บทความยอดนิยม

กระทู้ล่าสุด

เข้าระบบ สมาชิก






ลืมรหัสผ่าน?

ผู้ใช้งานขณะนี้

ขณะนี้มี 36 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม: 21261978
ย้อนรอยสุดยอดปรมาจารย์ หลังกึ่งพุทธกาล
หน้าแรก arrow บทความ arrow สมเด็จหลังยันต์แดง หลวงปู่ทิม อิสริโก
สมเด็จหลังยันต์แดง หลวงปู่ทิม อิสริโก PDF พิมพ์
เขียนโดย ชินพร สุขสถิตย์   
อาทิตย์, 18 พฤศจิกายน 2007

สมเด็จหลังยันต์แดง หลวงปู่ทิม อิสริโก             เมื่อหลวงปู่ทิมท่านสั่งให้ผมสร้าง พระสมเด็จชินบัญชรขึ้นมาก่อนพระกริ่งชินบัญชรและเหรียญเจริญพร ผมก็ขอผงพุทธคุณจากท่านเพื่อนำไปสร้างพระสมเด็จหลวงปู่ทิมท่านจึงให้ นายสาย แก้วสว่าง ไวยาวัจกร และศิษย์เอกคนหนึ่งเข้าไปหยิบผงซึ่งท่านเตรียมไว้มาให้ผมโดยบอกให้เข้าไปเอาในกุฏิของท่าน นายสาย แก้วสว่าง เข้าไปในกุฏิท่านพักใหญ่กลับออกมาบอก หาไม่พบไม่ทราบว่าหลวงพ่อวางไว้ตรงไหนหาเท่าใดก็หาไม่เจอทั้งๆ ที่กุฏิก็แคบนิดเดียว คุณสายพูดกับหลวงปู่ทิมต่อหน้าผมและคนอื่นๆ หลวงปู่ทิมท่านจึงบอกเข้าไปดูใหม่วางไว้ตรงห้องนอนเป็นถุงกระดาษปูน นายสาย แก้วสว่าง จึงเข้าไปหาใหม่ ครั้งนี้เข้าไปไม่นานก็ยกถุงปูนซึ่งทำด้วยกระดาษสีน้ำตาลแบบกระดาษบรรจุของแต่ขนาดใหญ่ซึ่งทำด้วยกระดาษปูนซิเมนต์ออกมา ๑ ถุงใหญ่ ท่านบอกผมว่าเวลาสร้างพระสมเด็จตำผงต่างๆ ซึ่งเป็นผงพื้นเข้าที่ดีแล้วก็ให้ตักผงนี้ผสมลงไปด้วยไม่ต้องมากนักเพราะผงนี้เปรียบเหมือนยาพิษที่ใส่ลงไปในน้ำแล้วก็จะกระจายทั่วไป ใส่มากใส่น้อยก็ไม่ต่างกัน และผมมารู้ภายหลังว่าเมื่อบรรจุผงนี้ลงไปแล้วทำให้เรียกรูปนามให้บังเกิดง่ายขึ้น จากคำพูดของหลวงปู่ ธรรมรังษี เมื่อครั้งที่ผมสร้างเสือ ๕๐๐ บรรจุผงพรายกุมารให้ท่าน

หลวงปู่ทิม อิสริโก
หลวงปู่ทิมกำลังชมช่อพระชัยวัฒน์ ทองคำช่อแรกเมื่อวันเททองหล่อพระกริ่งชินบัญชรเพราะเมื่อได้ฤกษ์ต้องเทพระชัยวัฒน์นำฤกษ์ก่อน
หลวงปู่ทิม อิสริโก
หลวงปู่ทิม ประพรหมน้ำพุทธมนต์เบ้าพระกริ่งชินบัญชรเมื่อวันเททองหล่อพระกริ่งชินบัญชร ๕ พฤษภาคม ๒๕๑๗ ซึ่งเป็นวาระที่แจกจ่ายพระสมเด็จหลังยันต์แดงเป็นที่ระลึกในการเททองพระกริ่ง

 

