บทความยอดนิยม

กระทู้ล่าสุด

เข้าระบบ สมาชิก






ลืมรหัสผ่าน?

ผู้ใช้งานขณะนี้

ขณะนี้มี 26 บุคคลทั่วไป และ 1 สมาชิก ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม: 22262231
ย้อนรอยสุดยอดปรมาจารย์ หลังกึ่งพุทธกาล
หน้าแรก arrow บทความ arrow สุดยอดของหลวงปู่ทิม คือ ล็อคเก็ต ๓ อัน ที่สร้างไว้ล่วงหน้าเพื่อมอบให้คนที่จะมาทำพระ
สุดยอดของหลวงปู่ทิม คือ ล็อคเก็ต ๓ อัน ที่สร้างไว้ล่วงหน้าเพื่อมอบให้คนที่จะมาทำพระ PDF พิมพ์
เขียนโดย ชินพร สุขสถิตย์   
พุธ, 07 พฤศจิกายน 2007
ล็อคเก็ต หลวงปู่ทิม อิสริโก            สมัยที่ผมเข้าไปสร้างพระเครื่องต่างๆ ให้หลวงปู่ ทิม อิสริโก เพื่อหาเงินมาสร้างถาวรวัตถุใน วัดละหารไร่นั้น ไม่ค่อยมีใครสร้าง ล็อคเก็ต ไปให้หลวงปู่ทิมปลุกเสก เพราะระยะนั้นท่านยังไม่ดังและการสร้างล็อคเก็ต ก็มีราคาแพงอันละเกือบร้อยบาท จึงไม่ค่อยมีใครสร้างไปให้ท่านปลุกเสก แต่ภายหลังจากท่านมรณภาพแล้วและดังขึ้นมา เพราะของท่านดีจริง ก็มีล็อคเก็ต ของท่านออกมาอีกหลายรูปแบบ ในช่วงเวลาที่ผมเข้าไปสร้างของต่างๆให้ท่าน ผมทำล็อคเก็ต ขึ้นมาครั้งเดียว สร้าง เพียง ๒๒ อัน หลวงปู่ทิมสั่งให้เอามา ปลุกเสกในวันไหว้ครูครั้งสุดท้ายของท่าน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๑๘ ล็อคเก็ต รุ่นนี้เป็นรูปสี่เหลี่ยมเล็กล้อมรอบ ด้วยยันต์สารพัดกันของท่าน ด้านหลัง บรรจุผงพรายกุมารแล้วเอารูปหลวงปู่ทิม ในเหรียญเจริญพรกดไว้ในเนื้อผง เช่าหา กันครั้งล่าสุด ๑๒๐,๐๐๐ บาท (ราคา ณ. ปี ๒๕๔๖)

            ก่อนที่ผมจะเข้าไปพบหลวงปู่ทิม ที่วัดละหารไร่ไม่กี่เดือน หลวงปู่ทิมสั่งให้ “คุณประชา ตรีพาสัย”  ไปทำล็อคเก็ตมาให้ท่าน ๓ อัน และยังกำชับว่าไม่ให้ทำเกิน ๓ อัน คือให้ทำมาเพียง ๓ อันเท่านั้น ทั้งยังสั่งให้เอาแผ่นเงินบุด้านหลังล็อคเก็ต มาให้ด้วย คุณประชาก็ไปทำมา ให้ท่านตามสั่ง โดยคุณประชาเองก็ไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ของท่าน ปกติแล้ว หลวงปู่ท่านไม่เคยสั่งให้ใครทำอะไรมาให้ท่านเลย โดยเฉพาะพระเครื่อง เมื่อคุณประชาได้รับคำสั่งเช่นนี้ก็ประหลาดใจมาก แต่ก็ไปสั่งทำให้ โดยเอารูปภาพหลวงปู่ทิมนั่งเต็มองค์ไปเป็นแบบ เมื่อทำเสร็จแล้วก็เอาแผ่นเงินมาแผ่ และบุไว้หลัง ล็อคเก็ต ทั้ง ๓ อัน และนำไปถวายหลวงปู่ทิม

ล็อคเก็ต หลวงปู่ทิม อิสริโก
ล๊อกเก็ต หลวงปู่ทิม สั่งให้ทำเพียง ๓ อัน ด้านหลังบุเงิน จารยันต์ห้า มอบให้ คุณ เพียรวิทย์ ๑ อัน คุณประชา ๒ อัน เพื่อเก็บเอาไว้ให้คนที่จะมาสร้างพระกริ่ง ๑ อัน
ล็อคเก็ต หลวงปู่ทิม อิสริโก
ด้านหลังบุแผ่นเงิน หลวงปู่ทิมจารมือ องค์นี้เจ้าของคือคุณ ชินพร สุขสถิตย์ บรรจุของส่วนตัวเพิ่มคือเม็ดลูกประคำรุ่นแรก,ปรกองค์จ้อยปี๑๗และปรกโสฬสปี๓๓,ปิดตาสาริกา,พระผงถ้ำผาปล่องและเกศาหลวงปู่ทิม

 

