บทความยอดนิยม

กระทู้ล่าสุด

เข้าระบบ สมาชิก






ลืมรหัสผ่าน?

ผู้ใช้งานขณะนี้

ขณะนี้มี 7 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม: 37023322
ย้อนรอยสุดยอดปรมาจารย์ หลังกึ่งพุทธกาล
หน้าแรก
หลวงปู่ทองฤทธิ์ อุตตโม ผู้มีกระแสจิตแรงและไวยิ่ง PDF พิมพ์
เขียนโดย Administrator   
พฤหัสบดี, 01 พฤศจิกายน 2007
Image            เมื่อ ๓๓ ปีที่แล้วหลวงปู่ทิม อิสริโก แห่งวัดละหารไร่ จังหวัดระยองได้มอบให้คุณชินพร สุขสถิตย์ สร้างพระกริ่งชินบัญชร รุ่นแรกและรุ่นเดียวของท่านหลังจากนั้นพระกริ่งชินบัญชรค่อยๆโด่งดังมาจนเป็นที่ยอมรับและสนนราคาไม่น้อยไปกว่าพระกริ่งรุ่นเก่าๆมีผู้เช่าหากันในราคาถึงองค์ละกว่า ๒ แสนบาทไปแล้วก็มี หลวงปู่ทิมเคยพูดไว้ว่านอกจากพระเครื่องของท่านแล้ว คุณชินพรจะสร้างพระกริ่งให้โด่งดังอีกครั้งหนึ่ง

            คุณชินพร จึงได้เฝ้าเพียรพยายามแสวงหาเกจิอาจารย์ที่จะสร้างพระกริ่งให้โด่งดังอีกครั้งหนึ่งตามคำพยากรณ์ของหลวงปู่ทิม จนมาพบหลวงปู่ ทองฤทธิ์ อุตตโม ที่วัดป่าฉันทนิมิต จังหวัดกาฬสินธุ์ อายุ ๙๗ ปี มีหูตาแจ่มใส สามารถลงอักขระเลขยันต์ได้โดยไม่ต้องใส่แว่นตา เป็นพระอริยสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติ เมื่อพบกันครั้งแรก คุณชินพร สุขสถิตย์ และ ดต. จุลวัฒน์ จุลสุคนธ์ ได้เอาแผ่นทองแดงที่เตรียมมาถวายให้หลงปู่ทองฤทธิ์ลงเป็นตะกรุด หลวงปู่ทองฤทธิ์ ท่านได้ลงแผ่นทองแดงด้วยพระยันต์และอักขระเพียงไม่กี่ตัวแล้วก็ม้วนยกขึ้นจบแล้วส่งให้คุณชินพรImage 
            คุณชินพรเล่าว่า งงมาก ไม่คิดว่าท่านจะทำสำเร็จเร็วถึงขนาดนั้น ท่านผู้เฒ่าที่นั่งอยู่ด้วยกระซิบว่า “ลองเอาไปยิงดูซิคุณ รับประกันว่านัดเดียวไม่ออก” คุณชินพร และจุลวัฒน์ จึงเอาไปทดลองยิงกันจริงๆ นัดเดียวไม่ออกจริงๆ คุณ ชินพร จึงเชื่อแน่ว่าได้พบพระแท้ พระเก่งอีกองค์หนึ่งเข้าแล้ว 
            ในวันเดียวกันนั้นผมจึงได้นำปรกมะขาม(ปรกฤาษี)ที่สร้างขึ้นมาในนามของหลวงพ่อองค์หนึ่ง ให้หลวงปู่ทองฤทธิ์ ท่านปลุกเสกอีกหนึ่งคืน ปรากฎว่า ปรกมะขามที่ผมสร้างชุดนี้โด่งดัง จนสามารถท้าให้ ทดลองยิงหรือฟันปลา ได้ตลอดกาล ดังที่ผมเคยลงข่าวในหนังสือเมื่อปี๒๕๓๖ และผมได้บอกกับเพื่อนฝูงต่อๆไปถึงหลวงปู่ ทองฤทธิ์ องค์นี้ว่า กระแสจิตท่านแรงและไวมากถึงขั้นทดลองได้ 

