เข้าระบบ สมาชิก






ลืมรหัสผ่าน?

ผู้ใช้งานขณะนี้

ขณะนี้มี 1 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม: 20215856
พระสมเด็จหลวงปู่ทิมและมรดกชิ้นสุดท้าย PDF พิมพ์
เขียนโดย ชินพร สุขสถิตย์   
จันทร์, 12 พฤศจิกายน 2007
พระสมเด็จ หลวงปู่ทิม อิสริโก            พระสมเด็จฯ คือจักรพรรดิ์แห่งพระเครื่อง พระสมเด็จฯ ที่สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังษี สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๔ ติดต่อมาจนถึงต้นรัชกาลที่ ๕ แม้จะมีอายุการสร้างเพียงร้อยกว่าปี แต่วงการนิยมพระเครื่องยกย่องให้เป็นจักรพรรดิ์แห่งพระเครื่อง ทั้งๆ ที่พระเครื่องเก่าๆ นั้นเกิดขึ้นมานานแล้ว ทั้งมีอายุการสร้างเก่ากว่าพระสมเด็จฯ เป็นร้อยๆ ปี แต่วงการนิยมพระเครื่องก็ยังยกย่องพระสมเด็จให้เป็นหนึ่ง ดังนั้น ไม่ว่าพระเกจิองค์ใดในยุครัตนโกสินทร์จึงสร้างพิมพ์พระสมเด็จขึ้นแทบทุกอาจารย์ บางองค์สร้างแล้วดังก็มีแต่จะหามีพระเกจิอาจารย์องค์ใดที่สร้างแล้วดังเทียบเท่าพระพิมพ์สมเด็จที่สมเด็จพุฒาจารย์โต นั้นไม่มีเลย            

            เมื่อผมเข้าไปสร้างพระเครื่องให้ หลวงปู่ทิม อิสริโก เพื่อหาเงินบูรณะและก่อสร้างถาวรวัตถุให้ท่านนั้น แม้ดำริให้สร้างพระกริ่งชุดชินบัญชร ขึ้นมาก่อน แต่การจะสร้างพระกริ่งขึ้นมาต้องใช้เวลาในการตระเตรียมนาน หลวงปู่ทิมท่านจึงสั่งให้สร้างพระสมเด็จขึ้นมาก่อนเป็นปฐมฤกษ์  เป็นการสร้างเพื่อแจกเป็นที่ระลึกในการเททองหล่อพระกริ่งชินบัญชร ดังหมึกแดงจารึกไว้ที่หลังพระสมเด็จของท่าน แต่ถึงกระนั้น ก็ยังไม่ใช่รายแรกที่สร้างพระสมเด็จของหลวงปู่ทิมให้วัดละหารไร่ ก่อนที่ผมจะเข้าไปสร้างพระเครื่องให้ท่าน หลวงปู่ทิมก็ได้สร้างพระพิมพ์สมเด็จขึ้นมาก่อนแล้ว หลายรุ่นด้วยกัน พระสมเด็จชินบัญชร หรือที่เรียกว่า พระสมเด็จหลังยันต์แดง ที่ผมสร้างจึงเป็นรุ่นที่ ๕ ของหลวงปู่ทิม เท่าที่ได้รวบรวมพระพิมพ์แบบสมเด็จที่หลวงปู่ทิมได้สร้างมาแล้วนั้นมีทั้งหมด ๘ รุ่น หรือ ๘ ครั้ง ด้วยกันดังนี้

 

            ๑. พระสมเด็จไม้โพธิ์แกะซึ่งมีทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก
            ๒. พระสมเด็จเนื้อผงดำคลุกรักปิดทอง
            ๓. พระสมเด็จแลกปูน
            ๔. พระสมเด็จหลวงตาบาง
            ๕. พระสมเด็จหลังยันต์แดง หรือพระสมเด็จชินบัญชร
            ๖. พระสมเด็จลงกรุ รุ่นฉลอง ๘ รอบ
            ๗. พระสมเด็จรุ่นไหว้ครูครั้งสุดท้าย
            ๘. พระสมเด็จวัดกุฎโง้ง พิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก

 