           ก่อนที่ภาวะเศรษฐกิจจะตกต่ำ วงการพระเครื่องเฟื่องฟูมาก พระเครื่อง ตลอดจนเครื่องรางของหลวงปู่ทิมมีราคา แพงขึ้น มีการเช่าหากันมากขึ้น ผมเอง เคยออกพระกริ่งชินบัญชรก้นทองแดงไป ถึงองค์ละ ๘๐, ๐๐๐ บาท ซึ่งถือว่าแพงมาก ในปีนั้นคือปี พ.ศ. ๒๕๓๘ ผมบอกคนซื้อไปว่าจำเลขประจำองค์พระกริ่งให้ดีๆ มีโชคกันมาหลายรายแล้ว หากซื้อหาด้วยความ เลื่อมใสและเมื่อหวยงวดถัดไปออก ผู้บูชา พระกริ่งรายนี้ไปก็ได้เงินคืนซึ่งยังมีกำไรอีก มีอยู่รายหนึ่งบิดาเป็นตำรวจและเป็น คนบ้านค่าย จ.ระยอง แต่ไปตั้งรกรากอยู่ทางใต้ ลูกชายจึงอยากได้พระกริ่งชินบัญชรไว้ใช้ เพื่อเป็นการระลึกถึงบ้านเกิดของพ่อ จึงติดต่อขอเช่าจากผมโดยเดินทางมาจากตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ชื่อ คุณโสฬส แวววับศรี ทำงานอยู่ธนาคารสหกรณ์การเกษตรสาขาตะกั่วป่า เช่า พระกริ่งชินบัญชรก้นทองแดงไปในราคา ๕๖, ๐๐๐ บาท ถ้าเก๊รับคืนทันที เมื่อรับ พระกริ่งชินบัญชรไปแล้ว ผมให้ข้อสังเกตุ คุณโสฬส ไปว่า ให้ดูและจำหมายเลข ๑๖๑๘ ประจำองค์พระกริ่งไว้ให้ดี บางที คุณอาจจะไม่ต้องเสียเงินค่าพระกริ่งเลย ก็เป็นได้

หลวงปู่ทิม พรหมน้ำมนต์รถโพลค์ ของคุณชินพร สุขสถิตย์
หลวงปู่ทิม พรหมน้ำมนต์รถโพลค์ ของคุณชินพร สุขสถิตย์ ครั้งแรกที่พอท่านเมื่อปลายปี ๒๕๑๖

 

            อีกไม่กี่วันต่อมา ผู้ที่เช่าบูชาพระ กริ่งชินบัญชรหลวงปู่ทิมองค์นั้นก็ส่งขนม เดือน ๑๐ มาให้ผมทางไปรษณีย์ห่อใหญ่ เมื่อตอนที่ผมได้รับของ ผมได้แกะห่อออก ดูพอเห็นเข้าผมนึกว่าเป็นสีผึ้ง เพราะ ลักษณะจะคล้ายกับสีผึ้งมาก อีกไม่นาน เจ้าตัวคนที่ส่งก็โทรศัพท์มาบอกว่าเป็น ขนมเดือน ๑๐ ซึ่งเป็นขนมอันมีชื่อของ เมืองนครศรีธรรมราช ส่งมาเพื่อให้ผมลองรับประทานดูพร้อมกับเล่าว่าได้โชคลาภจากหมายเลของค์พระกริ่ง ๑๖๑๘ งวดนั้นเลขท้ายสองตัวออก ๑๘ ก็เลยได้ เงินที่เช่าบูชาพระกริ่งชินบัญชร ๕๖, ๐๐๐ บาทได้คืนหมดแล้ว ใครก็ตามที่ได้บูชาพระของท่าน ไปด้วยความเคารพศรัทธาและเชื่อมั่น มักจะไม่ต้องเสียเงินค่าบูชาอยู่เสมอ ที่กล้าพูดเช่นนี้ เพราะเจอมาหลายรายแล้ว จะว่าไม่เสียก็ไม่ถูกนัก เพราะต้องเสียเงิน ไปเช่าบูชาในตอนแรกและไม่นานก็จะ ได้กลับคืนมา ผมจึงได้กล้าพูดเสมอๆ ว่า พระกริ่งชินบัญชรนับว่าเป็นพระกริ่งสุดยอดของหลวงปู่ทิม ผู้ที่ได้ใช้บูชาเท่านั้น ถึงจะรู้ว่าดีอย่างไร

ล็อคเก็ต หลวงปู่ทิม อิสริโก
ล็อคเก็ต หลวงปู่ทิม รุ่นโสฬส
ล็อคเก็ต หลวงปู่ทิม อิสริโก
ด้านหลังบรรจุ สีผึ้ง ผสม เทียนชัยชินบัญชร ผงพรายกุมาร ทับทิม และ ผงตะไบชนวนพระกริ่งชินบัญชร

 