            หลวงปู่ ทองฤทธิ์ อุตตโม และคณะกรรมการวัดป่าฉันทนิมิตร ได้อนุญาติให้มูลนิธิหลวงปู่ ทิม อิสริโก สร้างพระกริ่งในนามของท่านเป็นครั้งแรก ในวันเสาร์ ๕ ปี ๒๕๓๙ ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๓๙ เพื่อหาปัจจัยสร้างเมรุเผาศพและสร้างศาลาพักศพของวัดป่าฉันทนิมิตร และอีกส่วนหนึ่งสมทบทุนมูลนิธิหลวงปู่ทิม พร้อมกันนั้นได้ มอบอักขระเลขยันต์ตามตำรับการสร้างพระกริ่ง อันมีพระยันต์ ๑๐๘ และนะ ๑๔

พระกริ่งทองฤทธิ์
พระกริ่งทองฤทธิ์ มีเนื้อทองคำ ๓ องค์, เนื้อเงินปิดก้น, เนื้อเงินอุดผงพรายกุมาร,เนื้อนวะอุดผงพรายกุมาร} เนื้อนวะปิดก้นจารึก
พระกริ่งทองฤทธิ์
ด้านหลัง ตอกโค๊ต
พระกริ่งทองฤทธิ์
ใต้ฐาน คำว่า ทองฤทธิ์
 

 

            สำหรับพิธีเททองและปลุกเสก อาจารย์ทองเจือ ธัมมธีโร ผู้คำนวนฤกษ์เทพระกริ่งชินบัญชรปี ๒๕๑๗ อันโด่งดัง ได้เป็นผู้คำนวนฤกษ์เททองพระกริ่งทองฤทธิ์ ในวันเสาร์ที่ ๒ มีนาคม ๒๕๓๙ เวลา ๑๐.๐๙-๑๐.๒๕ นาฬิกา ลัคนาฤกษ์ให้ศัตรูเป็นวินาศ ให้ชื่อฤกษ์ว่าเป็น เพชรฤกษ์มหาลาภมหามงคล
            ประกอบด้วยนามผู้สร้างทั้ง ๒ คน และนามของหลวงปู่ผู้ปลุกเสกเป็นมงคล สอดคล้องกับฤกษ์ของพิธี คือ คุณชินพร ซึ่งแปลว่า ผู้ชนะอันยิ่งใหญ่, คุณทรงพล เพ็ชรเม็ดใหญ่ และนามหลวงปู่ ทองฤทธิ์ อันเป็นมงคลกับฤกษ์ยามในการสร้างพระกริ่งครั้งนี้ คือ มีลาภเพช็รเม็ดใหญ่, ทองคำและอิทธิฤทธิ์พร้อมทั้งอิทธิพล ทั้งคำให้พรของพระอาจารย์ทองเจือ ผู้วางฤกษ์กล่าวว่า ขอให้ติดตามดูให้ดี พระกริ่งชุดนี้ต้องดังอย่างสุดๆ อีกครั้งของวงการพระเครื่องไม่แพ้พระกริ่งชินบัญชรปี ๒๕๑๗ 
            พระกริ่งทองฤทธิ์ สร้างขึ้นในวันเสาร์ ๕ นี้ เป็นพระกริ่งเนื้อนวโลหะก้นปิดด้วยแผ่นนวโลหะจำนวน ๒,๕๕๕ องค์ ตอกโค๊ตและลำดับเลขหมายทุกองค์ ออกให้บูชาชุดละ ๑,๐๐๐ บาท สำหรับก้นเงินสร้าง ๒๕๕ องค์ จะจัดเป็นพิเศษสำหรับผู้ร่วมเป็นกรรมการผ้าป่าในวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๓๙ พร้อมด้วยพระนาคปรกใบมะขามรุ่มแรก, รูปหล่อรุ่นแรก, พระปิดตามหาอุตม์สก็อตจั้ม และตะกรุดโทนทองแดง ๑ ดอก เพียงชุดละ ๑,๐๐๐ บาท เพื่อสมทบทุนเริ่มแรกในการสร้างเมรุเผาศพของวัดป่าฉันทนิมิตร

