บทความยอดนิยม

กระทู้ล่าสุด

เข้าระบบ สมาชิก






ลืมรหัสผ่าน?

ผู้ใช้งานขณะนี้

ขณะนี้มี 7 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม: 23515295
ย้อนรอยสุดยอดปรมาจารย์ หลังกึ่งพุทธกาล
หน้าแรก arrow บทความ arrow พระกริ่งใหญ่ ?ถัง? ต้นกำเนิดพระกริ่งดังๆ ของไทย และพระกริ่งชินบัญชรด้วย
พระกริ่งใหญ่ ?ถัง? ต้นกำเนิดพระกริ่งดังๆ ของไทย และพระกริ่งชินบัญชรด้วย PDF พิมพ์
เขียนโดย ชินพร สุขสถิตย์   
จันทร์, 19 พฤศจิกายน 2007

พระกริ่งใหญ่ ราชวงศ์ถัง            เมื่อหลวงปู่ทิม อิสริโก อนุญาตให้ผมสร้างพระกริ่งชินบัญชรในนามของวัดละหารไร่ เพื่อหาเงินบูรณะวัด พวกผมปรึกษากันแล้วก็ตกลงใจจะถอดแบบจากพระกริ่งใหญ่ราชวงศ์ถัง ซึ่งเป็นต้นแบบของพระกริ่งในเมืองไทยเกือบทุกรุ่น ส่วนพระชัยวัฒน์ซึ่งต้องเททองก่อนพระกริ่งก็ตั้งใจว่าจะถอดแบบจากพระชัยกะไหล่ทองของสมเด็จพระสังฆราชแพวัดสุทัศน์รุ่นที่พระยาศุภกรณ์บรรณสารสร้างไว้เป็นพระชัยวัฒน์ประจำตระกูล “วสุธาร”
            ในยุค ๓๐-๔๐ ปีที่ผ่านมาพระเครื่องสำคัญๆที่พวกนักนิยมพระเครื่องรุ่นเด็กๆ อย่างพวกผมมักจะได้ยินแต่เพียงชื่อพระเท่านั้น รูปแบบพระเครื่องหน้าตาเป็นอย่างไรมักจะไม่ค่อยเห็นกันเลย เพราะเซียนรุ่นปู่-รุ่นพ่อมักจะหวงวิชา ไม่บอกไม่สอนใครง่ายๆ การสื่อสารก็ยังไม่แพร่หลายรูปแบบพระเครื่องดังๆ จึงมักจะได้ยินเพียงแต่ชื่อเท่านั้น เว้นแต่พวกที่มีลูกพี่ดีดี
            พระชัยกะไหล่ทองวัดสุทัศน์ที่จะใช้เป็นต้นแบบ พระชัยวัฒน์ชินบัญชร โชคดีไม่น้อยและก็คงจะเป็นนิมิตหมายที่ดีของการสร้างพระกริ่งชินบัญชร เพราะได้ต้นแบบมาพอดี คุณเกื้อ บุญนาค นักนิยมพระเครื่องรุ่นพี่ทั้งยังเป็นนักเขียนเรื่องพระเครื่องในทีมงานของผม ไปเปิดกรุพระชัยกะไหล่ทองตระกูล “วสุธาร” จึงเป็นเรื่องง่ายที่จะขอยืมมาทำแบบพระชัยวัฒน์ชินบัญชรหลวงปู่ทิม ทั้งคุณเกื้อ บุญนาคและคุณลำยอง วสุธาร หลานพระยาศุภกรณ์ เต็มใจให้ถอดแบบทันที ผมจึงคัดเอาองค์ที่สวยที่สุดชื่อ “ระตะนุตะมะ” (แปลว่า แก้วอันประเสริฐ) มาเป็นต้นแบบพระชัยวัฒน์ของหลวงปู่ทิมทันที