            นอกจากผงพุทธคุณในถุงปูนสีน้ำตาลที่หลวงปู่ทิมให้มาแล้ว ท่านยังบอกอีกว่า “ที่กรุงเทพก็มีพระดีอีกองค์ไปขอของสำคัญของท่านมาใส่ด้วย” เวลานั้นพวกผมยังไม่ได้คิดกันว่าพระดีที่กรุงเทพที่หลวงปู่ทิมเอ่ยถึงนั้นคือใคร และท่านรู้จักพระดีองค์นั้นได้อย่างไร แต่เรามาวิจารณ์กันว่า ครั้งแรกที่นายสาย แก้วสว่าง เข้าไปหาถุงปูนใส่ผงพุทธคุณนั้นไปหาตั้งนานหาเท่าไรก็หาไม่พบทั้งๆ ที่กุฏิท่านก็ไม่กว้างนักเมื่อออกมาบอกท่านว่าหาไม่พบท่านให้เข้าไปหาใหม่ พอเข้าไปก็พบทันที ของก็วางอยู่บนหัวนอนท่านที่เคยผ่านตามาแล้ว ศิษย์อาวุโสของท่านจำได้ว่าคือ กำนันเถียน และหมอกุหลาบ จ้อยเจริญ บอกว่าหลวงปู่ทิมท่านคงบังตาเอาไว้ เพราะตั้งใจให้ผมเอาไปทำพระสมเด็จ ท่านผสมผงต่างๆ รวมกันเสร็จแล้วคงกลัวใครจะเข้าไปหยิบเอาไปจึงบังตาไว้ เมื่อสั่งให้นายสายเข้าไปเอาท่านคงลืมว่ากำบังไว้ นายสายจึงเข้าไปหาไม่เจอ แต่เมื่อไม่พบกลับออกมาบอกท่านแล้วเข้าไปหาใหม่ก็พบ ท่านต้องกำบังตาเอาไว้แน่ๆ หมอหลาบกล่าวให้พวกเราฟังด้วยความเชื่อมั่นเพราะผงต่างๆ ในกุฏิของท่านมักถูกศิษย์ที่ใกล้ชิดเข้านอกออกใน เข้าไปหยิบมาผสมผงสร้างพระเนื้อผงพิมพ์ต่างๆ ไว้ใช้กันเอง ท่านจึงต้องบังตาผงห่อนี้ไว้ (สาเหตุที่ทำให้มีพิมพ์พิเศษต่างๆ)

พระสมเด็จ
?
พระสมเด็จ
ด้านหลัง
พระสมเด็จ
พระสมเด็จชินบัญชรพิมพ์ฐานแชม ด้านหลังประทับตรายันต์แดง ที่ระลึกในการเททองหล่อพระกริ่งชินบัญชร ๕ พฤษภาคม ๒๕๑๗
พระสมเด็จ
ด้านหลัง

 

            คุณประชา ตรีพาสัย และคุณอารมย์ ทับสุวรรณ์ ก็สรุปว่า พระที่หลวงปู่ทิมกล่าวถึงองค์นี้ก็คือหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี พระอริยสงฆ์ผู้โด่งดังของกรุงเทพฯ นั่นเอง แต่หลวงปู่ทิมท่านรู้จักหลวงปู่โต๊ะได้อย่างไร? คุณประชา ตรีพาสัย อดีตนายช่างโทของกรมชลประทานผู้มาตามให้ผมไปพบหลวงปู่ทิมบอกว่าหลวงปู่ทิมและหลวงปู่โต๊ะพบกันในงานปลุกเสกของ วัดโพธิ์สัมพันธ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เมื่อปี ๒๕๑๖ คงจะรู้จักกันในครั้งนั้นเพราะเมื่อปลุกเสกเสร็จแล้วหลวงปู่โต๊ะลุกขึ้นไปกราบหลวงปู่ทิมที่หัวเขาและคงไต่ถามพูดจากันอยู่ครู่หนึ่ง ตรงกับที่หลวงพ่อเริ่ม ปรโม เล่าให้ฟัง