พระสมเด็จ หลวงปู่ทิม อิสริโก
?
พระสมเด็จ หลวงปู่ทิม อิสริโก
?
พระสมเด็จ หลวงปู่ทิม อิสริโก
พระสมเด็จชินบัญชรพิมพ์ฐานแชม ด้านหลังประทับตรายันต์แดง ที่ระลึกในการเททองหล่อพระกริ่งชินบัญชร ๕ พฤษภาคม ๒๕๑๗
พระสมเด็จ หลวงปู่ทิม อิสริโก
ด้านหลังประทับตรายันต์แดง

 

            พระสมเด็จรุ่นแรกของหลวงปู่ทิมเป็นพระที่แกะจากแก่นไม้โพธิ์ที่ลอยน้ำมาตามลำน้ำของแม่น้ำบ้านค่าย ซึ่งไหลผ่านหน้าวัดละหารไร่ ก่อนที่จะไปถึงหัวฝายชลประทานบ้านค่าย มีผู้เฒ่าผู้แก่ เล่าให้ฟังว่าไม้โพธิ์ท่อนนี้ลอยมาติดบันไดที่ท่าน้ำของวัด (ในสมัยก่อนนั้นตรงบริเวณหอฉันที่ยื่นออกมาในแม่น้ำบ้านค่ายจะมีบันไดทอดลงไปสู่แม่น้ำบ้านค่าย เพื่อให้พระให้เณรลงไปสรงน้ำ และสำหรับบรรดาพ่อครัวและแม่ครัวจะลงไปตักน้ำ ซึ่งปัจจุบันได้ถมบริเวณนี้ไปแล้ว) ไม้โพธิ์ท่อนนั้นได้ลอยลงมาตามแม่น้ำบ้านค่ายแล้วมาติดอยู่ตรงบันได พระและเณรก็ช่วยกันยกขึ้นไปทิ้งไว้ในบริเวณลานวัดจนไม้แห้งและเมื่อมีการเผาหญ้าและเศษไม้ พระเณรจึงได้นำไม้โพธิ์ท่อนนี้ไปเผาด้วย ไฟได้ไหม้ไม้โพธิ์ท่อนนี้จนเหลือแต่แก่นซึ่งไม่ไหม้ไฟ หลวงปู่จึงให้นำไม้ท่อนนี้ขึ้นมาไว้บนกุฏิ บรรดาลูกศิษย์รุ่นอาวุโสที่มีฝีมือในการแกะจึงได้แบ่งไม้ท่อนนี้มาแกะเป็นพระสมเด็จเท่าที่เห็นมา ๓ - ๔ องค์ เป็นสมเด็จ ๓ ชั้น มีขนาดกว้างประมาณ ๒ ซม. สูงประมาณ ๓ ซม.พระทุกองค์ที่เห็นถ้าสังเกตุให้ดีโดยเอาเนื้อไม้มาเปรียบเทียบกันจะเห็นได้ทันทีโดยแทบจะไม่ต้องสังเกตุว่าเป็นเนื้อไม้เดียวกันทั้งลายเนื้อไม้ตลอดจนลายไม้ และความเก่า

พระสมเด็จ หลวงปู่ทิม อิสริโก
พระสมเด็จไม้โพธิ์แกะ ด้านหลังจารยันต์ห้า นะ มะ พะ ทะ และ นะ ชา ลิ ติ สร้างน้อยมาก
พระสมเด็จ หลวงปู่ทิม อิสริโก
ด้านหลังจารยันต์ห้า