             นอกจากจะให้พระชัยวัฒน์กะไหล่ทอง มาถอดพิมพ์แล้วคุณลำยอง วสุธาร หลานพระยาศุภกรณ์ ยังให้ผงดำวัดสุทัศน์ที่ค่อนข้างชำรุดมาอีก ๓๐ องค์ เพื่อผสมสร้างพระผงดำ แต่ต้องให้สัจจะว่าให้เก็บเป็นส่วนตัวได้เพียงคนละองค์
            ส่วนพระกริ่งจีนใหญ่ราชวงศ์ถังในยุคนั้นมีอยู่หลายองค์ด้วยกัน แต่พวกเราไม่มีพาวเวอร์พอที่จะขอยืมท่านมาถอดแบบได้เพราะพระกริ่งใหญ่ถัง แต่ละองค์ราคาเป็นแสนๆบาทแล้ว คงมีแต่ของ “เพชร หลีแซ” อยู่เพียงองค์เดียวที่พอจะไปขอยืมมาได้ เมื่อเอ่ยปากขอยืมพระกริ่งจีนใหญ่มาทำต้นแบบ “เพชร หลีแซ” ก็เต็มใจทันที แต่ขอร้องว่าขอให้เทพระกริ่งชุดพิเศษให้ช่อหนึ่งโดยจะเอาชนวนพระกริ่งพิเศษมาให้ เรียกว่า “ชนวนพระกริ่งบรมพุทโธ” โดยอาจารย์หน่ำใช้ แซ่โค้ว ปรมาจารย์ผู้เชี่ยวชาญพระกริ่งและรูปเหมือนเอาออกมาจากในวังเป็นของสูง ผม, คุณประชา และคุณอารมย์ รับปากทันที ดังนั้นพระกริ่งชินบัญชรจึงมีชุดเนื้อพิเศษ บรมพุทโธ ออกมาด้วยและประกาศให้ทราบกันในหนังสือ ”อภินิหารและพระเครื่อง” ที่ผมเป็นบรรณาธิการ

พระกริ่งใหญ่ ราชวงศ์ถัง
พระกริ่งใหญ่ ราชวงศ์ถัง พร้อมพระอรหันต์ประจำทิศและผลคุณ
พระกริ่งใหญ่ ราชวงศ์ถัง
พระกริ่งใหญ่ ราชวงศ์ถัง ที่พระอุระมีรอยตำหนิจากในพิมพ์ ไม่ใช่โดนสิ่วตอก
พระกริ่งใหญ่ ราชวงศ์ถัง
ด้านหลัง
พระกริ่งใหญ่ ราชวงศ์ถัง
ใต้ฐานเมื่อเปิดก้นเอาแผ่นปิดและเม็ดกริ่งเนื้อทองคำออกแล้ว ในก้นจะมีทองคำชิ้นเล็กๆอีกชิ้นหนึ่งอัดแน่นทั้งยังมีหนามเตย๒ชิ้นเกาะติดกันหลุดไว้ด้วย(ฐานปิดก้นนำไปหลอมสร้างพระกริ่งใหญ่๓๒นิ้ว ในพิธีโสฬสปี๒๕๓๓)
พระกริ่งใหญ่ ราชวงศ์ถัง
พระอรหันต์ประจำทิศ (เซียนงาแกะ) แกะจากงาขนาดโตกว่าหัวไม้ขีดไฟเล็กน้อย
พระกริ่งใหญ่ ราชวงศ์ถัง
ด้านหลัง เซียนงาแกะ

 

            พระกริ่งและพระชัยวัฒน์ที่จะสร้างเป็นพระกริ่งชินบัญชรต้นแบบไปเททองกันบนดอยแม่ปั๋งในคราวเดียวกับการเททองหล่อพระกริ่งอรหังของหลวงปู่แหวน เมื่อต้นเดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๑๗ พระชัยวัฒน์เทด้วยเนื้อเงินจำนวน ๕ องค์ ล้างออกมาแล้วสวยงามไม่มีที่ติเกือบทั้งหมด สำหรับพระกริ่งใหญ่ต้นแบบเททองด้วยเนื้อทองสัมฤทธิ์ จำนวน ๕ องค์เช่นกัน องค์พระอวบอ้วนเกือบเท่าองค์จริง แต่พระพักตรไม่ลึกชัดเจนเหมือนองค์ต้นแบบ อีกทั้งรูปแบบหรือภาพถ่ายของพระกริ่งจีนใหญ่ยังไม่มี เราจึงให้ช่างสมร แต่งขึ้นตามจินตนาการของเรา จึงออกมาดังที่เห็น ซึ่งก็งดงามไปอีกแบบและเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง    เมื่อพระกริ่งชินบัญชรfออกใหม่ๆ ไม่สวยงามเหมือนพระกริ่งต้นแบบที่ลงในหน้าหนังสือ “อภินิหารและพระเครื่อง” จึงมีคนทยอยเอามาคืนกันหลายสิบราย จนผมใจเสียไปบอกหลวงปู่ทิม ท่านบอกว่า “เขาเอามาคืนก็รับไว้เถิด อีกหน่อยพลิกแผ่นดินหาก็ไม่เจอ” ประโยคนี้ได้ยินกันหลายคน แต่ผมนำมาย้ำเป็นครั้งแรกหลังจากพระกริ่งชินบัญชรเมื่อมีราคาเกือบ ๒ หมื่นบาท ไม่กล้านำมากล่าวก่อนเพราะเกรงจะหาว่า เชียร์แต่ของที่ตัวเองสร้าง ซึ่งผู้มองพระกริ่งชินบัญชรในแบบนี้ก็มี