พระสมเด็จ
พระสมเด็จที่หลวงตาบางสร้างครั้งแรก ด้านหลังปั๊มยันต์สาม หลวงปู่ทิมบอกชุดต่อไปให้ใช้ยันต์ห้า
พระสมเด็จ
ด้านหลัง เป็นยันต์สาม
พระสมเด็จ
พระสมเด็จ ๓ ชั้นหลวงตาบางสร้าง ด้านหลังเปลี่ยนเป็นยันต์ห้า
พระสมเด็จ
ด้านหลัง เป็นยันต์ห้าหรือยันต์ครู(จินดามณี)ซึ่งหลวงปู่ทิมท่านสำเร็จมนต์จินดามณี

 

            เมื่อสรุปได้ว่าพระองค์นั้นคือ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดูฉิมพลี ยอดพระเกจิอาจารย์ของคนกรุงเทพฯ แต่เราจะไปขอของดีของท่านได้อย่างไรเพราะพวกเราไม่คุ้นเคยกับท่านเลย ในที่สุดผมกับคุณประชา ก็ไปหาคุณประมล หงวนศิริ นายท่ารถเมล์เบอร์ ๑๔ ที่ท่าน้ำศรีย่าน ซึ่งเรารู้ว่าท่านคุ้นเคยกับหลวงปู่โต๊ะเป็นอย่างดีและเป็นศิษย์ใกล้ชิดหลวงปู่โต๊ะคนหนึ่ง เมื่อพี่ประมลพาเราไปหาหลวงปู่โต๊ะท่านก็รู้โดยเราไม่ต้องอธิบายหรือบอกกล่าวอะไรเลย ท่านพูดกับผมและคุณประชาว่า เธอมาถูกทางแล้วไปซื้อดินสอพองมาฉันจะทำให้ ผมจึงขับรถออกไปซื้อดินสอพองมา ๒ ถุงๆ ละ ๒๐ บาท นึกเสียดายจนบัดนี้ว่าซื้อมาน้อยไปหน่อยเพียง ๒ ถุงน่าจะมากกว่านี้ หลวงปู่โต๊ะท่านปลุกเสกให้เราทันทีนานประมาณ ๓๐ นาที เมื่อมอบให้แล้วท่านพูดว่า “วันเททองหล่อพระกริ่งชินบัญชรในวันที่ ๕ พฤษภาคม ถ้าท่านว่างท่านจะไปช่วยหลวงปู่ทิมเททองด้วย” พี่ประมล หงวนศิริ บอกเราว่าดินสอพองที่หลวงปู่โต๊ะปลุกเสกให้นั้นคือ นะปัดตลอด ซึ่งเป็นวิชาสำคัญของหลวงปู่โต๊ะ

พระสมเด็จ
พระสมเด็จลงกรุด้านหลังติดเหรียญเจริญพรบนซึ่งเป็นเหรียญลองพิมพ์ปั้มเป็นเหรียญแรกยังไม่ชัดเจน ตอกโค๊ดตราศาลาไว้เป็นสำคัญ
พระสมเด็จ
ด้านหลัง
พระสมเด็จ
พระสมเด็จลงกรุ ๘ รอบด้านหลังยันต์ห้า
พระสมเด็จ
ด้านหลัง
พระสมเด็จ
พระสมเด็จลงกรุพิมพ์ ๓ ชั้น ด้านหลังยันต์ห้า
พระสมเด็จ
ด้านหลัง

 