พระปิดตามหาอุด
พระปิดตามหาอุด (ปิดตาสก๊อสจั้ม)
พระปิดตามหาอุด
ด้านหลังยันต์เฑาะห์
            สำหรับพิธีปลุกเสกพระกริ่งทองฤทธิ์ หลวงปู่ทองฤทธิ์ ท่านปลุกเสกเดี่ยวในกุฏิของท่านหลังจากพิธีเททองผ่านไปแล้วเรื่อยไปและปลุกเสกให้แรงฤทธิ์อีกครั้งในคืนวันเสาร์เวลา ๐๑.๔๙ นาฬิกา อันเป็นมหัธโนฤกษ์ จึงเป็นอันเสร็จพิธี

 

ประวัติความเป็นมาของ หลวงปู่ ทองฤทธิ์ อุตตโม
            หลวงปู่ ทองฤทธิ์ อุตตโม เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกับ หลวงปู่ มุม วัดปราสาทเยอเกจิอาจารย์ผู้เรืองฤทธิ์และมีชื่อเสียงของภาคอีสาน สมัยเมื่อหลวงปู่ทองฤทธิ์ยังเป็นเด็กชาย อายุประมาณ ๑๐ ขวบ ได้พบและอุปัฏฐากรับใช้หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่วัดป่าบ้านพอกใหญ่ อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ได้เขียนพระคาถา “อ้อป่อง” สอดลอดช่องพื้นกระดานให้ หลวงปู่มั่นบอกให้ท่องจำไว้ จะได้ปัญญาดี เกิดความศรัทธาในตัวหลวงปู่มั่น ที่เห็นท่านฉันอาหารในบาตรใหญ่ มีผู้คนมาฟังเทศน์ฟังธรรมกันมากมาย จึงมีความคิดที่จะบวช จนอายุได้ ๑๘ ปี จึงได้บวชเป็นสามเณรที่วัดศรีธรรมราช บ้านพอกใหญ่ ตำบลพอกใหญ่ อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร และในขณะที่ท่านบวชเป็นสามเณรอยู่นั้น หลวงปู่มุมได้บวชเป็นพระภิกษุแล้ว ท่านเป็นสามเณรจนอายุครบบวชจึงอุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดธรรมราช บ้านพอกใหญ่ ต่อมาเมื่อปี ๒๔๘๑ ท่านได้ไปอบรมสมถกรรมฐานกับหลวงพ่อสด วัดปากน้ำภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร จนสำเร็จวิชชาธรรมกายขั้นอุกฤต เรียกว่า “อัคนีธาตุกรด” เมื่อ พศ.๒๔๘๓ ท่านได้กลับมาจำพรรษาอยู่ที่วัดเดิมอันเป็นบ้านเกิดของท่าน ปีต่อมาท่านได้ไปอบรมเป็นพระอุปัชฌาชย์ ต่อมาก็ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาชย์ที่สามารถบวชกุลบุตรได้ หลวงปู่ทองฤทธิ์ได้บวชอยู่มหานิกายถึง ๒๒ พรรษา หลวงปู่ทองฤทธิ์ท่านทำของขึ้น ผู้คนจึงนับถือท่านมาก ได้สมณศักดิ์เป็นพระครูอุดมสิทธิกิจ จนเมื่อปี ๒๔๙๖ ท่านเบื่อในงานด้านบริหารปกครองพระ จึงขอลาออกจากสมณศักดิ์ เพื่อมุ่งหน้าบำเพ็ญกิจของสงฆ์ หาทางปล่อยปละละวาง เดินตามแนวทางปฏิบัติของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต และได้ไปขอเรียนวิปัสสนากับ หลวงปู่ ขาว อนาลโย วัดถ้ากลองเพล จนพบว่าที่ปฏิบัติผ่านมานั้นยังไม่ถูกต้อง จึงสึกออกนุ่งขาวห่มขาว ออกเดินดงอยู่ ๒ ปี แล้วบวชใหม่กับ หลวงปู่ขาว อนาลโย ในธรรมยุตนิกาย และได้มาบำเพ็ญความเพียรจำพรรษาที่วัดพุทธนิมิต ภูดาว อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ และในปี ๒๕๐๐ ได้มาจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าฉันทนิมิตรถึงปี ๒๕๐๗ จึงย้ายไปอยู่ภูถ้ำจันทร์ ที่ภูเก้า ๕ พรรษา ต่อมาได้ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดด่านศรีสำราญ ดงศรีชมพู อำเภอบึงกาฬ จัดหวัดหนองคาย จากนั้นไปจำวัดอยู่ในพื้นที่สีแดง สั่งสอนอบรมชาวบ้านซึ่งขัดแย้งกับลัทธิคอมมูนิสต์อย่างมาก จนหัวหน้าใหญ่คอมมูนิสต์คิดฆ่าท่าน โดยคิดจับท่านสวนทวาร ศิษย์ของท่านเลยพาท่านหนีมาอยู่ ณ.วัดป่าฉันทนิมิตร ราวปี ๒๕๒๒ จวบจนละสังขาร