พระกริ่งชินบัญชรองค์ต้นแบบ
ต้นแบบพระกริ่งชินบัญชร ๑ ใน ๕ องค์ที่เททองถอดแบบบนดอยแม่ปังพร้อมพระกริ่งอรหังของหลวงปู่แหวนเมื่อ ๕ มกราคม ๒๕๑๗ ก้นอุดผงพรายกุมาร
พระกริ่งชินบัญชรองค์ต้นแบบ
ด้านหลัง
พระกริ่งชินบัญชรองค์ต้นแบบ
ใต้ฐานอุดด้วยผงพรายผสมสีผึ้งแล้วปิดทอง ทำก่อนชุดชินบัญชรก้นอุดผงเพื่อไว้ใช้กันเอง องค์นี้เป็นของคุณสุเทพ เลิศไพรวัลย์
พระกริ่งชินบัญชรองค์ต้นแบบ
พระกริ่งชินบัญชรองค์ต้นแบบ เททองหล่อ บนดอยแม่ปั๋ง จำนวน ๕ องค์ นำองค์ที่สมบูรณ์ที่สุดมาแต่งเป็นต้นแบบ ถอดพิมพ์มาจากพระกริ่งใหญ่จีนราชวงค์ถัง(เจ้าของคือคุณชินพร สุขสถิตย์)
พระกริ่งชินบัญชรองค์ต้นแบบ
ด้านหลังใช้แผ่นทองตีหุ้มปิดไว้ ไม่ได้ตอกโค๊ตตัวใดทั้งสิ้น
พระกริ่งชินบัญชรองค์ต้นแบบ
ใต้ฐาน

 

            เมื่อพระกริ่งชินบัญชร เริ่มมีราคาและเป็นที่แสวงหากันในวงการพระเครื่องโดยเฉพาะลูกศิษย์หลวงปู่ทิม ทำให้ผมคิดถึงพระกริ่งใหญ่องค์ต้นแบบที่ถอดพิมพ์มาจาก “เพชร หลีแซ” ทั้งได้เห็นภาพและองค์จริงจากพี่ประธาน สุขุมวาท ก็เกิดศรัทธาอยากจะได้ แต่คิดแล้วว่า วาสนาคงไม่ถึง พระกริ่งราคาเป็นแสนๆ คงไม่มีปัญญาไปบูชามาแน่ในชาตินี้
            ต่อมาประมาณปี ๒๕๒๕ ผมเป็นบรรณาธิการและเจ้าของหนังสือธรรมะ พลังจิต ไสยศาสตร์และพระเครื่อง ชื่อหนังสือ “พลังเหนือโลก” ได้พิมพ์ผ้ายันต์พระคาถาชินบัญชร แจกพร้อมหนังสือ ได้ไปขอบารมีให้หลวงปู่แก้ว วัดช่องลม จังหวัดสมุทรสาครปลุกเสก ขณะนั้นหลวงปู่แก้ว มีชื่อเสียงโด่งดังมาก ผมขออนุญาตท่านสร้างพระชัยฟ้าลั่นขึ้น เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในงานของมูลนิธิหลวงปู่ทิม อิสริโก หลวงปู่แก้วท่านก็อนุญาตและสั่งว่าให้รีบทำมาเร็วๆ เมื่อช่างมาลี ปฏิมากร ผู้มีฝีมือ ปั้นแบบเสร็จยังไม่ทันที่จะหล่อเป็นองค์พระออกมาท่านก็มรณภาพเสียก่อน โดยยังไม่ทันประชาสัมพันธ์บอกข่าวการสร้าง จึงต้องเปลี่ยนเป็นหลวงพ่อเริ่ม ปรโม วัดจุกกระเฌอ จังหวัดชลบุรี เมื่อพระชัยฟ้าลั่นออกให้บูชา ก็หมดลงอย่างรวดเร็ว หลวงพ่อเริ่มขอให้สร้างพระกริ่งปรโมให้ท่าน เพื่อหาปัจจัยสร้างพระอุโบสถที่สร้างค้างอยู่ให้เสร็จ ขณะที่คิดจะหาพระกริ่งใหญ่ราชวงศ์ถังจากใครมาถอดแบบก็พอดีกับ นายสุวัฒน์ พบร่มเย็น นำพระกริ่งองค์หนึ่งมาให้คุณมานพ คงคาประสิทธิ ข้าราชการซี ๗ หัวหน้าโรงพิมพ์กรมชลประทาน (ขณะนี้ยังมีชีวิตอยู่ จะพบได้ทุกวันที่ตลาดนครชัยศรี ศรีย่าน) พอดีคุณมานพคิดว่าเป็นพระกริ่งทองทิพย์ ผมไปถึงก็เลยได้ดูไปด้วย พระกริ่งองค์นี้นายสุวัฒน์ พบร่มเย็นหรือนายเบิ้ม หรืออาจารย์เบิ้ม บอกว่าได้ไปทำพิธีที่บ้านหลังหนึ่ง เจ้าของบ้านจึงให้มาฟรี โดยเอาสิ่วตอกออกมาจากแท่นที่ติดยึดพระกริ่งไว้ มีรอยสกัดที่แผ่นปิดใต้ฐาน ฐานจึงเผย่อๆออกมาเล็กน้อย เม็ดกริ่งยังอยู่และเขย่าดัง!