            อีก ๓ - ๔ วันต่อมา ผมมีกำหนดที่จะขึ้นไปวัดดอยแม่ปั๋งกับคณะของคุณลุงแก้ว คุณหมอสุพจน์และคุณเดชา ศิริรัตน์ เพื่อทำข่าวการเททองหล่อพระกริ่งอรหังของหลวงปู่แหวน อาทิตย์นั้นผมจึงงดที่จะไปหาหลวงปู่ทิม และเวลาสวดมนต์ไหว้พระก่อนนอนผมก็บอกกล่าวหลวงปู่ทิมด้วยว่าอาทิตย์นี้ผมติดธุระไปหาท่านไม่ได้ ในคืนนั้นก็มีเรื่องประหลาดเกิดขึ้น ผมฝันชัดเจนว่า หลวงปู่ทิมมาหาและสั่งผมว่า เมื่อขึ้นเหนือให้ไปเอาดินบนดอยมาผสมพระสมเด็จชินบัญชรที่จะสร้างด้วย ระหว่างเดินทาง ผมเล่าความฝันนี้ให้ พี่ชายคุณอารมณ์ ทับสุวรรณ์ ซึ่งขึ้นไปหาหลวงปู่แหวนด้วยท่านคือ พ.ต.ท.อนุชา ทับสุวรรณ์ (ยศในปี ๒๕๑๖) พี่อนุชา ทับสุวรรณ์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งสารวัตรจราจรสถานีตำรวจชนะสงคราม บอกว่าพี่รู้แล้วว่าอะไร เมื่อถึงแล้วพี่จะพาไปเอา
            บนดอยแม่ปั๋งขณะที่ช่างหล่อกำลังสุมเบ้าสำรอกเทียนเพื่อเตรียมการเททองหล่อพระกริ่งอรหัง ในเช้าวันรุ่งขึ้นซึ่งตรงกับวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๑๗ อยู่นั้น พ.ต.ท.อนุชา ทับสุวรรณ์ พาผมไปนั่งรออยู่ตรงหน้าต่างหน้ากุฏิหลังเดิมของหลวงปู่แหวนพระเกจิอาจารย์ที่กำลังโด่งดังอยู่ในเวลานั้น เรานั่งท่ามกลางความหนาวของอากาศบนยอดดอยอยู่สักครู่หลวงปู่แหวนท่านก็เปิดหน้าต่างออกมาและล้างหน้าบ้วนปาก พี่อนุชาบอกว่าดินแม่พระธรณีตรงนี้แหละที่หลวงปู่ทิมบอกให้มาเอา ผมจึงขุดดินตรงนั้นมาก้อนใหญ่ขนาดผลมะตูม แล้วต่อมาได้นำไปให้หลวงปู่แหวนปลุกเสกพร้อมกับวัตถุมงคลต่างๆ รวมทั้งพระกริ่งอรหังทั้งหมดที่เททองเสร็จแล้ว เมื่อสร้างพระสมเด็จชินบัญชร ผมจึงเอาดินของแม่พระธรณีบนยอดดอยมาผสมในเนื้อพระสมเด็จชินบัญชรด้วยนอกเหนือจากดินสอพอลงนะปัดตลอดของหลวงปู่โต๊ะวัดประดู่ฉิมพลี

พระสมเด็จ
พระสมเด็จลงกรุขี่แพะรับบาป ด้านหลังยันต์ห้า
พระสมเด็จ
ด้านหลัง
พระสมเด็จ
พระสมเด็จลงกรุขี่แพะรับบาป ด้านหลังยันต์ห้า
พระสมเด็จ
ด้านหลัง
พระสมเด็จ
พระสมเด็จลงกรุขี่แพะรับบาป ด้านหลังยันต์ห้า
พระสมเด็จ
ด้านหลัง

 