            ก่อนมรณภาพหลวงปู่ทองฤทธิ์ ท่านได้อนุญาตให้ คุณ ชินพร สุขสถิตย์ สร้างพระให้ท่านหลายพิมพ์ จนลูกบุญธรรมซึ่งเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนรัฐบาลในกรุงเทพฯ ถามว่า ”หลวงพ่ออยากดังหรืออย่างไร? จึงให้นายชินพร สร้างพระ ทั้งที่รองผู้ว่าฯขอก็ไม่ให้” หลวงปู่ทองฤทธิ์ท่านบอกว่า “ชินพร เขาเจตนาบริสุทธิ์ ซื่อตรง ทำแล้วจะใช้ได้ผลดี เพราะเขาเป็นคนดี

รูปเหมือนผงเนื้อเตารีด
รูปเหมือนผงเนื้อเตารีด(เสกให้กันอาวุธได้ทุกชนิด)
รูปเหมือนผงเนื้อเตารีด
ด้านหลังรูปเหมือนเนื้อผง ผสมข้าวก้นบาตร
รูปเหมือนเนื้อทองแดงพิมพ์เตารีด
รูปเหมือนเนื้อทองแดงพิมพ์เตารีด
รูปเหมือนเนื้อทองแดงพิมพ์เตารีด
ด้านหลัง


อิทธิฤทธิ์หลวงปู่ทองฤทธิ์
            คุณชินพร สุขสถิตย์ ยอมรับว่า ตั้งแต่พบพระเกจิอาจารย์มา ไม่เคยพบเกจิองค์ใดที่มีพลังจิตแรงและไวเท่าหลวงปู่ ทองฤทธิ์ อุตตโม
            หลวงปู่ ทองฤทธิ์ ท่านลงอักขระเลขยันต์ไม่กี่ตัว ม้วนและยกขึ้นจบ แล้วส่งให้ผมเลย ผมเองเห็นแล้วไม่ค่อยเชื่อถือ สีหน้าผมคงแสดงออก คุณลุงที่นั่งปรนิบัติหลวงปู่ทองฤทธิ์ในวันนั้นคงจะเห็นอาการของผม แกจึงบอกผมว่า “คุณถ้าไม่เชื่อ ลองเอาออกไปยิงดู ผมรับรองว่านัดแรกไม่ออก”
            คุณชินพร และนายดาบตำรวจ จุลวัฒน์ จุลสุคนธ์ พร้อมเพื่อนร่วมทางอีก ๒ ท่าน จึงทำตามคำท้าพิสูจน์ของคุณลุงท่านนั้น นายดาบจุลวัฒน์ ซึ่งมีปืนประจำตัว เอาตะกรุดไปวางไว้ในที่อับกระสุน ระลึกบอกกล่าวว่า ไม่ได้ลบหลู่ แต่ของชมอิทธิฤทธิ์ว่าจะจริงอย่างคำท้าหรือไม่แล้วก็เหนี่ยวไกลั่นกระสุนทันที ปรากฎว่ากระสุนด้าน เมื่อประจักษ์กับสายตาเช่นนั้น คณะของคุณชินพรและนายดาบจุลวัฒน์ จึงตัดสินใจเข้าไปค้างคืนจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมกับขอให้หลวงปู่ทองฤทธิ์ ปลุกเสกปรกมะขาม(ปรกฤาษี) ที่เพิ่งไปรับมาจากหลวงปู่องค์หนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานีให้อีกครั้ง เพื่อเพิ่มพลังและขอให้มีมหาอุตม์เป็นอันดับแรก และปรากฏต่อมาว่า ปรกมะขามชุดนั้นเอาไปทดลองยิงได้ โดยคุณชินพร กล้าประกาศท้าทายลงในหนังสือพระเครื่องหลายฉบับ และปรากฏว่ามีผู้เอาไปลองยิงหลายรายยิงไม่ออก เอาใส่ปากปลาช่อนก็ฟันไม่เข้า แม้แต่ตังเกบ้านเพ จังหวัดระยอง ที่เชื่อถืออะไรยาก ต้องลองให้เห็นกับตาจึงเชื่อแน่ ได้แห่กันมาที่มูลนิธิหลวงปู่ทิม อิสริโก หลายสิบคนเพื่อเช่าปรกมะขามที่หลวงปู่ทองฤทธิ์ ปลุกเสกซ้ำไปคนละเป็นร้อยองค์ คุณสำราญ ทองนพคุณ ไต๋ก๋งเรือขุนพลสมุทร ผู้เอาปรกมะขาม(ปรกฤาษี) ใส่กระบอกปืนแล้วยิงถึง ๒ นัด ไม่ออก เล่าว่าวันนั้นผมลองปรกมะขามและพระเครื่องต่างๆของหลวงพ่ออื่นๆ อีกหลายองค์ โดยใส่ปากกระบอกปืนแล้วยิง หลายองค์ปลิวหายไปในทะเล มีเพียง ๒ องค์เท่านั้นที่กระสุนไม่ลั่น มีปรกมะขามรูปฤาษีที่คุณชินพรสร้างองค์หนึ่ง และพระปรกมะขามของหลวงพ่อทางภาคตะวันออกอีกองค์หนึ่ง นอกนั้นผมยิงตกทะเลไปหมด ลูกเรือผมเห็นกันทุกคนครับ