หลวงปู่เริ่ม ปรโม
หลวงปู่เริ่ม ปรโม วัดจุกเฌอ
หลวงปู่เริ่ม ปรโม
วันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๒๖ เป็นวันสรงน้ำประจำปีของหลวงปู่เริ่ม หลังจากนั้นก็เททองหล่อพระกริ่งพระชัยวัฒน์ปรโม
พระกริ่งปรโม
พระกริ่งใหญ่ราชวงศ์ถังถ่ายคู่กับพระกริ่งต้นแบบ ?ปรโม? ซึ่งถอดแบบจากพระกริ่งใหญ่ถังองค์นี้ แต่ขยายให้ใหญ่กว่าเมื่อเททองออกมาแล้วจะมีขนาดเท่ากัน
พระกริ่งปรโม
พระกริ่งปรโม มีทั้งปิดก้นมาตรฐาน และแบบอุดผงพรายผสมชนวนชินบัญชร(แบบอุดผงตั้งใจทำเป็นของส่วนตัวของผู้สร้าง เสกมากพิธีกว่าแบบมาตรฐาน)
พระกริ่งปรโม
ด้านหลังแบบมาตรฐานตอกโค๊ต,ตอกหมายเลข /แบบอุดผง ตอกโค๊ต,ตอกเลขบ้าง(ไม่ทุกองค์)เพราะเจตนาทำเป็นของส่วนตัว แบบอุดผงเสกมากพิธีกว่า
พระกริ่งปรโม
ใต้ฐาน อุดผงพรายกุมารผสมสีผึ้ง๗จันทร์แล้วปิดทองบรรจุเม็ดตะกล่ำขาว(ซึ่งถือเป็นงาของพระพิฆเนศวรที่หักใช้ขว้างขับไล่ยักษ์มารออกไปนอกจักรวาล)กันเสนียดจัญไร
พระกริ่งปรโม
พระกริ่งปรโมเนื้อพิเศษแก่ชนวนพระกริ่งชินบัญชร ก้นอุดผง มีทั้งตอกโค๊ตตัว มิ ที่ตอกพระกริ่งรุ่นแรกอ.สาครและโค๊ตกริ่งมหาโสฬส(โค๊ต อุ ,โค๊ต ๑๖)มีอยู่เพียง ๑๐องค์ /ที่ตอกโค๊ตตัว ร.ก็มี,/และที่ตอกโค๊ต๑๖, โค๊ตอุ(ให้รู้ว่าเสกมาเรื่อยๆและเข้าพิธีพิเศษโสฬสปี ๒๕๓๓) แบบอุดผงมีทั้งหมดประมาณ ๒๐๐ องค์ บางองค์ไม่ได้ตอกโค๊ตก็มี(ตั้งใจเก็บไว้ส่วนตัว) ขอให้พิจารณาเนื้อและพิมพ์
พระกริ่งปรโม
ด้านหลัง องค์นี้ไม่ตอกเลข ตอกโค๊ต สภาพสวยเสกบ่อย(มีน้อย ตั้งใจว่าเป็นของส่วนตัว)
พระกริ่งปรโม
ใต้ฐาน ก้นอุดผงพรายกุมาร ผสมสีผึ้ง ๗ จันทร์และเม็ดตะกร่ำขาว เพื่อกันเสนียดจัญไร
พระกริ่งปรโม
พระกริ่งปรโม เนื้อชนวนชินบัญชร ก้นอุดผง(เสกบ่อยมากพิธีกว่ามาตรฐาน)
พระกริ่งปรโม
ด้านหลัง องค์นี้ตอกเลขพิเศษ๘๘ เสกบ่อยมากพิธี
พระกริ่งปรโม
ใต้ฐาน ก้นอุดผงพรายกุมาร ผสมสีผึ้ง ๗ จันทร์และเม็ดตะกร่ำขาว เพื่อกันเสนียดจัญไร
พระชัยฟ้าลั่น
พระชัยฟ้าลั่นพิมพ์ฐานสูงและฐานเตี้ยหลวงพ่อเริ่มเททองหล่อที่โรงหล่อช่างสมร พอได้ฤกษ์เททองฟ้าร้องดังๆ ขึ้น ๓ ครั้ง จึงเปลี่ยนชื่อมาเป็น ?พระชัยฟ้าลั่น? นายเพียรวิทย์ เอาสายสิญจน์พาดปากเบ้าไม่ไหม้ไฟ พระถูกบูชาหมดภายใน ๗ วัน
พระชัยกะไหล่ทอง
พระชัยกะไหล่ทองของพระยาศุภากร ชื่อ ระตะนุตะมะ ที่เอามาถอดแบบสร้างเป็นพระชัยวัฒน์ชินบัญชร
พระกริ่งชินบัญชรรุ่นแรกวัดหนองกรับ
พระกริ่งชินบัญชรรุ่นแรกวัดหนองกรับ เนื้อสัมฤทธิ์ ถอดแบบกริ่งชินบัญชร ปี ๒๕๑๗ เพราะเวลาจำกัดเพียงเดือนเดียว