            ในปีนั้นยังไม่มีใครรู้จักหลวงปู่ทิมเลยนอกจากคนในพื้นที่ใกล้ๆ วัดและคนส่วนน้อยในจังหวัดระยองเท่านั้นเอง ผมเกรงว่าเมื่อสร้างพระกริ่งชินบัญชรแล้วจะประสบความสำเร็จหรือไม่ก็ยังไม่แน่ใจนอกจากดินบนดอยแม่ปั๋งซึ่งปลุกเสกโดยหลวงปู่แหวน สุจิณโณ ยอดพระเกจิอาจารย์ที่โด่งดังที่สุดในปีนั้นแล้วยังมี นะปัดตลอดของหลวงปู่โต๊ะยอดพระเกจิอาจารย์ของกรุงเทพมหานครอีกด้วย แต่ผมก็ยังไม่มั่นใจน่าจะหาของสำคัญของยอดเกจิอาจารย์ซึ่งดังทะลุฟ้าอีกองค์หนึ่งมาผสมเพื่อให้พระสมเด็จชินบัญชรที่จะสร้างขึ้นให้เป็นที่สนใจและ เป็นที่รู้จัก ของคนทั่วไป ผมจึงไปหา คุณตริ จินตกานนท์ น้องชายร่วมอุทรของท่านเจ้าคุณนรรัตน์ ราชมานิต พระอริยสงฆ์ซึ่งโด่งดังชนิดทะลุผ้าทะลุดินก่อนหลวงปู่แหวน เจ้าคุณนรฯ ท่านมรณภาพเมื่อวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๑๔ และผมมีส่วนร่วมในการหาเงินมาก่อตั้งมูลนิธิท่านเจ้าคุณนรฯ อีกทั้งยังเป็นกรรมการก่อตั้งมูลนิธิของท่านด้วย จึงคุ้นเคยชอบพอกับคุณตริ จินตกานนท์ น้องชายของท่านด้วย ของดีชิ้นสุดท้ายที่ผมไปขอจากคุณตริคือเถ้าอังคาร เศษจีวรใบตองห่อข้าวถวายเจ้าคุณนรฯ ซึ่งคุณตรีทำถวายทุกวันและห่อด้วยใบตองอ่อนเมื่อฉันแล้วท่านเจ้าคุณนรฯ จะเก็บซ้อนๆไว้ทุกวันจนมีจำนวนมาก คุณตริให้ผมมาจำนวนหนึ่ง ระหว่างที่คุณตรินำของมงคลต่างๆ มาให้ผมภรรยาคุณตริพูดว่าจะเอาของเหล่านี้และชื่อเสียงของท่านเจ้าคุณพี่ (หมายถึงท่านเจ้าคุณนรฯ) ไปปลุกปั้นพระอะไรก็ไม่รู้ขึ้นมาอีก ผมจึงคืนของทั้งหมดให้คุณตริไป แต่คุณตริขอให้รับไว้และบอกรู้เจตนาของผม ด้วยความเกรงใจคุณตริผมจึงรับของเหล่านี้ไว้และผมบอกกับภรรยาคุณตริว่า ผมจะไม่เอาวัตถุมงคลของท่านเจ้าคุณนรฯ ที่คุณตริให้ผสมในพระที่ผมจะสร้างขึ้น การสร้างพระเครื่องต่างๆ ของหลวงปู่ทิมผมก็ไม่เอ่ยชื่อท่านเจ้าคุณนรฯ เมื่อได้วัตถุมงคลต่างๆ มาแล้ว ผมก็เอามาจ้างนักเลงพระรุ่นเก่าอายุรุ่นราวคราวเดียวกับผมชื่อนายกี่ ศรีย่าน หรือชื่อจริงว่า สมชาย ตั้งใจงามสง่า เป็นผู้สร้างจำนวน ๕,๐๐๐ องค์ เหมาเบ็ดเสร็จเป็นเงิน ๕,๐๐๐ บาทถ้วนแบ่งออกเป็น ๒ พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่ หรือพิมพ์พระประธาน และพิมพ์ฐานแซมโดยให้เลียนแบบพระสมเด็จพิมพ์นิยมของ สมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังษี เป็นแบบและให้กดพิมพ์ด้วยมือทีละองค์และให้ใช้ของมีคมตัดขอบทั้ง ๔ ด้านทุกองค์ไม่ให้ทำแบบใช้เครื่องปั๊มหรือบางคนเรียกว่าพิมพ์กระเดื่อง เพราะถ้าทำให้ออกมาเหมือนกันทุกองค์คล้ายปั๊มขนมกงหรือขนมเปี๊ยะและจะดูไม่ดี ซึ่งนายกี่ ศรีย่านก็ทำให้ตามความต้องการของผมและเพื่อจะป้องกันการปลอมแปลงและให้เป็นสัญญลักษณ์อันเป็นเอกเทศของพระเครื่องหลวงปู่ทิม ผมจึงทำตรายางมีข้อความว่าที่ระลึกในการเททองหล่อพระกริ่งชินบัญชรวันอาทิตย์ขึ้น ๕ ค่ำเดือน ๖ ปีขาล ๕ พฤษภาคม ๒๕๑๗ และมียันต์ห้าหรือยันต์มหาจินดามณีอันเป็นยันต์ที่หลวงปู่ทิมใช้เป็นยันต์ประจำตัวท่านไว้ที่ด้านหลังพระสมเด็จทั้งสองพิมพ์ด้วย ผู้เขียนแบบหรืออาร์ตเวิคที่จะเอาไปทำตรายางนี้คือคุณปราโมทย์ มาเจริญ