ปรกใบมะขาม
ด้านหลัง
ปรกใบมะขาม
พระปรกใบมะขาม มีเนื้อทองคำ, เงิน, ทองแดง
 
            คุณชินพรกล่าวว่า ผมเคยไปพบพระเกจิอาจารย์มาก็มาก ไม่เคยเห็นใครมีกระแสจิตแรงและไวเหมือนหลวงปู่ ทองฤทธิ์ เลยโดยเฉพาะเรื่องมหาอุด แทบไม่น่าเป็นไปได้เลยที่พระสายปฏิบัติจะเก่งถึงขนาดนี้ หลวงปู่ ทองฤทธิ์ อนุญาติให้มูลนิธิหลวงปู่ทิม สร้างวัตถุมงคลในวันเสาร์ ๕ ปี๒๕๓๙
            ภายหลังจากที่ได้ไปรู้จักกับหลวงปู่ ทองฤทธิ์ อุตตโม เมื่อต้นปี ๒๕๓๕ แล้วยอมรับในพลังจิต และการปฏิบัติเพื่อปล่อยปละละวางของท่าน คุณชินพร สุขสถิตย์ ผู้สร้างพระกริ่งชินบัญชรของหลวงปู่ทิม อิสริโก จนโด่งดังก็เที่ยวบอกให้พรรคพวกเพื่อนฝูงที่สนใจทางด้านนี้ให้ไปพบหลวงปู่ทองฤทธิ์บ้าง เมื่อหลายๆ คนได้ไปพบท่านต่างก็เลื่อมใสในวัตรปฏิบัติและการไม่ถือตัวของท่าน หลวงปู่ทองฤทธิ์ จะให้ความเมตตาอนุเคราะห์สนองความต้องการแก่ผู้คนที่ไปหาทุกคนเสมอกัน ไม่เลือกชั้นวรรณะ แบ่งแยกคนมีคนจน และประการสำคัญ “ไม่มีใครคอยมาเป็นทศกัณฐ์”
            ในวันเสาร์ห้า เดือนห้า ขึ้นห้าค่ำ ซึ่งถือว่าเป็นวันที่แข็งที่สุดของการทำวัตถุมงคล และเครื่องรางของขลัง มูลนิธิหลวงปู่ทิม อิสริโก จึงได้ขออนุญาติหลวงปู่ ทองฤทธิ์ พระเก่ง พลังจิตแก่กล้า วัตรปฏิบัติเคร่งครัด อายุพรรษาสูง สร้างวัตถุมงคล ๕ แบบ ๕ พิมพ์ ขึ้นในวันสำคัญนี้ และขอให้หลวงปู่ทองฤทธิ์ ปลุกเสกเดี่ยวเพียงองค์เดียว แม้วันเสาร์ห้า เดือนห้า ขึ้นห้าค่ำ จะเป็นวันแข็งตามสุริยคติและจันทรคติแล้ว หากจะคำนวนฤกษ์ยาม เวลาอันแข็งที่สุดของวันเสาร์ห้านี้แล้ว จะทำให้ของนั้น ใช้ได้ผลเป็นทวีคูณ ท่านอาจารย์ทองเจือ ธัมมธีโร หรือ ท่านสหัสรังษี จึงคำนวนฤกษ์เทพระกริ่ง และฤกษ์ปลุกเสกให้เป็นพิเศษ ซึ่งฤกษ์เททองหล่อพระกริ่ง ชื่อว่า เพชรฤกษ์มหาลาภ ฤกษ์ปลุกเสกในวันเสาร์ห้า ชื่อว่า เพชรฤกษ์มหาจักรพรรดิ์กายสิทธิ์ พระเครื่อง ๕ พิมพ์ที่หลวงปู่ทองฤทธิ์ อนุญาติให้สร้างนี้ประกอบด้วย