            นอกจากพระสมเด็จที่แกะจาก ไม้โพธิ์ท่อนนี้แล้วยังเคยเห็นพระปิดตาและรูปเหมือนหลวงปู่ทิมที่แกะมาจากไม้โพธิ์ท่อนเดียวกันนี้อีกด้วย พระที่แกะจากไม้โพธิ์ท่อนนี้เมื่อแต่ละรายนำไม้มาแกะจนเห็นว่าสวยงามได้ที่แล้วก็จะนำไปขอให้หลวงปู่ทิมปลุกเสกให้เท่าที่เห็นมาพระทุกองค์จะต้องมีการลงอักขระเลขยันต์ด้วย และลายมือที่จารเมื่อเทียบเคียงกันดูและพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบแล้วเชื่อว่าเป็นลายมือของหลวงปู่ทิมอย่างแน่นอน พระสมเด็จที่แกะจากไม้โพธิ์นี้มีไม่มากนักและจะมีอยู่ในบรรดาลูกศิษย์รุ่นเก่าๆ เท่านั้น แต่ภายหลังต่อมาเมื่อหลวงปู่ทิมเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปแล้ว พวกผมซึ่งได้เข้าไปรับใช้หลวงปู่ทิม จึงได้เสาะหาพระไม้แกะจากชาวบ้านแถบนั้น ก็ได้มาคนละองค์สององค์เป็นพระสมเด็จ ๓ ชั้นบ้าง เป็นพระภวัมดีหรือพระปิดตาบ้าง และเป็นรูปเหมือนหลวงปู่ทิมก็มี เมื่อนำมาเทียบกันแล้วล้วนเป็นไม้จากไม้ท่อนเดียวกัน คือ เป็นไม้ที่เกิดจากแก่นโพธิ์ที่แห้งแล้วและมีความเก่ามาก สำหรับพระสมเด็จที่แกะจากไม้แก่นโพธิ์นี้คาดว่าคงจะมีไม่ถึง ๕๐ องค์ และด้านหลังขององค์พระไม้แกะจะมีรอยจารด้วยยันต์ห้า อันเป็นยันต์ครูของท่าน ลงด้วยพระคาถา
นวหฺรคุณ คือ อิ สวา สุ นะ มะ อะ อุ และ นะ มะ พะ ทะ ภายในองค์พระเท่าที่เห็นมา ๓ - ๔ องค์ไม่ได้เจาะบรรจุอะไรทั้งสิ้น
            นอกจากสมเด็จไม้โพธิ์แกะจากแก่นไม้โพธิ์ท่อนนี้แล้ว ผมยังได้รับพระพิมพ์สมเด็จไม้แกะจากมือหลวงปู่ทิมมาอีกองค์หนึ่งเป็นพระแกะที่ค่อนข้างใหญ่ พอสมควรแกะเป็นพระสมเด็จพิมพ์ ๓ ชั้น มีความกว้างประมาณ ๔ นิ้ว มีความสูงประมาณ ๖ นิ้ว เนื้อของไม้จะออกที่ขาวคล้ำๆ เมื่อพิจารณาดูแล้วก็เป็นพระที่แกะจากไม้โพธิ์เช่นกัน แต่เนื้อพระขาวและเนื้อไม้ดูใหม่กว่า เมื่อหลวงปู่ท่านให้ผม ท่านก็ไม่ได้พูดอะไรมากนอกจากบอกว่าให้เก็บไว้ ผมเห็นเป็นพระที่ไม่ค่อยสวยงามจึงไม่ได้สนใจเท่าไรนัก เมื่อหลวงปู่ทิมมรณภาพได้ปีเศษ พระพิมพ์สมเด็จที่แกะจากไม้โพธิ์องค์นี้ก็หายไป ภายหลังทราบว่าคนที่ใกล้ชิดมากินมานอนที่บ้านผมเป็นประจำได้หยิบเอาไปโดยพลการ ผมก็เกิดความเสียดายขึ้นมา และต่อมาผมได้ไปสืบหาประวัติความเป็นมาของพระสมเด็จที่แกะจากไม้โพธิ์พิมพ์ใหญ่นี้ก็ได้ความว่า

พระสมเด็จ หลวงปู่ทิม อิสริโก
พระสมเด็จทรงเจดีย์วัดระฆังเนื้อกะยาสาท เป็นต้นคิดของพระขุนแผนพรายกุมารเนื้อกะยาสาทที่สร้างโดยหลวงตารอด องค์นี้ปลุกเสกอีกครั้งพร้อม พระสมเด็จชินบัญชร มีเพียงองค์เดียว
พระสมเด็จ หลวงปู่ทิม อิสริโก
ด้านหลังตอกตราศาลาโค๊ตเดียวกับพระกริ่งชินบัญชร ก้นทองคำ ก้นเงิน


