แพ้หลวงพ่อกราดผู้เป็นพระอาจารย์เท่าใดนัก หลวงพ่อทัดทำผ้ายันต์พัดโบกตามวิธีที่ร่ำเรียนไปจากหลวงพ่อกราดจนมีชื่อเสียงอยู่นานหลายปีก็สึกออกมามีเมียครองเพศเป็นฆราวาส จนมีลูกเมื่อลูกโตแล้วท่านก็กลับไปบวชครองเพศเป็นบรรพชิตอีกครั้งหนึ่งและก็ทำผ้ายันต์พัดโบกจนมีชื่อเสียงไม่แพ้สมัยบวชเมื่อครั้งแรก แต่ต่อมาไม่นานท่านก็มรณภาพลง
            สำหรับหลวงปู่ทิมนั้น เมื่อท่านร่ำเรียนวิชาทำผ้ายันต์พัดโบกจากหลวงพ่อกราด วัดซากกอไผ่แล้วท่านก็ได้ฝึกฝนจนสามารถทำขึ้นแล้ว ท่านก็หยุดเพียงเท่านั้น และได้แสวงหาครูบาอาจารย์ร่ำเรียนวิชาการอื่นๆต่อไป  

ยันต์พระพุทธเจ้าเข้านิโรธสมาบัติ
ยันต์พระพุทธเจ้าเข้านิโรธสมาบัติ เป็นยันต์ด้านหน้าเสื้อยันต์พระพุทธเจ้าเข้านิโรธสมาบัติ(หลวงปู่เกษม เขมโกปลุกเสก)
ยันต์ราชสีห์
ยันต์ราชสีห์ เป็นยันต์ด้านหลังเสื้อยันต์พระพุทธเจ้าเข้านิโรธสมาบัติ(หลวงปู่เกษม เขมโกปลุกเสก)

 

            การสร้างผ้ายันต์โบกสาวหรือผ้ายันต์พัดโบกสาวของหลวงปู่ทิมในยุคแรกๆ แต่ก็ห่างจากวัยที่ร่ำเรียนมาหลายสิบปี จวบจนอายุท่านกว่า ๗๐ ปี ท่านจึงได้ทดลองทำ ท่านจะทำอย่างพิถีพิถันทำให้ถูกต้องตามตำราที่ร่ำเรียนมากับหลวงพ่อกราด วัดซากกอไผ่ กล่าวคือ ต้องแสวงหาวัสดุอาถรรพณ์หลายชนิดมาผสมกับหมึกที่จะเขียนอักขระเลขยันต์ ประการแรกก็คือ ต้องหา ว่านขมิ้นขาว ว่านดอกทอง และไม้แยงแย้ มาผสมกับหมึกที่จะใช้เขียนอักขระเลขยันต์โดยเอาไม้แยงแย้คนแล้วนำปากกามาจุ่มหมึกเพื่อลงอักขระในผ้าเสร็จแล้วจึงนำมาปลุกเสก ปรากฎว่าผ้ายันต์พัดโบกหรือผ้าโบกสาว ซึ่งหลวงปู่ทิมทำขึ้นตามตำราของหลวงพ่อกราด วัดซากกอไผ่มีชื่อเสียงมาก แต่น่าเสียดายว่าท่านทำได้เพียงครั้งละไม่กี่ผืน จวบจนเมื่อหลวงปู่ทิม ย่างเข้าสู่วัยชราจนมีอายุ ๙๐กว่าปี ท่านจึงสั่งให้ทำผ้ายันต์พัดโบกสีขาวขึ้นในงานผูกพัทธสีมาของวัดละหารไร่ปี ๒๕๑๖ เป็นจำนวนมากซึ่งผู้สร้างทำโดยใช้วิธีหมุนโรเนียว ผ้ายันต์ชุดนี้ใช้หมึกพิมพ์ธรรมดา ไม่มีการผสมด้วยวัสดุอาถรรพณ์อื่นเหมือนผ้ายันต์พัดโบกรุ่นแรกๆ โดยใช้หมึกโรเนียว สีดำพิมพ์ 

 

เสื้อยันต์พระพุทธเจ้าเข้านิโรธสมาบัติ
เสื้อยันต์พระพุทธเจ้าเข้านิโรธสมาบัติทั้งด้านหน้าด้านหลัง(หลวงปู่เกษม เขมโกปลุกเสก)