๑. พระชัยวัฒน์- พระกริ่งทองฤทธิ์ สร้างจำนวน ๒,๕๕๕ ชุด

๒. พระปิดตามหาอุตตโมสก็อตจั๊ม สร้างจำนวน ๒,๕๕๕ องค์

๓. พระนาคปรกใบมะขามทองฤทธิ์ สร้างจำนวน ๑๕,๕๕๕ องค์

๔. รูปเหมือนหลวงปู่ทองฤทธิ์ สร้างจำนวน ๔,๐๐๐ องค์

๕. รูปเหมือนเนื้อทองแดงหลังเตารีด สร้างจำนวน ๕,๐๐๐ องค์

            วัตถุมงคลทั้ง ๕ แบบ นี้ ถวายหลวงปู่ทองฤทธิ์ เพื่อหาปัจจัยสร้างเมรุเผาศพ และศาลาพักศพของวัดป่าฉันทนิมิตร และอีกส่วนหนึ่งเมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้ว จะสมทบทุนมูลนิธิหลวงปู่ทิม อิสริโก ออกให้บูชาในวันเสาร์ที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๓๙

                     

            พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์ สร้างเนื้อทองคำ, เงิน,นวโลหะ แบบปิดก้นจารึก”ทองฤทธิ์” และแบบอุดผงพรายกุมาร(พระกริ่งนวโลหะ อุดผงพรายกุมารสร้าง ๔๐๐องค์)

           

             รูปเหมือนโลหะพิมพ์เตารีด สร้างเนื้อเงินจำนวน๑๔๐เหรียญหลวงปู่ทองฤทธิ์จารมือเองทุกเหรียญ,และเนื้อทองแดง ๔,๕๕๕เหรียญ

            รูปเหมือนเนื้อผงพิมพ์เตารีดสร้างถัดจากเสาร์ห้าเล็กน้อยโดยผู้สร้างขอให้หลวงปู่ทองฤทธิ์เสกป้องกันนิวเคลียร์ให้ด้วย หลวงปู่ทองฤทธิ์ท่านตอบว่า ”เสกให้กันอาวุธ ได้ทุกชนิด”
พระชัยวัฒน์ทองฤทธิ์
พระชัยวัฒน์ทองฤทธิ์
พระชัยวัฒน์ทองฤทธิ์
ด้านหลัง
พระชัยวัฒน์ทองฤทธิ์
ใต้ฐาน ตอกโค๊ต
 