            ก่อนที่ผมจะได้เข้าไปสร้างพระ เครื่องต่างๆ ให้หลวงปู่ทิม เมื่อปี ๒๕๑๖-๒๕๑๘ คุณประชา ตรีพาสัย ซึ่งเป็นผู้ร่วม งานที่กรมชลประทานที่เดียวกับผม ได้ชวนให้ผมไปหาหลวงปู่ทิมอยู่นานเป็นปี คุณประชาฯ ได้เล่าให้ผมฟังว่า หลวงปู่ทิม ท่านเก่งอย่างโน้นเก่งอย่างนี้ ผมได้ฟัง ก็ไม่ค่อยเชื่อคิดว่าไม่น่าที่จะเป็นไปได้ คุณประชาฯ คงจะตีไข่ใส่สีให้ผมฟังมากกว่า
            ทุกครั้งที่ผมได้พบกับคุณ ประชาฯ เขาก็จะออกปากชวนผมอยู่ เรื่อยๆ จนผมอดที่จะเห็นใจในความอดทนของคุณประชาฯ ก็เลยรับปาก ตั้งข้อแม้กับคุณประชาว่า ถ้าได้อะไร ที่เป็นสัญลักษณ์ของคนระยองผมก็จะไป
            เช้าวันจันทร์ต่อมาเราได้ นั่งกินกาแฟกันก่อนที่จะถึงเวลาการทำงาน คุณจำลอง ยอดยิ่ง สถาปนิกพิเศษของ กรมชลประทานก็เข้ามาร่วมวงด้วยพร้อม ทั้งนำคัมภีร์เก่าๆ ออกมาเล่มหนึ่งให้ผม คุณจำลองบอกว่า เป็นคัมภีร์บอกวิธีการ สร้างพระชัยวัฒน์ ฉลองพระเดชพระคุณของสุนทรภู่ กวีเอกของกรุงรัตนโกสินทร์ ได้มาจากกุฏิของสุนทรภู่ที่วัดเทพธิดา เพราะว่าคุณจำลองไปเป็นกรรมการด้าน ค้นคว้าเรื่องราวของท่านสุนทรภู่ด้วยคน หนึ่ง กรรมการท่านอื่นๆ ไม่ได้สนใจคัมภีร์ เล่มนี้จึงได้หยิบเอามาฝากผม
            คุณประชา ตรีพาสัย ที่นั่งอยู่ ด้วยกัน ได้เอ่ยปากทวงสัญญาขึ้น ผมจึงจำใจต้องไประยองในเช้าของวันนั้น เราไปด้วยกัน ๓ คน มีผม,  คุณประชา ตรีพาสัย และ คุณอารมย์ ทับสุวรรณ์ ผมเอารถโฟล์คเต่าทองของ ผมที่เพิ่งซื้อมาได้ ๒ เดือนป้ายยังแดงอยู่ เป็นพาหนะในการเดินทาง
            เมื่อถึงระยองเราก็แวะรับคุณ เพียรวิทย์ จารุสถิติ เข้าไปด้วย ผมเข้าไป ถึงก็เข้าไปกราบท่าน หลวงปู่ทิมท่านรู้ล่วง หน้าก่อนแล้วว่าผมจะไปพบท่าน และใน วันนั้นหลังจากที่พูดคุยกับท่านแล้วท่าน ก็มอบหมายให้ผมจัดสร้างพระเครื่องอะไร ก็ได้ให้ท่านเพื่อหาเงินมาช่วยสร้างวัด จากนั้นผมจึงได้นิมนต์ท่าน ลงไปเจิมรถให้ผมที่จอดอยู่ลานวัด
            ลานวัดในยุคนั้นเป็นดินทราย หลวงปู่ทิมท่านทำพิธีเจิมรถให้ผม อย่างตั้งอกตั้งใจ เจิมทั้งเพดาน หลังคารถ พวงมาลัย ดุมรถทั้ง ๔ ล้อ แล้วก็ลงอักขระ เจิมหน้ารถพร้อมปิดทองให้อีก ๓ แผ่น เมื่อท่านปิดทองเสร็จท่านก็เอามือทั้งสอง ของท่านแตะที่หน้ารถ ท่านผู้อ่านเชื่อไหม ครับว่า รถโฟล์คเต่าประกอบนอกหนัก ทั้งคันประมาณ ๖๐๐-๗๐๐ กิโลกรัมขยับ เขยื้อนถอยไปมาอย่างน่าอัศจรรย์ พวกเราเห็นกันทุกคนเลยครับ
            ถ้าจะคิดกันให้ดี พระแก่ๆ ที่อายุ ๙๕ ปี ท่านจะมีพละกำลังมากมายขนาด นั้นเชียวหรือ? ถ้าไม่ใช่สมาธิจิตอันกล้า แข็งของท่านแล้วละก้อรถโฟล์คทั้งคัน ไม่มีโอกาสขยับเขยื้อนได้เลย
            นับตั้งแต่นั้นมาจิตใจของผมไม่ เคยสงสัยในตัวของหลวงปู่ทิมท่านอีกเลย จากนั้นผมเองได้มอบตัวรับใช้หลวงปู่ทิม ช่วยหาเงินเข้ามาพัฒนาวัดที่เก่ามาก กุฏิที่ริมแม่น้ำที่เรียกกันว่า “หอฉัน” ก็จะพังมิพังแหล่ก็ได้สร้างขึ้นมาใหม่

ล็อคเก็ต หลวงปู่ทิม อิสริโก
ล็อคเก็ต หลวงปู่ทิม รุ่นโสฬส
ล็อคเก็ต หลวงปู่ทิม อิสริโก
ด้านหลัง บรรจุผงพรายกุมาร และ ผงพุทธคุณปิดด้วย จีวรหลวงปู่ทิม


            เย็นวันนั้นเอง ก่อนที่ผมจะกลับ เข้ากรุงเทพฯ คุณประชาฯ ได้พาผมแวะ ไปที่บ้านและขึ้นไปหยิบเอาของสิ่งหนึ่งมา ให้ผม ของสิ่งนั้นก็คือ ล็อคเก็ต รูปไข่รูป หลวงปู่ทิมนั่งเต็มองค์ ด้านหลังล็อคเก็ต บุด้วยแผ่นเงินมีลายจารเป็นยันต์ห้าอ่าน ว่า นะ โม พุท ธา ยะ มะ อะ อุ คุณประชาฯ ส่งให้ผมคนเดียว (คุณ อารมย์ไม่ได้) พร้อมกับพูดว่า หลวงปู่ท่าน สั่งให้เราไปทำมา ๓ อันพร้อมกำชับให้ เอาเงินบุหลังไว้ด้วยทั้ง ๓ อัน เมื่อท่านปลุกเสกเสร็จแล้ว ท่านให้อ้ายเพียรไป ๑อัน ให้เรามา ๒ อัน สั่งไว้ว่าเอาเก็บไว้ ให้คนที่เขาจะมาสร้างพระอันหนึ่ง คุณประชาฯ ก็ถามหลวงปู่ว่า
             “ทำไมหลวงปู่ไม่ให้กับมือเขา เองเล่าครับ?”
            หลวงปู่ทิมท่านก็บอกว่า “ไม่ต้อง หมอชาให้ก็เหมือนกัน”
            พอมาถึงตอนนี้ผมเลยคิดว่า ในตอนนั้นผมไปพบท่านพร้อมกับคุณอารมย์ฯ ถ้าหลวงปู่ท่านให้ผมแต่ไม่ให้คุณอารมย์ฯ คุณอารมย์ฯ ก็คงจะมีความรู้สึกอะไรอยู่บ้างในใจ ท่านจึงได้ให้คุณประชาเป็นผู้ที่มอบให้กับผมเอง จะได้ไม่มีปัญหา
            เมื่อผมได้รับล็อคเก็ต อันนั้นมา จากคุณประชาฯ แล้ว ครั้นต่อมาผมได้ไป หาหลวงปู่ทิมผมได้ถามท่านว่า ใช้ดีทาง ไหนครับ?
            หลวงปู่ทิมท่านบอกว่า ใช้ได้ทุก ทางแล้วแต่จะนึกเอา และท่านก็บอกว่า ไม่ว่าจะไปแห่งหนตำบลใดก็เหมือนกับ มีท่านไปด้วย จากนั้นผมก็ได้ใช้ล็อคเก็ต อันดังกล่าวติดตัวอยู่ตลอดเวลา อยู่มาวันหนึ่ง ล็อคเก็ต อันนั้นได้หายไปเมื่อต้นปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ผมค้นหาจนทั่วบ้านก็ไม่พบ ตั้งใจจะเอามาเข้าพิธีในวันไหว้ครูซึ่งหลวง ปู่ทิมกำหนดว่าจะทำพิธีในวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๑๘ พร้อมจะสร้างมีดหมอให้ พวกผมอีกด้วย