 

 

            ผ้ายันต์พัดโบกรุ่น ๑ สีขาว แบบโรเนียว เมื่อคราวหลวงปู่ ทิม มรณภาพได้ ๒-๓ ปี คุณ ชินพร สุขสถิตย์ ซึ่งหลวงปู่ทิม ครอบครูให้ เกิดร้อนวิชา จึงนำ ยันต์พัดโบกสีขาวแบบโรเนียว รวมกับผ้ายันต์เก่าๆ, คัมภีร์โบราณต่างๆ มาเผาเป็นถ่าน ผสมผงศักดิ์สิทธิ์ชนิดเข้มข้นของหลวงปู่ทิม แล้วปั้นขึ้นเป็นพระปิดตาบูชาครู (ปิดตาร้อนวิชา) วรรณะสีดำ จำนวน ๓๒ องค์ มีขนาดตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ บางองค์บรรจุเม็ดลูกปืน..แม่ไม่ฆ่าลูก, หรือตะกรุดสาริกา, หรือปิดตาสาริกาก็มี แล้วนำไปถวายหลวงพ่อแพรว วัดยายดา พระเกจิผู้เรืองวิชชาแบบเก่งแต่ซุ่มเงียบ ปลุกเสก ท่านบอกว่า “ผงดีแล้วนี่” (พระปิดตาบูชาครู มักตกอยู่กับลูกศิษย์รุ่นเก่าๆ) จากนั้นอาการร้อนวิชาก็หาย คุณชินพร เลยต้องสร้างพระให้วัดต่างๆ (โดยเฉพาะพระกริ่ง) และ จัดให้มีพิธีไหว้ครู หลวงปู่ทิม อิสริโก ในวันที่ ๑ พฤษภาคม ของทุกปี

พระปิดตาบูชาครู (ปิดตาร้อนวิชา)
พระปิดตาบูชาครู (ปิดตาร้อนวิชา)
พระปิดตาบูชาครู (ปิดตาร้อนวิชา)
พระปิดตาบูชาครู (ปิดตาร้อนวิชา)
พระปิดตาบูชาครู (ปิดตาร้อนวิชา)
ด้านหลัง
พระปิดตาบูชาครู (ปิดตาร้อนวิชา)
ด้านล่าง บรรจุตะกรุดสาริกาหลวงปู่ทิม

 

            ส่วนครั้งที่สองใช้หมึกสีเขียวพิมพ์เหตุที่ไม่ใช้วัสดุอาถรรพณ์ผสมในหมึกตามตำรานั้น ผู้เขียนเคยถามหลวงปู่ทิมว่า ถ้าไม่ใช้ของอาถรรพณ์มาผสมกับหมึกแล้วผ้ายันต์จะขลังไหม? หลวงปู่ทิมท่านตอบว่า การที่จะทำของหรือปลุกเสกอะไรต่อมิอะไรให้ขลังตามตำรานั้น ท่านว่าประการแรกมันสำคัญที่จิต การที่ตำราบอกว่าต้องหาอะไรต่อมิอะไรมาทำให้ถูกต้องครบถ้วนตามตำรานั้น ก็เพื่อให้ผู้ทำมีจิตใจแน่วแน่มั่นคง อันเป็นรากฐานสำคัญของการฝึกสมาธิ การแสวงหาวัตถุมงคลให้ได้ครบตามตำราก็เป็นการสร้างศรัทธาให้เกิดความเชื่อมั่นในตำรา เมื่อจิตใจมั่นคงแน่วแน่และมีศรัทธาเชื่อถือตามตำราที่ครูบาอาจารย์สั่งสอนแล้ว การประกอบวิชานั้นก็ย่อมศักดิ์สิทธิ์ได้ผล หลวงปู่ทิมกล่าวว่าอันที่จริงแล้วการร่ำเรียนวิทยาอาคมให้ขลัง ให้ศักดิ์สิทธ์นั้นมันอยู่ที่ใจหรือที่จิตตัวเดียวเท่านั้น


ร่วมวิจารณ์บทความ คลิกที่นี่

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( อังคาร, 13 พฤศจิกายน 2007 )