            เมื่อสงครามเวียตนามระหว่างปี ๒๕๑๒ - ๒๕๑๔ กองทัพสหรัฐได้ใช้สนามบินอู่ตะเภา อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เป็นสนามบินรบ มีเครื่องบินบี ๕๒ มาจอดประจำอยู่ที่สนามบินแห่งนี้ เครื่องบิน บี ๕๒ เป็นเครื่องบินทิ้งระเบิดที่มีอานุภาพสูง มีราคาแพงมหาศาล และก็เคยถูกทหารเวียตนามยิงตกมาแล้ว เพื่อจะหากำลังใจให้นักบิน ทางสนามบินอู่ตะเภาโดยกองทัพอากาศสหรัฐจึงประกาศขอซื้อวัตถุมงคลอะไรก็ได้ชิ้นละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ที่ ทดลองยิง ๓ นัดแล้วยิงไม่ออก เมื่อปี ๒๕๑๕ หลวงปู่ทิมท่านดำริที่จะสร้างพระอุโบสถ หลังใหม่ขึ้นโดยขอศรัทธาจากญาติโยม การหาเงินมาสร้างโบสถ์ราคาประมาณล้านบาทเศษก็ไม่ได้หามาง่ายๆ เหมือนสมัยนี้ บางครั้งเงินที่จะเอามาจ่ายเป็นค่าของค่าปูนและค่าแรงช่างก็ลำบากพอสมควร ข่าวเล่าลือการทดลองยิงพระเครื่องและวัตถุมงคลตลอดจนเครื่องรางต่างๆ ของสนามบินอู่ตะเภาก็ได้ยินถึงวัดละหารไร่ กรรมการสร้างโบสถ์ของหลวงปู่ทิมก็ปรึกษาหารือกัน ต่างก็ยอมรับว่าหลวงพ่อทิมของพวกเราก็ไม่เป็นสองรองใครวิชามหาอุดของท่านก็เป็นหนึ่ง ปืนผาหน้าไม้ไม่มีทางจะได้กินเลือดก็เคยประจักษ์กันมาแล้ว เมื่อสรุปได้เช่นนี้ทุกคนจึงไปปรึกษาขอความเห็นจากท่านโดยอยากจะขอให้หลวงปู่ทิมท่านทำอะไรก็ได้สักอย่างหนึ่งที่สามารถจะเอาไปให้เขาทดลองยิงได้ ๓ นัดไม่ออก หลวงปู่ทิมท่านไม่อาจขัดเจตนาของคณะศิษย์ที่รับผิดชอบในการสร้างโบสถ์ท่านจึงรับปากว่าจะลองดูและท่านบอกว่า ได้หรือไม่ได้อย่าโทษกันนะ หลังจากนั้นอีกไม่นานเข้าใจว่าคงเกี่ยวกับวันเวลาและฤกษ์ยาม หลวงปู่ทิมท่านครองจีวรพาดสังฆาฎิไปยืนอยู่หน้าต้นโพธิ์ต้นที่มีรูปปั้นฤาษีอิสริโก สถิตย์อยู่ในปัจจุบันนี้ เล่ากันว่าท่านไปพลีกิ่งโพธิ์ด้านทิศตะวันออกเอามาทำพระ ท่านไปยืนสำรวจจิตใจบอกกล่าวทุกขเทวดาขอกิ่งโพธิ์เอามาสร้างพระเพื่อจะหาเงินไปสร้างพระอุโบสถ วันรุ่งขึ้นตอนเช้ามีกิ่งไม้โพธิ์หักลงมาจากต้นกิ่งหนึ่งเป็นไม้โพธิ์ด้านทิศตะวันออก เสร็จแล้วท่านให้ลูกศิษย์ถากกิ่งเล็กกิ่งน้อยออกและถากเปลือกเหลือแต่เนื้อไม้แล้วท่านนำไม้ทั้งหมดเข้าไปในกุฏิ แกะเป็นพระสมเด็จพิมพ์ ๓ ชั้น ขึ้นมาได้ ๔ องค์ มีน้ำหนักองค์ละ ๑ บาทเศษ คือ ประมาณ ๑๕.๒ - ๑๖ กรัม คือประมาณเท่าน้ำหนักทองคำ ๑ บาท แต่ไม้โพธิ์เป็นไม้เนื้ออ่อนมีน้ำหนักเบา จึงได้ชิ้นใหญ่พอสมควรคือกว้างประมาณเกือบ ๔ นิ้ว สูงก็เกือบ ๖ นิ้ว มีความหนาประมาณครึ่งนิ้ว ท่านจะลงอักขระและปลุกเสกอยู่หลายคืน เสร็จแล้วท่านก็เอาพระสมเด็จไม้โพธิ์แกะพิมพ์ใหญ่หนัก ๑ บาทนี้มาให้กับนายสาย แก้วสว่าง และนายหลาบ จ้อยเจริญ นำไปทดลองยิงที่สนามบินอู่ตะเภา ลูกศิษย์เอกทั้งสองได้เล่าเรื่องนี้ให้ผมฟังพร้อมกันทั้งสองคนว่าได้เอาพระสมเด็จของหลวงพ่อไปเขาให้ทดลองยิงที่สนามบินอู่ตะเภาเมื่อประมาณปี ๒๕๑๕ ปรากฏ ว่ายิง ๒ นัดแรกไม่ออกแต่นัดที่ ๓ ออกแต่ไม่ถูกทั้งๆ ที่ยิงในระยะที่แม่นยำเป็นอันว่าไม่ได้เงินมาสร้างโบสถ์ เมื่อกลับมาเล่าผลการทดลองให้หลวงปู่ทิมฟังท่านพูดว่า จะไปเอาเงินเขา ๕ แสนมันไม่ใช่ของง่ายๆ เราหาเงินของเราไปตามมีตามเกิด (หมายถึงหามาสร้างโบสถ์) ก็แล้วกัน