ล็อคเก็ต หลวงปู่ทิม อิสริโก
ล็อคเก็ต หลวงปู่ทิม รุ่นโสฬสปี๒๕๓๓ (มีแบ่งให้บูชาน้อยมาก องค์ละ ๕,๐๐๐บาท)
ล็อคเก็ต หลวงปู่ทิม อิสริโก
ด้านหลังมีทั้งบรรจุผง และ ไม่บรรจุผง


            ผมได้บอกเล่าเรื่องที่ล็อคเก็ต หายให้หลวงปู่ทิมท่านได้ทราบ ท่านก็บอกว่าไม่เป็นไร เมื่อถึงเวลาก็จะได้คืนมาเอง 
            ล็อคเก็ต อันที่ว่าได้หายไปจนถึง วันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๒๖ ผมก็ได้คืนมาอย่าง ไม่น่าเชื่อ เพราะในวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๒๖ จะเป็นวันพระราชทานเพลิงศพของหลวงปู่ทิม เป็นธรรมดางานพระราชทานเพลิง ศพจะต้องใส่เสื้อนอกผมจึงได้เตรียมเสื้อนอกไว้ เสื้อนอกผมแขวนไว้ในตู้เสื้อ ผ้าไม่ค่อยได้ใช้บ่อยนัก ผมจึงได้เอาออกมาทำความสะอาด ก็ได้พบล็อคเก็ต อันที่ หายไปอยู่ในซับในเสื้อนอก พบเพียงล็อคเก็ต อันเดียวสายสร้อยที่ห้อยไว้ด้วยกัน ไม่มี ผมก็ไม่ทราบว่ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ทั้งๆ ที่ได้หายไปนานกว่า ๘ ปี ส่วนเสื้อนอกตัวที่ว่านั้นผมเองก็เคยเอามาใส่แล้ว เป็นบางครั้ง อย่างนี้ถ้าไม่เรียกว่า สุดยอดของหลวงปู่ทิมแล้วจะเรียกว่าอะไร เพราะเป็นของที่ท่านตั้งใจและเจาะจง สร้างเพียง ๓ อันและให้เฉพาะเพียงคน ๓ คนเท่านั้น 
            ล็อคเก็ต รูปหลวงปู่ทิมที่สร้างแล้วทันหลวงปู่ทิมปลุกเสกจริงๆนั้นมีน้อยมาก เมื่อผมเข้าไปพบหลวงปู่ทิม โดยการนำของ คุณประชา ตรีพาสัย เป็นผู้ชักนำเข้าไปและท่านอนุญาตให้ผมสร้างพระเครื่องของท่านแล้ว ท่านสั่งให้ผมมาครอบครูเพื่อรับเป็นศิษย์อย่างเป็นพิธีการเป็นคนสุดท้าย ผมกับคุณ อารมย์ ทับสุวรรณ และคุณ ประชา ตรีพาสัย จึงเดินทางไปวัดละหารไร่ เมื่อวันพฤหัสบดี ต้นเดือน เมษายน พ.ศ.๒๕๑๗ ผมขับโฟล์คเต่าคู่ชีพไป หลวงปู่ทิมท่านเป็นผู้กำหนดวันที่จะครอบครู และสั่งให้มาถึงก่อนเที่ยง สมัยนั้นรถยังไม่ติดมากเหมือนสมัยนี้ เมื่อผมขับรถมาถึงสี่แยกราชเทวี ซึ่งตรงกลางสี่แยกมีอ่างน้ำพุวงกลมขนาดใหญ่ เมื่อขับรถอ้อมวงเวียนเพื่อจะออกไปทางประตูน้ำ ผ่านไปทางพระโขนง สี่แยกราชเทวีก็ถูกรถตุ๊กๆเบียดเข้ามาชน ผมเกรงว่าจะไปถึงวัดละหารไร่ไม่ทันเวลาก่อนเที่ยงตามที่หลวงปู่ทิมสั่ง ผมจึงไม่เอาเรื่องและขับรถไปเลย เมื่อถึงระยองก็แวะเข้าไปรับ คุณเพียรวิทย์ จารุสถิติมาด้วย เมื่อขับรถเลยตัวอำเภอบ้านค่าย มาเล็กน้อยก็มีทางแยกไปตามถนนริมคลองชลประทาน คุณเพียรวิทย์ บอกว่าไปไม่ได้ ผมหักพวงมาลัยรถก็เลยทางเกือบลงไปในคลองชลประทานแต่รถก็หยุดลงในทันทีอย่างเหลือเชื่อ ผมต้องใช้เบรกมือ เพื่อไม่ให้รถตกลงไปในคลองแล้วถอยหลังออกไปทางถนนใหญ่ซึ่งกำลังสร้าง ก่อนจะถึงทางเลี้ยวซ้ายเข้าวัดละหารไร่ก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้ล่าช้าขึ้นมาอีก ช่างสร้างทางได้เจาะตัดถนน เพื่อฝังท่อระบายน้ำ รถจะข้ามไม่ได้ คนงานก็ไม่ยอมเอาไม้กระดานพาดให้รถข้าม ผมต้องลงไปพูดคุย พอดีหัวหน้าคนงานหรือจะเป็นนายช่างคุมงานก็ไม่ทราบสั่งให้คนงานเอาไม้กระดานพาดให้ จึงขับรถข้ามไปได้