 

            คุณมานพ ยังไม่ตัดสินใจว่าจะซื้อในราคา ๒,๐๐๐ บาท ตามที่ อ.เบิ้ม ตั้งราคาเพราะคุณมานพ มีอุปนิสัยซื้อของยากและต้องถูก เมื่อคุณมานพไม่ซื้อ ผมก็ต่อราคาเหลือ ๑,๕๐๐ บาท อาจารย์เบิ้มก็ให้ผม วันถัดมาก็เอา ”เซียนงาแกะ” ชิ้นเล็กขนาดโตกว่าหัวไม้ขีดไฟเล็กน้อย และกะลาไม่มีตาหลวงปู่ทอง วัดราชโยธาอีก ๑ ใบพร้อมไม้เท้าอีกหนึ่งอัน มีอักขระเลขยันต์จารแบบโบราณมาขายและผมก็ซื้อไว้ทั้งหมด
            พระกริ่งองค์นี้เมื่อผมซื้อและรับมาแล้วใหม่ๆ เนื้อองค์พระถูกขัดด้วยน้ำยา จึงเงาวับ ดูเหมือนพระใหม่ แต่เมื่อกำไว้ในอุ้มมือนานๆ เนื้อพระก็ค่อยๆ คล้ำลง ผมดูๆ แล้ว คิดว่าเป็นของนอกแน่ๆ ไม่ใช่พระกริ่งทองทิพย์ตามที่เข้าใจกัน เมื่อคุณปรีชา เอี่ยมธรรม บรรณาธิการหนังสือ อาณาจักรพระเครื่อง นักเลงพระผู้เชี่ยวชาญพระกริ่งนอก ได้เห็นก็ยืนยันว่า เป็นพระกริ่งใหญ่จีนราชวงศ์ถังแน่นอนพันเปอร์เซ็นต์ ทั้งยังตั้งราคาให้ขายไม่ต่ำกว่า ๓๕๐,๐๐๐ บาท (ประมาณปี  ๒๕๒๕) คุณสุรเดช ต้นทักษณานุกิจ ผู้จัดการหรือเลขาส่วนตัวของคุณปรีชา เอี่ยมธรรม พาเสธ.นายทหารยศพันเอกพิเศษมาซื้อในราคาที่ต่อรองให้ต่ำกว่า ๓๕๐,๐๐๐ บาท โดยติว่า (แผ่นปิด) ฐานพระกริ่งมีรอยสกัดจนก้นพระกริ่งเผยอ ผมจึงไม่ขาย คืนนั้นผมฝันเห็นตาแปะแก่ๆ นุ่งห่มชุดขาวมาชี้หน้าต่อว่า กูให้มึงเพราะเห็นว่าอยากได้ มึงจะขายอีกหรือ?
            ผมจึงนำพระกริ่งใหญ่ราชวงศ์ถังองค์นี้มาเป็นต้นแบบสร้างพระกริ่งปรโมให้หลวงพ่อเริ่ม วัดจุกเฌอ เพื่อหาเงินให้ท่านสร้างพระอุโบสถที่ค้างอยู่จนแล้วเสร็จ และพระกริ่งปรโมก็เป็นพระกริ่งดังอีกรุ่นหนึ่ง ในการสร้างพระกริ่งปรโม นายอนันต์ สวัสดิเสาวณีย์อดีตหัวหน้าช่างสิบหมู่ได้มาขอถอดพิมพ์ไปสร้างพระกริ่งปฐวีธาตุขึ้นมา ๑๐๘ องค์ เอาเข้าร่วมในพิธีปลุกเสกเดี่ยว พร้อมพระกริ่งปรโม และก็เป็นพระกริ่งดังขึ้นมาอีกพิมพ์หนึ่งเช่นกัน