พระสมเด็จ หลวงปู่ทิม อิสริโก
พระสมเด็จแลกปูนพิมพ์วัดเกศไชโย ๗ ชั้น ด้านหลังหลวงปู่ทิม จารยันต์ ๕ ทุกองค์ สร้างจากเนื้อชอคล์ ที่ท่านจารอักขร และยันต์ ด้วยมือท่านเอง หลวงตาบาง เห็นผงรอดกะดานลงในถาดที่ลองรับทำเพียง ๘๐ องค์เพื่อขอแลกปูนซ่อมหลังคา
พระสมเด็จ หลวงปู่ทิม อิสริโก
ด้านหลัง จารยันต์ ๕

 

            พระสมเด็จไม้โพธิ์แกะรุ่นนี้มี เพียง ๔ องค์ด้วยกันเท่านั้น ท่านแจกศิษย์ที่ใกล้ชิดไป ๓ องค์ เหลืออีก ๑ องค์ท่านวางไว้ใต้ฐานพระพุทธรูปที่อยู่หน้ากุฏิท่าน เมื่อผมเข้าไปรับใช้สร้างพระเครื่องพิมพ์ต่างๆ เพื่อหาเงินมาสร้างศาลาให้ท่านเมื่อปี ๒๕๑๗ วันหนึ่งผมเข้าไปเก็บของที่วางรกอยู่รอบๆ พระพุทธรูปก็เจอพระสมเด็จไม้แกะองค์นี้เข้าก็นำไปให้ท่านดูท่านรับไปดูแล้วก็ยื่นให้ผมบอกให้เก็บเอาไว้ และไม่ได้บอกกล่าวว่าดีทางไหนจนศิษย์ที่ใกล้ชิดท่านคนหนึ่งที่สนิทกับผมมากเห็นพระสมเด็จองค์นี้เข้าก็ตกใจ ถามผมว่าพี่ได้พระสมเด็จองค์นี้เหมือนกันหรือ ผมจึงบอกว่าซุกอยู่ใต้ฐานพระพุทธรูป และหลวงปู่ทิมได้มอบให้แล้วผมถามว่า พระองค์นี้มีความเป็นมาอย่างไรเขาก็ไม่บอกและผมก็ไม่ได้นึกอะไรคิดว่าเป็นพระไม้แกะธรรมดาของหลวงปู่ทิม แต่ผมก็นำติดตัวอยู่เป็นประจำโดยไว้ในรถคู่กับมีดเหน็บขนาดใหญ่เล่มหนึ่งซึ่งหลวงปู่ทิมให้ศิษย์ผู้นั้นลงอักขระเลขยันต์ให้แล้วท่านก็นำเข้าไปปลุกเสกในกุฏิให้ คืนหนึ่งเป็นคืนวันเสาร์รุ่งเช้าก็เอามายื่นให้กับผมบอกว่า เป็นมีดอาคม คนเหนียวขนาดไหนก็ฟันเข้าไม่ใช้มีดหมอซึ่งเป็นเหตุที่ผมเกิดความคิดที่จะสร้างมีดหมอเอาไว้ใช้กัน  เมื่อหลวงปู่ทิมมรณภาพแล้ว ผมก็นำพระสมเด็จไม้โพธิ์แกะองค์ที่กล่าวแล้วและมีดเล่มนี้ติดรถคู่ชีพอยู่เป็นประจำ วันหนึ่งเมื่อปี ๒๕๒๐ ผมนำรถไปบรรทุกกระดาษ โดยถอดเบาะหลังออกแปรสภาพเป็นรถแวนบรรทุกของได้ จึงได้นำพระสมเด็จองค์นี้และมีดอาคมขึ้นไปวางไว้ในโต๊ะทำงานลูกศิษย์คนที่ว่านี้ได้มาเยี่ยมและถือโอกาสกลับไปโดยไม่บอกกล่าวและหยิบเอาพระสมเด็จและมีดอาคมเล่มนั้นไป ภายหลังผมได้ไปสืบเสาะการสร้างพระพิมพ์ต่างๆ ของหลวงปู่ทิมเพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการเขียนหนังสือ และเมื่อได้ทราบความเป็นมาของพระสมเด็จไม้โพธิ์แกะพิมพ์นี้เข้าก็นึกเสียดาย และคิดว่าพระสมเด็จองค์นี้หลวงปู่ทิมท่านตั้งใจเก็บไว้ให้ผมอย่างแน่นอน เพราะศิษย์รุ่นเก่าที่ทราบเรื่องราวของพระสมเด็จพิมพ์นี้ต่างก็จองกัน แต่ท่านก็แจกไปแค่ ๓ องค์ เก็บเอาไว้ ๑ องค์ ผมคิดว่าท่านคงตั้งใจเอาไว้ให้ผม