ล็อคเก็ต หลวงปู่ทิม อิสริโก
ล็อคเก็ต หลวงปู่ทิม แจกกฐิน รุ่นครูทิม
ล็อคเก็ต หลวงปู่ทิม อิสริโก
ด้านหลัง ปิดแผ่นยันต์ห้า และ ลายเซ็นต์ครูทิม

 

            ขณะนั้นใกล้เคียงเที่ยงวันมากแล้ว ผมจึงรีบขับรถไปอย่างรวดเร็ว และถึงวัดก่อนเที่ยง (๑๒.๐๐ นาฬิกา) เพียง ๗ นาทีเท่านั้น หลวงปู่ทิม และบรรดาลูกศิษย์รุ่นโตคอยอยู่พอดี ท่านให้พระอาจารย์รอด ถาวโร ขรัวรองของท่านกล่าวนำ ขอปรารถนาตัวเป็นศิษย์ทันที ผมก็กล่าวตาม เป็นอันว่า ผมมาทันพิธีครอบครูที่หลวงปู่ทิม อิสริโก รับผม ชินพร สุขสถิตย์เป็นศิษย์คนสุดท้าย ผมมาทราบภายหลังว่าพิธีครอบครูที่หลวงปู่รับผมศิษย์นั้น เป็นพิธีใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยทำมา มีของบูชาครบ มีหัวหมู ๒ หัว ศิษย์ครอบครูรุ่นเก่าที่ยังอยู่ต้องมาเข้าพิธีด้วย เรื่องนี้หมอกุหลาบ จ้อยเจริญ เป็นคนบอกให้ทราบภายหลัง ทั้งยังมีคนเล่าอีกว่าจะเกินเที่ยงวันแล้ว ผมคงจะมาไม่ทันและให้เก็บของที่เตรียมไว้ได้แล้ว แต่หลวงปู่ทิม ท่านบอกยังไม่ต้องเก็บ มาทันแน่ แต่จะฉุกละหุกไปหน่อย เพราะมีมารมาขวาง

            เมื่อครอบครูเสร็จก็ปรึกษาวางแผนถึงการหาเงินเข้าวัด โดยจะสร้างพระกริ่งชินบัญชร เป็นอันดับแรก จากนั้นก็ลากลับ คุณประชาให้แวะร้านขายยาที่บ้านก่อน และคุณประชาก็เอาล็อคเก็ต อันนั้นมาให้ผมเพียงลำพัง ไม่ได้รับจากมือหลวงปู่โดยตรง เพราะในคราวไปทำพิธีครอบครูนั้น ผมไปคู่กับคุณ อารมณ์ ทับสุวรรณ ถ้าหลวงปู่ทิมท่านมอบล็อคเก็ต อันนั้นให้ผมด้วยมือของท่าน ท่านก็ต้องมอบให้คุณอารมณ์ด้วย แต่ล็อคเก็ต รุ่นนี้ทำเพียง ๓ อัน ท่านจึงต้องฝากคุณประชามาให้ ล็อคเก็ต ที่เจาะจงให้ทำเพียง ๓ อัน และมอบให้คนเพียง ๓ คน หลวงปู่ทิมท่านคงจะมีความหมายอะไรสักอย่าง ? ล็อคเก็ต ทั้ง ๓ อันนี้ถ้าจะนับก็ต้องถือว่าเป็น ล็อคเก็ต รุ่นหนึ่ง ของหลวงปู่ทิม เพราะท่านเจาะจงให้ทำเพียง ๓ อันเท่านั้น ด้านหลังที่บุด้วยแผ่นเงินนั้นหลวงปู่ทิมท่านจารด้วยยันต์ห้า หรือพระยันต์มหาจินดามณีด้วยมือของท่านเองทั้ง ๓ อัน ลายมือที่ท่านลงจารยังคมชัด อ่านได้ใจความว่า อิสวาสุ นะโมพุทธายะ มะอะอุ และหนุนธาตุทั้ง ๔ ด้วย นะมะพะทะ

ล็อคเก็ต หลวงปู่ทิม อิสริโก
ล็อคเก็ต หลวงปู่ทิม แจกกฐิน รุ่นครูทิม (เปิดให้บูชา ๔,๐๐๐บาท)
ล็อคเก็ต หลวงปู่ทิม อิสริโก
ด้านหลังบรรจุผงพุทธคุณ ผสมผงพราย และ ฝังทับทิม
ล็อคเก็ต หลวงปู่ทิม อิสริโก
ล็อคเก็ต หลวงปู่ทิม แจกกฐิน รุ่นครูทิม (เปิดให้บูชา ๔,๐๐๐บาท)
ล็อคเก็ต หลวงปู่ทิม อิสริโก
ด้านหลังบรรจุผงพรายกุมาร ผงพุทธคุณ สีผึ้ง เกศา