พระกริ่งชินบัญชรรุ่นแรกวัดหนองกรับ
ด้านหลัง ตอกโค๊ต มิ ทุกเนื้อทุกองค์
พระกริ่งชินบัญชรรุ่นแรกวัดหนองกรับ
ใต้ฐาน จารยันต์ นะโภคทรัพย์ ตอกหมายเลข องค์นี้หมายเลจ ๕๘๖
 

            หลังการสร้างพระกริ่งปฐวีธาตุได้ไม่นาน อาจารย์อนันต์ สวัสดิเสาวณีย์ ได้มาขอยืมพระกริ่งใหญ่ราชวงศ์ถังจากผม เอาไปถอดแบบเพื่อนำเนื้อพระกรพระมงคลบพิตร ที่หักลงมาตั้งแต่สมัยอยุธยา เทเป็นพระกริ่งใหญ่ จำนวนเพียง ๓๒ องค์/หรือ ๕๖ องค์ บอกเอาไว้ใช้กันเอง โดยเททองที่โรงหล่อพร้อม พระกริ่งชินบัญชรรุ่นแรกของวัดหนองกรับที่ผมสร้าง โดยถอดพิมพ์จากพระกริ่งชินบัญชรปี ๒๕๑๗ (เพราะเวลามีจำกัด เพียงเดือนเดียวเท่านั้น)  เนื้อสัมฤทธิ์จำนวน ๙๙๙ องค์ , เนื้อเงิน ๓๒ องค์, และ ทองคำ ๓ องค์

            เหตุที่อาจารย์อนันต์และผมเทพระกริ่งในเวลาเดียวกันนั้น เพราะผมฝากเงิน ๕๐๐ บาทกับคนผู้หนึ่งไปให้ "หมอยี" หาฤกษ์เทพระกริ่งรุ่นแรกวัดหนองกรับ แต่คนผู้นั้นไม่ได้เอาเงิน ๕๐๐ บาทไปให้"หมอยี" แต่กลับนำฤกษ์เทพระของอาจารย์อนันต์มาให้ผม เมื่อเททองหล่อพระกริ่งรุ่นแรกวัดหนองกรับไปแล้ว "หมอยี"มารู้ภายหลังจึงบอกผมว่า "ฤกษ์ที่เทพระวันนั้นไม่สมพงษ์กับชะตาของผม เทแล้วจะเกิดเรื่องยุ่งยาก" แล้วบอกวิธีแก้ไขเพื่อให้เบาบางลง ซึ่งก็เป็นจริงตามนั้น

            ในงานนี้มีการนำเอาช่อพระกริ่งชินบัญชรของวัดหนองกรับซึ่งถอดแบบจากต้นแบบปี๒๕๑๗ เทด้วยเนื้อพระมงคลบพิตรไว้ด้วย ๑ กระบอก(ช่างหล่อคงสลับช่อระหว่างพระกริ่งใหญ่ กับ กริ่งถอดแบบชินบัญชรปี ๒๕๑๗ เพราะเทในเวลาเดียวกัน) โดยที่ผมไม่ทราบ  แต่ต่อมามีคนคิดไม่ซื่อเอาไปออกว่าเป็นพระกริ่งชินบัญชรรุ่นแรกไม่มีโค๊ตไม่มีเบอร์ ซึ่งผิดทั้งเนื้อและไม่มีโค๊ตยืนยัน เพราะโค๊ตพระกริ่งชินบัญชร (โค๊ต "นะ ในเม็ดงา") ได้สึกหรอและทำลายไปหมดแล้วทั้ง ๒ ตัว ก่อนทำบุญ ๑๐๐ วันหลวงปู่ทิม เมื่อ ๒๓ มกราคม ๒๕๑๙ แล้ว