พระสมเด็จ หลวงปู่ทิม อิสริโก
?
พระสมเด็จ หลวงปู่ทิม อิสริโก
ด้านหลัง
พระสมเด็จ หลวงปู่ทิม อิสริโก
พระสมเด็จเนื้อผงดำคลุกรักปิดทอง อาจารย์ปถม อาจสาคร สร้างเมื่อปี ๒๕๐๓ จำนวน ๓๐ องค์ เท่ากับบารมี ๓๐ ทัศน์
พระสมเด็จ หลวงปู่ทิม อิสริโก
ผงดำยันต์ ๕ ทั้งหน้า-หลัง สร้างพร้อม พระสมเด็จเนื้อผงดำคลุกรัก เพียง ๕ องค์เท่ากับพระเจ้าห้าพระองค์ นะ โม พุธ ทา ยะ
พระสมเด็จ หลวงปู่ทิม อิสริโก
?

 

            พระสมเด็จเนื้อผงดำคลุกรัก พระสมเด็จของหลวงปู่ทิมพิมพ์นี้สร้างโดยอาจารย์ปถม อาจสาคร อดีตสหกรณ์อำเภอบ้านค่าย ครั้งที่ท่านไปรับราชการอยู่ที่บ้านค่าย จังหวัดระยอง ได้ยินกิตติศัพท์ของหลวงปู่ทิมว่าเป็นหลวงตาแก่ๆ ไม่ค่อยพูดกับใครจนบางคนว่าท่านไม่ค่อยเต็มบาท แต่ตะกรุดมหานิทราของท่านเพียงแต่วางบนเสาหมอหรือเสาเอกของบ้าน คนในบ้านจะหลับสนิทเหมือนถูกสะกดแต่ท่านไม่ยอมทำของให้ใครง่ายๆ อาจาย์ปถมเล่าว่า พระสงฆ์ที่มีปฏิปทาแบบนี้ยังมีอยู่อีกหรือ? จึงมุมานะลงมือลบผงเป็นการใหญ่เพื่อนำมาสร้างพระ เมื่อสร้างพระเสร็จแล้วก็นำไปขอให้หลวงปู่ทิมช่วยปลุกเสก หลวงปู่ทิมท่านบอกกับอาจารย์ปถมว่า “นี่ทำให้ไม่เป็น” อาจารย์ปถมก็เลยทิ้งพระทั้งหมดไว้ให้ท่านแล้วบอกว่า “นั่นแหละครับ ผมต้องการอาจารย์ที่เสกไม่เป็น” ในที่สุดท่านก็รับเข้าไปเก็บไว้ในกุฏิและปลุกเสกให้ตลอดพรรษา ปี พ.ศ. ๒๕๐๓
            พระสมเด็จเนื้อผงคลุกรัก ที่อาจารย์ปถม อาจสาคร สร้างไปให้หลวงปู่ทิมปลุกเสกนั้นถ้าจะนับกันจริงๆ แล้วน่าจะเป็นรุ่นแรกเพราะสร้างก่อนพระสมเด็จพิมพ์ไม้โพธิ์แกะที่หลวงปู่ทิมท่านสร้างเองด้วยมือของท่าน พระสมเด็จและพระผงชุดอาจารย์ปถม สร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๓ แต่ก่อนปี ๒๕๐๓ ที่อาจารย์ปถมจะสร้างพระผงและพระสมเด็จชุดนี้ขึ้น ผมเข้าใจว่าหลวงปู่ทิมท่านคงสร้างพระขึ้นมาบ้างแล้วแต่ยังค้นหาไม่พบ

