บทความยอดนิยม

กระทู้ล่าสุด

เข้าระบบ สมาชิก






ลืมรหัสผ่าน?

ผู้ใช้งานขณะนี้

ขณะนี้มี 8 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม: 35574642
ย้อนรอยสุดยอดปรมาจารย์ หลังกึ่งพุทธกาล
หน้าแรก
เกจิบ้านค่ายก็เป็นหนึ่งในนครา PDF พิมพ์
เขียนโดย ชินพร สุขสถิตย์   
พฤหัสบดี, 03 มกราคม 2008
หลวงปู่ทิม อิสริโก            ครั้งที่ผมสร้างเหรียญเจริญพรเสร็จใหม่ๆ เมื่อปลายเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๑๗ ผมยกลังใส่เหรียญจำนวนหนึ่งขึ้นรถเข้ากรุงเทพฯ และแวะเข้าตัวเมืองระยองก่อน หวังจะออกให้บูชาเอาฤกษ์เอาชัยเป็นประเดิม แต่ไม่มีคนระยองคนใดที่สนใจบูชาเหรียญเจริญพรนี้เลยแม้แต่เหรียญเดียว

            ผมคิดในใจว่า พวกเขาคงไม่เชื่อว่าหลวงปู่ทิมท่านจะทำให้หรือปลุกเสกให้เพราะในยุคนั้นหลวงปู่ทิมท่านเป็นพระที่สร้างอะไรยาก ไม่ว่าใครจะไปขออะไรจากท่านหรือจะให้ท่านทำอะไร ท่านจะพูดเสมอว่า “นี่ทำไม่เป็น”
            ทั้งๆ ที่หลวงปู่ทิมท่านดังและมีผู้คนรู้จักมากแล้วแต่คนระยองก็ยังไม่เชื่อว่า หลวงปู่ทิมท่านจะอนุญาตให้ผมซึ่งไม่ใช่คนระยองสร้งพระสร้างเหรียญให้ท่าน

            เมื่อผมเอาเหรียญเจริญพรมาออกให้บูชาในกรุงเทพฯ ผมเองก็หนักใจอยู่ไม่น้อย คิดว่าจะมีใครมาบูชาบ้าง ? แต่ผมก็เชื่อวาจาหลวงปู่ทิมท่านที่บอกกับผมว่า “ลงมือทำก็สำเร็จ” ผมก็เลยตัดสินใจนำเหรียญเจริญพรไปฝากให้บูชาที่ คณะ ๘ วัดสามปลื้ม โดยมีหลวงพี่เฉลิมชัย เป็นผู้รับ...ฝากไว้ที่ร้านอักษรสุวรรณ ร้านหนังสือดังย่านวังบูรพา หน้าโรงหนังคิงส์...ฝากไว้ที่ร้าน โกหย่วน นิยม พงษ์วิชัย เจ้ากรมพระภาคเหนือ ในยุดนั้น...ฝากไว้ที่ร้าน น้ำ บุคคโล ซึ่งดำเนินงานโดย ๒ สามีภรรยา ถัดมาก็ฝากไว้ที่ย่านบางลำพูที่ร้านเก๊า รุ่งศิลป์ เซียนพระรุ่นเก่าที่จำหน่ายทองรูปพรรณและรับทำตลับทองเลื่ยมทองด้วย
            ร้านพระเครื่องเหล่านี้ชอบพอกับผมเป็นอย่างมากในสมัยนั้น ผมมักจะแวะไปคุยกับแผงพระหรือร้านพระเครื่องเหล่านี้อยู่บ่อยๆ ที่ผมนำเหรียญเจริญพรหลวงปู่ทิมไปฝากให้บูชานอกจากร้านที่ว่านี้แล้วก็ยังมีร้านทองอีก ๒ ร้านคือ ร้านทองวิศรุตวณิช ย่ายถนนเฟื่องนคร และร้านค้าเพชรทองปิติพร ราชวัตร เพราะผมรู้จักคุ้นเคยกับเสี่ยซ้ง คุณธารี ปิติธนะสารสมบัติ มานานเพราะร้านนี้อยู่ใกล้ที่ทำงานผมในยุดนั้นคือ กรมชลประทานจึงคิดจะฝากไว้มากกว่าที่อื่นๆ