            เมื่อคุณประชา สร้างล็อคเก็ต รุ่นหนึ่งออกมาแล้วเพียง ๓ อัน คุณมงคล นาคแพน ผู้ซึ่งรับเหมาสร้างศาลาและพระอุโบสถวัดละหารไร่ ก็ไปสั่งทำล็อคเก็ต มาอีก ๑๐ อัน มีลักษณะเป็นรูปไข่ภาพหลวงปู่ทิมนั่งเต็มองค์ ด้านหลังจะปิดด้วยแผ่นเงินลงเหล็กจารก็มี บางอันด้านหลังจะปิด้วยเหรียญเจริญพร เนื้อนวโลหะ ที่ขอบชำรุดก็มี ถ้าปิดด้วยเหรียญเจริญพรด้านในจะมีสีผึ้งบรรจุไว้ บางองค์ยังมีพระปรกใบมะขามองค์จ้อยติดไว้ด้วยก็มี เท่าที่ผมมีผู้แกะออกดูปรากฏว่าล็อคเก็ต ของ คุณมงคล นาคแพน ที่วางขายอยู่ที่แผงพระชลบุรี ในสนามพระเครื่องวัดกำแพง นอกจาจะมีเหรียญเจริญพรเนื้อนวโลหะที่ตัดขอบเสียติดอยู่อันหนึ่งแล้ว ภายในยังมีสีผึ้ง เส้นเกศา (คงจะเป็น) ของหลวงปู่ทิมอยู่กระจุกหนึ่ง และพระปรกใบมะขามองค์จ้อย ๓ องค์
            คุณการุณ เทศประสิทธิ์ ไปหาหลวงพ่อเริ่ม วัดจุกกะเฌอกับผม เมื่อปีพ.ศ.๒๕๒๖ ครั้งที่ผมไปสร้างพระกริ่งปรโมให้ท่าน เราแวะไปสนามพระวัดกำแพงก็พบล็อคเก็ต หลวงปู่ทิมอันนี้ วางขายอยู่ ๒ อันด้วยกัน คุณการุณ ถามผมว่าใช่ของหลวงปู่ทิมหรือเปล่า? ผมเห็นแล้วก็บอกว่าใช่ เป็นล็อคเก็ต ที่คุณมงคล นาคแพนสร้าง คุณการุณจึงซื้อมาในราคาอันละ ๑, ๖๐๐ บาท และต่อมาได้แกะเหรียญเจริญพร เนื้อนวโลหะออกก็พบสีผึ้งและพระปรกองค์จ้อยเนื้อนวโลหะอีก ๓ องค์ การที่ทราบว่าเป็นล็อคเก็ต หลวงปู่ทิมที่สร้างโดยคุณมงคล นาคแพน เพราะนอกจากผู้ขายบอกว่า ลูกชายคุณมงคล นาคแพนเอามาขายแล้ว ผมก็ยังจำได้เพราะคุณมงคล นาคแพนมาขอเหรียญเจริญพรเนื้อนวโลหะที่ตัดขอบเสียจากผมเพื่อนำไปติดหลังล็อคเก็ต และผมก็ให้คุณมงคล ไปประมาณ ๕ เหรียญ เพราะมีเหรียญเจริญพรเนื้อนวโลหะตัดขอบเสียหลายสิบอัน เหรียญเจริญพรบนเอาไปให้หลวงปู่ทิม ปลุกเสกโดยยังไม่ได้ตัดขอบพันกว่าเหรียญ ปลุกเสกเสร็จแล้วจึงเอาไปตัดขอบ เป็นเหตุให้ตัดขอบเสียไปหลายสิบอัน

ล็อคเก็ต หลวงปู่ทิม อิสริโก
ภาพถ่ายหลวงปู่ ถ่ายที่วัดร้างในจังหวัดอยุธยาเมื่อท่านธุดงผ่านและเจ้าของภาพมาหาที่วัดละหารไร่ ขอให้ปลุกเสกเพื่อเอาไว้ใช้ คงมีน้อยมาก
ล็อคเก็ต หลวงปู่ทิม อิสริโก
ด้านหลัง

 

            ก่อนเข้าพรรษาในปี พ.ศ. ๒๕๑๗ ภรรยาของทนายคนหนึ่งซึ่งเคยเป็นกรรมการวัดละหารไร่ได้ทำล็อคเก็ต รูปหลวงปู่ทิมจำนวนหนึ่งประมาณ ๑๐๐ อัน มาให้หลวงปู่ทิมปลุกเสก วันนั้นผมนั่งอยู่ด้วยได้เห็นเหตุการณ์โดยตลอด หลวงปู่ทิมท่านปฏิเสธว่านี่ทำไม่เป็น ท่านพูดเพียงประโยคเดียว แล้วก็ไม่พูดอะไรอีก ภรรยาทนายผู้นั้นนั่งอยู่นาน หลวงปู่ทิมท่านก็นั่งเฉยๆไม่สนใจอะไร ภรรยาของทนายผู้นั้นจึงกราบลากลับไปโดยนำห่อล็อคเก็ต กลับไปด้วย ล็อคเก็ต ที่มีหลักฐานยืนยันว่าหลวงปู่ทิม ปลูกเสกจริงๆ จึงมีเพียง ๓ รุ่นเท่านั้น คือ

  • ล็อคเก็ต รุ่นแรก ที่มีเพียง ๓อัน ที่หลวงปู่ทิมสั่งให้คุณประชา ตรีพาสัยไปทำเพื่อให้ผม, คุณประชาและคุณเพียรวิทย์ ด้านหลังบุด้วยแผ่นเงินและลงเหล็กจารยันต์ห้าด้วยลายมือของหลวงปู่ทิมเองทั้ง ๓ อัน
  • ล็อคเก็ต รุ่น ๒ ที่คุณมงคล นาคแพน เป็นผู้สร้างจำนวน ๑๐ อัน ด้านหลังจะติดด้วยเหรียญเจริญพรที่ตัดขอบเสีย ที่เหลือปิดด้วยแผ่นเงินภายในบรรจุด้วยสีผึ้ง, เกศาหลวงปู่ทิมและพระปรกใบมะขามองค์จ้อย
  • ล็อคเก็ต รุ่น ๓ สร้างในพิธีไหว้ครูครั้งสุดท้ายของหลวงปู่ทิม เมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๑๘ จำนวน ๒๒ อัน ด้านหลังปิดด้วยผงพรายกุมาร แล้วนำเอาแม่พิมพ์ผงเจริญพรซึ่งเป็นรูปหลวงปู่ทิม ที่ถอดแบบมาจาเหรียญเจริญพรมากดไว้ ด้านหน้าเป็นแบบกระดาษยันต์สารพัดกันโดยตัดข้อความแถวแรกออกไปเพื่อจะทำให้รูปหลวงปู่ทิมใหญ่ขึ้น 