             ลูกชายของข้าราชการชั้นใหญ่ในรั้วในวัง เล่าว่า คุณพ่อนำรูปเหมือนเนื้อเงินหลังเตารีดหลวงปู่ทองฤทธิ์ ให้น.อ.สมิธ โดแนน นักบินอาวุโสของคาร์ลิฟอร์เนีย คาร์โก้ ติดตัวไว้ เมื่อน.อ.สมิธ เอาเครื่องบินที่ซ่อมเสร็จใหม่ๆไปทดสอบ คุมเครื่องอยู่ก็เห็นพระสงฆ์แก่ๆลอยขวางทางบิน จึงนำเครื่องบินลงแล้วตรวจสอบ พบเครื่องยนต์มีความบกพร่อง น.อ.สมิธ จึงบินมากรุงเทพฯและถามว่า หลวงพ่อที่ไหน?

มหาเปรียญ ๙ ประโยค งง ตะกรุดอ้อป่อง
            พระมหาบำเพ็ญแห่งวัดหัวลำโพง กรุงเทพฯ หนึ่งในยี่สิบสององค์ที่สอบเปรียญ ๙ ประโยคได้ในปี ๒๕๓๘ ได้เล่าถึงปรากฏการณ์อันแปลกประหลาดให้คุณชินพร และคุณพันคำ ฟังในวันที่มากราบนมัสการรูปหล่อหลวงปู่ทิม ที่มูลนิธิหลวงปู่ทิม ซอยเฉลิมสุข กรุงเทพฯ

ตะกรุดอ้อป่อง
ตะกรุดปัญญาดี (ตะกรุดอ้อป่อง)

            พระมหาบำเพ็ญเล่าว่า “อาตมาขอขอบคุณ คุณโยมชินพรเป็นอย่างมากที่ได้มอบตะกรุดเรียนดี หรือ ตะกรุดอ้อป่องของหลวงปู่ทองฤทธิ์ ให้อาตมาในวันนั้น ในวันที่อาตมาเข้าสอบเปรียญ ๙ ประโยค เมื่อเห็นข้อสอบก็รู้สึกท้อใจและผิดหวังที่ข้อสอบออกมาไม่ตรงกับตำราที่อุตส่าห์ดูมา ในขณะที่หมดอาลัยในข้อสอบอยู่นั้นก็หยิบเอาตะกรุดอ้อป่องที่โยมให้ไว้ขึ้นมาอมเคี่ยวอยู่ในปาก พร้อมกับระลึกถึงหลวงปู่ทองฤทธิ์เจ้าของตะกรุด ความมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้นกับอาตมา ความทรงจำเก่าๆ ที่เคยอ่านผ่านตำรานั้นมานานแล้ว ค่อยๆผุดขึ้นมาในความทรงจำที่ละเปราะอย่างประหลาด จนอาตมาสามารถทำข้อสอบนั้นได้ และในที่สุดก็สอบผ่านได้เป็นเปรียญ ๙ ประโยค” 
           ตะกรุดอ้อป่องเป็นตะกรุดพิเศษพิสดารชนิดหนึ่ง ที่จะหาพระอาจารย์สร้างได้ยาก เรียกได้ว่า ยุคนี้ไม่มีพระอาจารย์ใดสร้างได้แล้ว นอกจากหลวงปู่ทองฤทธิ์ อุตตโม เพียงองค์เดียว หลวงปู่ทองฤทธิ์ท่านเล่าว่าวิชาทำตะกรุดอ้อป่อง ท่านได้มาจากหลวงปู่ มั่น ภูริทัตโต ตั้งแต่สมัยเด็กๆ ท่านเรียกว่า ตะกรุด(วิชา) ลอดช่อง ลอดรูกระดาน หลวงปู่ ทองฤทธิ์ ท่านจะลงตะกรุดอ้อป่องทุกดอกด้วยลายมือของท่านเอง ท่านทำไว้แจกจ่ายแก่เด็กๆนักเรียนที่มาหาท่าน พร้อมกับบอกว่า เอาไว้ทำข้อสอบ ถ้าทำไม่ได้ให้นึกถึงตะกรุด แล้วความทรงจำเก่าๆจะผุดขึ้นมาทีละน้อย เหมือนลอดรูช่อง ลอดรูดานขึ้นมา

 

           

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( จันทร์, 20 กรกฎาคม 2009 )