พระสมเด็จ หลวงปู่ทิม อิสริโก
พระสมเด็จพิมพ์ใหญ่พิเศษรุ่นไหว้ครูครั้งสุดท้าย ๓๐ มกราคม ๒๕๑๘ สร้างเพียง ๑ องค์
พระสมเด็จ หลวงปู่ทิม อิสริโก
ด้านหลัง


            พระสมเด็จเนื้อผงดำคลุกรักที่อาจารย์ปถมสร้างนี้มีจำนวนน้อยมาก อาจารย์ปถมบอกว่าสร้างไว้เพียง ๓๐ องค์ เท่ากับบารมี ๓๐ ทัศน์ เป็นพระสมเด็จพิมพ์สามชั้น เนื้อผงดำลงรักปิดทองทุกองค์ อาจารย์ปถมให้ผมมาองค์หนึ่งเมื่อปี ๒๕๑๗ และเมื่อต้นปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ผมกับ คุณวิรัช ชำนาญณรงค์ ได้เข้าไปในกุฏิหลวงปู่ทิมเพื่อเอาเปลือกทุเรียนวางใต้เตียงนอนท่าน เพื่อไล่ตัวเรือดโดยจะเอายาดีดีทีเข้าไปฉีดก่อน เพื่อฆ่าเรือดเพราะ เราสังเกตุว่าร่างกายของหลวงปู่ทิมจะมีจุดแดงๆ บนผิวหนังเวลาท่านจำวัด ตัวเรือดที่เกาะอยู่ตามร่องเตียงจะออกมากินเลือดของท่านเป็นประจำทุกคืน เมื่อพวกเราเข้าไปในกุฏิท่านๆ ก็เดินตามเข้าไปด้วย เมื่อเราเอาดีดีทีออกมาเตรียมจะฉีด หลวงปู่ทิมท่านถามว่าจะทำอะไร ก็บอกท่านว่าจะฉีดยาฆ่าตัวเรือดที่มาเกาะกินเลือดหลวงปู่ ท่าน บอกไม่ต้องไปฆ่ามันปล่อยมันไว้อย่างนั้น พวกเราก็แย้งท่าน ถ้าไม่ฉีดยาฆ่ามันๆ ก็มากินเลือดหลวงปู่ทุกวัน ท่านบอกว่า ช่างมันปะไรมันกินเลือดนี่ (คำว่านี่หลวงปู่ใช้เรียกแทนตัวท่าน) มันไม่ได้กินเลือดเรา ปล่อยมันไปไม่ต้องไปฉีดฆ่ามัน การเข้าไปฉีดยาฆ่าเรือดจึงต้องยกเลิก พวกเราก็ถือโอกาสสำรวจดูของๆ ท่าน เตียงนอนท่านเป็นเตียงเตี้ยมีผ้าจีวรเก่าๆ ที่ใช้แล้วปูลองพื้นไว้ มีหมอนเก่าคร่ำคร่าอยู่ใบหนึ่งบนหัว เตียง นอกจากหมอนแล้วก็มีพานแก้วใส่พระวางไว้มีพระปิดตาผงดำคลุกรัก ๔ องค์ พระสมเด็จสามชั้นเนื้อดำคลุกรักอีก ๑ องค์ พร้อมกับรูปหล่อรุ่นลองเสกอีก ๔ องค์ วางไว้ในพานแก้ว พวกเราจึงนำออกมาและขอหลวงปู่ว่าจะเก็บไว้ใช้กันเองท่านก็อนุญาต ผมจึงได้พระสมเด็จพิมพ์นี้มาอีกองค์เป็นพระสมเด็จพิมพ์เดียวกับที่อาจารย์ปถมได้มอบมาให้ผมมา ก่อนที่พวกเราจะออกจากกุฏิท่านผมได้เด็ดเอาด้ายสายสิญจน์ซึ่งโยงจากผ้าจีวรที่คาดเพดานกุฏิท่านแล้วมีสายสิญจน์โยง มาตามกล่อง พระที่วางไว้เพื่อให้ท่าน ปลุกเสก ผมออกจากกุฏิท่านเป็นคนสุดท้าย ท่านดึงแขนผมไว้แล้วบอกให้เอาด้ายสายสิญจน์ ไปผูกโยงไว้อย่างเดิม ความรู้สึกผมตอนนั้นพูดไม่ออกน้อยใจมาก คิดในใจว่าหลวงปู่ไม่น่าหวงสายสิญจน์ซึ่งยาวเพียงวาเดียวกับผมเลยทั้งที่ผมมาสร้างอะไรต่อมิอะไรให้หลวงปู่หลายอย่าง ผมไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเลยจน หลวงปู่มรณภาพเมื่อคืนวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๑๘ รุ่งขึ้น คุณเพียรวิทย์ มาหาผมแต่เช้ามืดที่บ้านพักในซอยเฉลิมสุข บางเขน บอกหลวงปู่เสียแล้วและก่อนสิ้นใจถามถึงผมว่า พรมาหรือยัง แล้วยังให้ไปบอกผมมาจัดงานศพท่าน พร้อมบอกให้ปลดผ้าจีวรที่ขึงเพดานในกุฏิท่านมาให้ผมทั้งหมดพร้อมด้ายสายสิญจน์