พระสมเด็จ
ไม้ไก่กุก เป็นไม้ที่ไก่ตัวผู้กุกกุก หลอกให้ตัวเมียมากินอาหารแล้วขึ้นทับ หลวงปู่ทิมแกะเป็นรูปเทวดาเดินหน ขูดผสมพระทุกครั้งที่สร้างขึ้นจึงมีมหาเสนห์แรงมากไม้มีขนาดหนากว่า ๑ นิ้ว
พระสมเด็จ
ด้านหลัง
พระสมเด็จ
ด้านข้าง
พระสมเด็จ
พระสมเด็จปรกโพธิขนาดใหญ่ บูชาแล้วร่มเย็นเป็นสุขครอบครัวสุขสบาย (จากคำบอกของข้าราชการฝ่ายปกครองท่านหนึ่ง) ด้านหลัง ลงยันต์ห้านะโมพุทธายะ
พระสมเด็จ
ด้านหลัง
พระสมเด็จ
พระสมเด็จปรกโพธิขนาดใหญ่ เปรียบเทียบขนาดกับพระสมเด็จลงกรุ

            ยันต์แดงที่ประทับหรือปั๊มไว้ที่ ด้านหลังพระสมเด็จทั้ง ๒ พิมพ์ เริ่มปั๊มทันที่ที่นายกี่ ศรีย่านเอาพระสมเด็จมาส่งให้ใหม่ๆ ความชื้นในองค์พระยังมีอยู่จึงทำให้หมึกแดงที่ประทับไว้จางไปเหลือแต่สีแดงบางๆ ก็มี ถ้าเนื้อพระแห้งแล้วก็ติดชัดเจน นอกจากยันต์สีแดงแล้วบางองค์ใช้สีน้ำเงินก็มีอยู่บ้างแต่เป็นจำนวนน้อยเพราะเป็นการลองปั๊มโดยใช้หมึกสีน้ำเงินในตอนแรก เมื่อปั๊มครบทั้ง ๕,๐๐๐ องค์แล้วก็ฉีกตรายางทิ้งทันทีต่อหน้าหลวงปู่ทิมเพราะปั๊มตรายางที่กรุงเทพฯ ไม่หมดเลยเอาไปปั๊มต่อกันที่วัดละหารไร่ ต่อหน้าหลวงปู่ทิมเสร็จแล้วท่านก็นำเข้าไปปลุกเสกในกุฏิท่านทันที พระสมเด็จชินบัญชรทำเสร็จก่อนเหรียญเจริญพรแต่เอาออกมาแจกวันเททองหล่อพระกริ่งชินบัญชร เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๑๗ หลังเหรียญเจริญพรซึ่งออกให้บูชาเมื่อปลายเดือนเมษายน ๒๕๑๗

พระสมเด็จ
พระสมเด็จ คะแนนพิมพ์เล็กจิ๋ว กว้าง ๐.๙ x ๑.๒ ซม. หลังใช้ยันต์เฑาะต์
พระสมเด็จ
ด้านหลัง
พระสมเด็จ
พระพรายคู่หลวงปู่แก้วเกสาโร พระเย็นคำม่ สร้างจากเถ้าอังคารผสมสีผึ้งโหลสุดท้ายผีอีส้ม เมื่อปี ๒๕๒๗ แจกฟรีสร้างประมาณ ๕๐๐ องค์
พระสมเด็จ
ด้านหลัง

 