พระกริ่งใหญ่ เนื้อพระมงคลบพิตร
พระกริ่งใหญ่ เนื้อพระมงคลบพิตร
พระกริ่งใหญ่ เนื้อพระมงคลบพิตร
ด้านหลัง
พระกริ่งใหญ่ เนื้อพระมงคลบพิตร
ใต้ฐาน
พระกริ่งชินบัญชรขนาดหน้าตัก ๓๒ นิ้ว
พระกริ่งชินบัญชรขนาดหน้าตัก ๓๒ นิ้วหล่อในพิธีโสฬสปี๒๕๓๓ เป็นพระกริ่งใหญ่ที่สร้างจำลองเพื่อเป็นที่ระลึกว่าเป็นต้นกำเนิดของพระกริ่งชินบัญชรซึ่งสร้างขึ้นเพื่อหาปัจจัยมาบูรณะวัดละหารไร่
mt_lightbox:พระกริ่ง
หุ่นเทียนตัวอย่างพระกริ่งใหญ่ ที่กำลังถอดพิมพ์โดยจะเททองหล่อแบบโบราณด้วยดินไทยเพื่อให้มีขนาดเท่าองค์จริงสร้างในวาระมูลนิธิฯ ก่อตั้งย่างเข้า ๓๒ ปีพอดี
 

            ต่อมาเมื่อสร้างพระกริ่งชินบัญชรชุดมหาโสฬสปี ๒๕๓๓ ผมก็เลยสร้างพระกริ่งชินบัญชรขนาดหน้าตัก ๓๒ นิ้วขึ้นมาองค์หนึ่งเพื่อเป็นที่ระลึกว่า พระกริ่งใหญ่มีอุปการะคุณในการบูรณะวัดละหารไร่ก่อนถึงวันเททอง ผมฝันเห็นตาแปะแก่ๆ คนเดิม มาบอกว่าผมว่า มึงอย่าลืมเอาชิ้นส่วนของกูใส่ลงไปด้วย ผมตัดใจถอดแผ่นปิดใต้ฐานพระกริ่งใหญ่ออกและนำลงใส่ลงในเบ้าหลอมทองพร้อมทั้งอธิษฐานว่าถ้าความฝันเป็นจริง ขอให้พระกริ่งใหญ่องค์นี้สมบูรณ์ที่สุดปราศจากตำหนิใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อเททองหล่อเสร็จก็ฉีดน้ำ กระเทาะดินออกต่อหน้าผู้คนที่ไปชมพิธีเททองปรากฏว่า พระกริ่งใหญ่ ๓๒ นิ้วองค์นี้สมบูรณ์ทุกประการไม่บกพร่องหรือมีตำหนิใดๆ เลย

            หลวงพ่อคร่ำวัดวังหว้า, หลวงปู่วิเวียร วัดดวงแข, หลวงปู่ชม, และหลวงพ่อสวัสดิ์ วัดกระแสบน ที่นั่งปรกทั้ง ๔ ทิศ ร่วมทั้งหลวงพ่อเริ่มวัดจุกเฌอ ที่รับปากว่าจะมาเททองกับผม ซึ่งก็มาทันเวลาเททองพอดี พูดเหมือนกันทั้ง ๕ องค์ว่า หลวงพ่อทิม (หมายถึงหลวงปู่ทิม อิสริโก) มาเดินทักษิณาวัตรรอบพิธีแล้วหายเข้าไปในพระกริ่งองค์ใหญ่ ผมเลยตัดชนวนพระกริ่งใหญ่ ๓๒ นิ้วนี้ทั้งหมดเก็บไว้และผสมลงในพระกริ่งที่ผมสร้างไว้ทุกวัดทุกรุ่นที่ผ่านมา และก็ใช้ได้ผลทุกรุ่น และก็ดังทุกรุ่น
            เพื่อระลึกถึงคุณูปการของพระกริ่งใหญ่ทั้งประจวบกับมูลนิธิหลวงปู่ทิม อิสริโกก่อตั้งย่างเข้า ๓๒ ปี ผมจึงคิดสร้างพระกริ่งขึ้นมาอีก ๑ รุ่น โดยถอดแบบจากพระกริ่งใหญ่ ตั้งใจว่าจะสร้างให้เป็นสุดยอดของพระกริ่งอีกครั้งหนึ่ง ได้สรรหามวลสารศักดิ์สิทธิมามากมายหลายสิบอย่าง เพื่อให้เป็นของดีที่สุด ศักดิ์สิทธิที่สุด ไม่น้อยไปกว่าพระกริ่งชินบัญชร อันโด่งดังและหายาก เหมือนกับที่หลวงปู่ทิมพูดว่า “อีกหน่อยพลิกแผ่นดินหาก็ไม่เจอ และพรจะสร้างพระกริ่งได้ดังอีกครั้งหนึ่ง”