            สำหรับล็อคเก็ต แบบอื่นที่มีวางขายกันโดยทั่วๆไปนั้น หลวงปู่ทิมไม่ได้ปลุกเสก แต่มีการแอบอ้างว่าเป็นของที่ท่านปลุกเสกเพื่อประโยชน์ในการขาย
            เมื่อพระเครื่องชนิดต่างๆของหลวงปู่ทิม มีราคาสูงขึ้นและเป็นที่เสาะแสวงหาของผู้เคารพนับถือท่านมากขึ้น ของปลอมของเก๊และของอุปโลกน์ก็มีมากขึ้น ของปลอมที่ทำด้วยโลหะและเนื้อผงนั้นสามารถพิสูจน์แท้พิสูจน์เก๊ได้ แต่ของอุปโลกน์โดยเฉพาะที่เป็นล็อคเก็ต นั้นเป็นเรื่องที่ยากพิสูจน์

ล็อคเก็ต หลวงปู่ทิม อิสริโก
ล็อคเก็ต มหาปราบ (หลวงปู่ทิม นั่งท่ามหาอุตม์) ปี ๒๕๔๖ (เปิดให้บูชา ๓,๕๐๐บาท)
ล็อคเก็ต หลวงปู่ทิม อิสริโก
ด้านหลัง บรรจุผงพรายกุมาร บางองค์ฝั่งชนวนชินบัญชร บางองค์ก็ฝังปรกฤาษีรุ่น ๑ ของหลวงปู่พรหมมา

 

            ในระยะเวลาที่หลวงปู่ทิมดัง ท่านก็ดังอย่างเงียบๆไม่โด่งดังเหมือนเช่นปัจจุบัน เหรียญรุ่น ๘ รอบของท่านซึ่งสร้างสูงสุดเพียงไม่เกินพิมพ์ละ ๒๐, ๐๐๐ เหรียญนั้น ออกได้ไม่มากนักทั้งที่ค่าบูชาก็ไม่แพงเพียงเหรียญละ ๒๐-๓๐ บาทเท่านั้น อีกทั้งผู้คนเป็นจำนวนมากก็ยังไม่เชื่อว่าท่านจะเก่งจริง หลวงปู่ทิมมาดังอย่างสุดๆหลังจากท่านมรณภาพไปแล้วหลายปี โดยมีของที่ท่านสร้างไว้เป็นสิ่งยืนยัน จึงเป็นเหตุให้ของของท่านมีราคาสูงแบบยั้งไม่อยู่ ในระยะบั้นปลายชีวิตท่านจะมีใครสักกี่รายที่ยอมลงทุนสร้างล็อคเก็ต ไปให้ท่านปลุกเสก เพราะแม้แต่ผมเองยังสร้างล็อคเก็ต รุ่นไหว้ครูหรือล็อคเก็ต ยันต์สารพัดกัน จำนวน ๒๒ อัน เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
            โดยเหตุที่ผมได้สร้างล็อคเก็ต ของท่านไว้น้อยมากเพียง ๒๒ อัน แต่ต่อๆมามีล็อคเก็ต ออกมาวางขายกันมากมายหลายเจ้า ดังนั้นในคราวที่ผมสร้างพระกริ่งชินบัญชรมหาโสฬส ขึ้นเมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๓๒ ผมจึงได้สร้างล็อคเก็ต หลวงปู่ทิมขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ผู้ที่เคารพนับถือหลวงปู่ทิมได้มีล็อคเก็ต ของท่านไว้ใช้แทนรุ่นเก่าที่ราคาแพงมาก ทำออกมา ๓ แบบ คือ

ล็อคเก็ต หลวงปู่ทิม อิสริโก
ล็อกเก็ตปี ๒๕๔๗ สร้างเป็นที่ระลึกพร้อมทอดผ้าป่าวันเททองหล่อพระพิศเนศวร (เปิดให้บูชา ๓,๐๐๐บาท)
ล็อคเก็ต หลวงปู่ทิม อิสริโก
ด้านหลังบรรจุผงพรายกุมารกดเป็นรูปเหมือนหลวงปู่ทิม เฉพาะองค์นี้ฝั่งขุนแผนจิ๋ว

 

  • ล็อคเก็ต รูปสี่เหลี่ยม หลวงปู่ทิม นั่งเต็มองค์ เลียนแบบล็อคเก็ต รุ่นแรก ๓ อัน ด้านหลังอุดด้วยผงพรายกุมาร ผงพุทธคุณรุ่นเก่าของหลวงปู่ทิม สร้างจำนวน ๓๐๐ อัน
  • ล็อคเก็ต รูปสี่เหลี่ยม หลวงปู่ทิม ครึ่งองค์ ด้านหลังอุดผงพรายกุมาร และผงพุทธคุณรุ่นเก่าของหลวงปู่ทิม จำนวนทั้งหมดเท่ากัน คือ ๓๐๐ อัน
  • ล็อคเก็ต ยันต์สารพัดกัน สร้างขึ้นใหม่ โดยเอายันต์สารพัดกันมาย่อ มีอักขระครบทุกแถว (ในขณะที่ล็อคเก็ต รุ่นไหว้ครู ยันต์ขาดไปหนึ่งแถว) สร้างจำนวน ๑๓๒ อัน ด้านหลังอุดผงพรายกุมาร และบรรจุพระปิดตาสาริกา (ทันหลวงปู่ทิมปลุกเสก) ประมาณ ๘๐ องค์ ซึ่งผมทำแจกพร้อมกับหนังสือ ”อภินิหารและพระเครื่อง” 
พิธีไหว้ครูครั้งสุดท้าย
พิธีไหว้ครูครั้งสุดท้าย ๓๐ มกราคม ๒๕๑๘
พิธีไหว้ครูครั้งสุดท้าย