พระสมเด็จ หลวงปู่ทิม อิสริโก
พระสมเด็จไหว้ครูพิมพ์ใหญ่เนื้อเดียวกับหลังล็อคเก็ต สร้างเพียง ๑๐ องค์ แจกผู้ที่มาร่วมพิธีไหว้ครูครั้งสุดท้าย
พระสมเด็จ หลวงปู่ทิม อิสริโก
ด้านหลัง


            หลังจากงานศพผ่านไปแล้ว ผมเล่าเรื่องที่ผมเด็ดด้ายสายสิญจน์แล้วท่านขอคืน ให้ศิษย์อาวุโสหลายคนฟัง ศิษย์ผู้เฒ่าท่านหนึ่งพูดกับผมว่า ชินพร ไม่รู้อะไร ผ้าจีวรที่ขึงที่เพดานแล้วโยงสายสิญจน์มาที่กล่องใส่พระที่เอามาให้ท่านแผ่บารมีปลุกเสกนั้น คือที่สถิตย์ของครูบาอาจารย์ เวลาอัญเชิญมาทำของ ท่านจึงหวงไว้ เมื่อท่านตายแล้วจึงสั่งให้เอาให้ชินพรทั้งหมด เพราะท่านคงรู้ใจชินพรว่าคิดอะไรกับท่าน ผ้าจีวรขึงเพดานพร้อมด้ายสายสิญจน์จึงเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายที่หลวงปู่ทิมมอบให้ผม ต่อมาผมจึงตัดใจเอาบรรจุไว้ในพระกริ่งชินบัญชร บรมครู ๓๒ ออกให้บูชาเพื่อนำปัจจัยมาใช้จ่ายในกิจกรรมของมูลนิธิหลวงปู่ทิมและก็ได้ผลสมความปราถนา

 


ร่วมวิจารณ์บทความ คลิกที่นี่

สมเด็จหลังยันต์แดง หลวงปู่ทิม อิสริโก

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( จันทร์, 19 พฤศจิกายน 2007 )