 

 

            เมื่อผมแกะแผ่นปิดใต้ฐานออกก็พบเม็ดพระกริ่งหรือ “ผลคุณ” ที่สมเด็จพระสังฆราชแพทรงตรัสเรียก เป็นสีเหลืองคล้ำ ตรวจสอบก็พบว่าเป็นทองคำไม่ใช่หยก นอกจากเม็ดทองคำเล็กๆแล้ว ยังมีทองคำชิ้นเล็กๆ อีกชิ้นหนึ่งฝังแน่นโดยตอกอัดไว้ใต้ฐานองค์พระทั้งมีหนามเตย ๒ ชิ้น ตอกติดไว้กันเนื้อทองหลุด โดยได้ถ่ายภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน หน้าอกของพระกริ่งใหญ่องค์นี้ไม่มีรอยตอกด้วยสกัดมีเพียงรอยเล็กๆที่เกิดแต่ในพิมพ์เวลาหล่อ ก้นหรือฐานพระก็ปิดแน่น (มีเพียงรอยเผย่อนิดๆ) หาร่องรอยการเชื่อมไม่เห็นเพราะใช้วิธีเป่าแล่น คือ เอาน้ำประสานเชื่อมไว้ภายในแล้วเป่าด้วยไฟที่มีความร้อนสูงมากมาก ถ้าเม็ดกริ่งเป็นหยก เมื่อถูกความร้อนขนาดนั้นก็คงแตกสลายแน่นอน พระกริ่งใหญ่ราชวงศ์ถังองค์นี้มีเวลาเดินทางยาวนานน่าจะเป็นตำนานหนึ่งของพระกริ่งชินบัญชรที่ผมมีวาสนาสร้างถวายหลวงปู่ทิม อิสริโกและนับวันก็หายาก เหมือนดังที่หลวงปู่ทิมพูดไว้ว่า อีกหน่อยพลิกแผ่นดินหาก็ไม่เจอ ซึ่งเวลานี้กำลังถอดพิมพ์สร้างขึ้นใหม่อีกครั้ง คงจะโด่งดังและหายากเหมือนพระกริ่งชินบัญชร อย่างแน่นอน

 

             ประจักษ์พยานผู้รู้เห็น การได้มาและครอบครองพระกริ่งใหญ่ราชวงศ์ถัง องค์นี้อย่างถูกต้องและบริสุทธิ์ของผม ยังมีชีวิตอยู่ทุกคนและสามารถไปสอบถามรายละเอียดได้ทุกเวลาในตลาดพระศรีย่าน ดังรายชื่อ

๑. คุณมานพ คงคาประสิทธิ
๒. คุณชัยยศ เรืองใจ สมาชิกสภาเขตพญาไท
๓. คุณสุรเดช ตันทักษาณุกิจ
๔. คุณปรีชา เอี่ยมธรรม
๕. คุณชัย ศรีย่าน
๖. เสี่ยซา ร้านทองศรีย่าน (ท่านที่ ๑ ,ท่านที่ ๕, และท่านที่ ๖ สามารถพบและสอบถามได้ในตลาดศรีย่านทุกวัน)


            บันทึกเรื่องนี้จบเมื่อวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ ซึ่งตรงกับวันก่อตั้งมูลนิธิหลวงปู่ทิม อิสริโก (เมื่อวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๑๙) ครบ ๓๑ ปี พอดี
 

ชินพร สุขสถิตย์

 


 ร่วมวิจารณ์บทความ คลิกที่นี่

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( อาทิตย์, 01 มีนาคม 2009 )