พระสมเด็จ
พระสมเด็จวัดกุฏิโง้ง อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี สร้างขึ้นล่วงหน้าเพื่อแจกเป็นที่ระลึกในงานผูกพัทสีมาปี ๒๕๑๙ นำมาขอให้หลวงปู่ทิมปลุกเสกตั้งแต่ปลายปี ๒๕๑๗ มีหลายพิมพ์ด้วยกัน เฉพาะพระสมเด็จมีถึง ๔ พิมพ์ นอกจากนั้นมีพระควันบดี เหรียญท้าวเวสสุวรรณและปลัดก็มี
พระสมเด็จ
พระขุนแผนพรายกุมารชุดพระลงกรุ ๘ รอบ สร้างหลายพิมพ์เผื่อบรรจุกรุในงานฉลองอายุครบ ๘ รอบ ๙๖ ปี เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๑๘ และนำออกจากกรุก่อนพระราชทานเพลิงศพ(ปี๒๕๒๖)

 

            พระสมเด็จหลังยันต์แดงหรือ พระสมเด็จชินบัญชรเมื่อแจกไปแล้วผู้ได้รับมักไม่สนใจเพราะเป็นพระเนื้อปูนสีขาวธรรมดาๆ แบบพระโนเนมทั่วๆ ไป เท่านั้นเอง เมื่อเอาออกใส่ตู้ในบูชาองค์ละ ๒๐ บาทก็ไม่ค่อยมีคนสนใจเช่าหากันเลย มาดังเอาภายหลังเมื่อมีผู้คนเอาติดตัวไว้แล้วเกิดอุบัติเหตุหรือมีประสบการณ์ขึ้นดังเช่นคนขับรถบรรทุกข้าวสารแล้วโดนโจรปล้นรถข้าวสารจับคนขับรถมัดไว้กับ กอไผ่ คนขับรถมีพระสมเด็จยันต์แดงอยู่ในกระเป๋าเสื้อเพียงองค์เดียวเพราะเถ้าแก่เจ้าของร้านพึ่งจะให้มาก่อนจะขับรถคันนั้น เอาข้าวสารหลายสิบกระสอบไปส่ง เมื่อพวกโจรจับมัดกับกอไผ่แล้วขับรถบรรทุกข้าวสารไปแล้วก็ดิ้นและนึกถึงพระสมเด็จในกระเป๋าจะเป็นเหตุบังเอิญหรือเพราะอานุภาพของสมเด็จชินบัญชร ก็ไม่ทราบได้ แต่เชือกที่มัดก็หลุดออกจึงไปแจ้งความที่โรงพักบ้านค่าย และผู้กองบ้านค่ายคือ พ.ต.ต.นุกูล โสมทัต (ยศในขณะนั้น) ก็ติดตามคนร้ายได้จนเกิดปะทะดวลปืนกันอย่างสนั่นหวั่นไหว โจรโดนยิงตายทั้งหมดทั้งๆ ที่มีอาวุธปืนเอ็ม ๑๖ ทั้ง ๔ คน เรื่องนี้เป็นที่กล่าวขานกันมากในยุคนั้น แต่คนขับรถบรรทุกข้าวอันเป็นต้นเรื่องกับไม่ค่อยมีใครกล่าวถึงกันเลย ทั้งๆ ที่เป็นต้นเหตุให้พระเครื่องต่างๆ ของ หลวงปู่ทิมโด่งดังอยู่รายหนึ่ง
            เนื้อพระสมเด็จชินบัญชรหลัง ยันต์แดงทั้ง ๒ พิมพ์ เป็นพระเนื้อปูนธรรมดาผสมกับผงพุทธคุณต่างๆ ของหลวงปู่ทิมและมีผงพรายกุมารผสมอยู่ด้วย เนื้อพระด้านหน้าเกือบทุกองค์จะแตกลายงา ส่วนด้านหลังเรียบไม่แตกลายงาเลย น้ำหนักของเนื้อพระก็ตึงมือเหมาะกับองค์พระไม่เบานัก

            


ร่วมวิจารณ์บทความ คลิกที่นี่

พระสมเด็จหลวงปู่ทิมและมรดกชิ้นสุดท้าย

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( พุธ, 26 ธันวาคม 2007 )