 

            คืนวันที่ ๒๙ มกราคม ก่อนจะถึงวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๑๘ ซึ่งจะเป็นวันประกอบพิธีไหว้ครูครั้งสุดท้ายหนึ่งวัน เรานำตัวมีดทั้ง ๒๐ เล่มพร้อมทั้งด้ามมีดอีก ๒๑ อัน มาให้ หลวงปู่ทิม ท่านสั่งให้คุณเพียรวิทย์ ลงเหล็กจารยันต์ทั้งหมดซึ่งลงว่า “สักกะสะ วชิราวุธัง...” มีดทั้ง ๒๐ อัน มีมีดเล่มเล็ก ๑๐ อัน และเล่มใหญ่อีก ๑๐ อัน ขณะที่คุณเพียรวิทย์ ลงจารตัวมีด พวกเราอีกหลายคนก็เอาผงพรายกุมารและผงปูนมาตำเพื่อบรรจุหลังล็อคเก็ต ทั้ง ๒๒ อัน หลวงปู่ทิม ท่านมาดูการตำผง แล้วท่านก็เดินเข้าไปในกฏิตักผงมาใส่ให้ถึง ๒ ครั้ง เมื่อบรรจุผงหลังล็อคเก็ต แล้ว จึงเอาแม่พิมพ์ผงเจริญพร ซึ่งทำมาเพื่อจะสร้างพระผงรูปเหมือนเจริญพรมากดให้เป็นรูปหลวงปู่ทิมไว้ด้านหลัง ผงในครกก็ยังเหลืออีกมาก จึงผสมผงเพิ่มอีกแล้วเอาพระปิดตา หลังทับทิมแดง มากดเป็นแม่พิมพ์ในปูนพลาสเตอร์ กดเป็น พระปิดตาไว้ ๙ องค์ และกดเป็นพระปิดตายันต์มหาอุตตโมอีก ๙ องค์ โดยกดพิมพ์จากปูนพลาสเตอร์ และผงก็ยังเหลือจึงเอาพระสมเด็จมากดเป็นแม่พิมพ์ด้วยปูนพลาสเตอร์ แล้วกดเป็นพระพิมพ์สมเด็จอีก ๙ องค์ ผงที่เหลืออีกเล็กน้อย คุณประชา ตรีพาสัย ก็เลยเอามาปั้นเป็นเม็ดกลมๆเล็กๆ ไว้อีกสิบกว่าเม็ด เสร็จแล้วก็นำทั้งมีด ด้ามมีดและพระผงทั้ง ๓ พิมพ์ใส่ถาด หลวงปู่ทิมก็นำเข้าไปในกุฏิทำพิธีปลุกเสก ตอนเช้าก่อนทำพิธีไหว้ครู ท่านก็ยกถาดใบนั้นออกมา เอาตัวมีด ๒๐ เล่ม ด้ามมีดอีก ๒๑ ด้าม มาส่งให้ผมพร้อมถ้วยใส่ผงกระโหลก และมีเส้นผมอ่อนๆอยู่ด้วย สั่งให้บรรจุผงในด้ามมีด ผมกับคุณสาย แก้วสว่าง เพียง ๒ คนหยิบผงและเส้นผมบรรจุลงในด้ามมีด แล้วส่งให้คุณพัฒนา บุญอนุกูลเอาตัวมีใส่ลงในด้าม แล้วเอากาวพิเศษเทลงไปเพื่อให้ด้ามมีดแน่น ขณะกำลังบรรจุผงพรายและเส้นผมลงไปในด้ามมีด หลวงปู่ทิมท่านก็มาเร่งว่า เร็วๆหน่อย ถึง ๒ คร้ง แต่ก็มีคนบรรจุผงอยู่เพียง ๒ คน คือ ผมและคุณสาย แก้วสว่าง เท่านั้น จนหลวงปู่ท่านมาสั่งอีกครั้งว่าเร็วๆหน่อย แต่ก็ยังไม่มีใครช่วย หลวงปู่ทิมถึงกับพูดว่า นี่อยู่ด้วยจะต้องกลัวอะไร? เมื่อพิธีไหว้ครูเสร็จหลวงปู่ทิมท่านก็มอบมีดหมอให้ทุกคนพร้อมทั้งพระสมเด็จ, พระปิดตาพิมพ์หลังทับทิมแดง, พระปิดตาอุตตโมและล็อคเก็ต คนละ ๒ อัน รวม ๑๐ คน เหลือล็อคเก็ต อีก ๒ อัน ผมมอบให้คุณสุชิน สิงหเสนีย์ และคุณปกิต ภมะราภา ไปคนละ ๑ อัน ล็อคเก็ต ทั้ง ๒๒ อัน ก็หมดด้วยดี เมื่อไม่นานมานี้ (ปี ๒๕๔๖) มีคนเช่าบูชากันไปถึงอันละ ๑๒๐,๐๐๐ บาทเชียวครับ

 

            หมายเหตุ ล็อกเก็ต บางรุ่นบางรายการทางมูลนิธิหลวงปู่ทิม อิสริโก ยังพอมีแบ่งให้บูชา ดูได้ตามรูปประกอบเรื่อง ติดต่อบูชาได้ที่มูลนิธิหลวงปู่ทิม โทร  ๐๒-๕๑๑๔๙๑๘,  ๐๒-๙๓๙๐๘๙๑


ร่วมวิจารณ์บทความ คลิกที่นี่

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( อังคาร, 22 กันยายน 2009 )