หลวงปู่ทิม อิสริโก
หลวงปู่ทิม อิสริโก


            ผมได้ยกลังใส่เหรียญเจริญพรทั้งลังประมาณ ๓,๐๐๐ เหรียญไปฝากไว้ เสี่ยซ้งเห็นเข้าก็ตกใจบอกว่า จะขายได้หรือ ฝากไว้มากเกินไปเอาแค่ ๒๐๐ เหรียญก็พอแล้ว ผมเองใจเสียเมื่อได้ยินเสี่ยซ้งพูด แต่ก็ไม่วายยัดเยียดฝากไว้ถึง ๔๐๐ เหรียญ เสี่ยซ้งก็พูดขึ้นมาอีกว่า “แล้วกูจะเอาไปขายใครวะ?” ผมเองตกใจสร้างเหรียญมาตั้งเยอะแยะ (สมัยก่อนสร้างเหรียญ ๒๐,๐๐๐ เหรียญถือว่ามากแล้ว) แล้วจะเอาไปขายใคร เพราะหลวงปู่ทิมยังไม่ค่อยจะมีใครรู้จัก การโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ถึงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อที่มีชื่อเสียงเช่นยุคนี้ก็ไม่มี การที่หนังสือพระเครื่องจะลงเรื่องพระเกจิรูปใดรูปหนึ่งนั้นท่านต้องดังและเก่งจริงๆ จึงลงได้เฉพาะหนังสืออภินิหารและพระเครื่องเรื่องเล่มเดียวและ หนังสือพระเครื่องยุดนั้นมีคนคอยตรวจปรู๊พ (คนที่คอยจับผิด) มากจริงๆ หากลงอะไรผิดพลาดก็จะโดนสวดยับ หนังสืออภินิหารและพระเครื่องที่ผมเป็นบรรณาธิการอยู่ก็ออกจำหน่ายเพียงเดือนละ ๑ เล่มเท่านั้นแม้ยอดจำหน่ายจะสูงแต่ผลที่ได้จะสูงเพียงใดก็ไม่มีใครรู้ ยิ่งมาโดนเสี่ยซ้งที่เป็นนักเก็งกำไรเรื่องพระอันดับหนึ่งในยุคนั้นรับฝากไว้เพียง ๔๐๐ เหรียญก็ทำให้ผมใจเสีย
            ท่านผู้อ่านทราบไหมครับว่า? เมื่อเหรียญเจริญพรออกวางให้บูชาเพียง ๒ - ๓ วันเหรียญเจริญพรกลับวิ่งฉิว ยอดที่ฝากไว้ให้บูชาแห่งละ ๒๐๐ – ๓๐๐ เหรียญหมดเกลี้ยงอย่างไม่น่าเชื่อ ทุกร้านต่างรีบโทรศัพท์ให้ผมเอาเหรียญไปเพิ่ม
            เสี่ยซ้งและนายเมา (นายเมาเป็นคนของร้านวิศรุต) ก็ดั้นด้นมาหาผมถึงบ้าน ๑๒๔ ซอยเฉลิมสุข บางเขน (สมัยนั้นทางเข้าบ้านผมลำบากมาก) หาบ้านผมจนพบและขอเหรียญเจริญพรเพิ่มบอกว่ามีเท่าไหร่ขอตัดหมด ผมก็เลยให้ไปเท่าที่มีอยู่ซึ่งได้ไปประมาณคนละ ๒๐๐ เหรียญ ในวันนั้นเป็นวันที่เหรียญเจริญพรหมดพอดี ก็เป็นอันว่าเหรียญเจริญพรบนล่างรวมกันแล้วหมื่นกว่าเหรียญหมดภายในเวลาอันรวดเร็ว
            อาจารย์เภา ศกุตสุต ศิษย์เอกของหลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญชำนาญเรื่องเหรียญเกจิอาจารย์ในยุดนั้นมีส่วนช่วยให้เหรียญเจริญพรออกบูชาได้หมดคนหนึ่ง เพราะว่าท่านอาจารย์เภามีลูกศิษย์ลูกหาที่นับถือเชื่อถือมาก เมื่อลูกศิษย์เอาเรื่องของหลวงปู่ทิมพร้อมเหรียญเจริญพรไปถามว่า “หลวงพ่อทิมองค์นี้เป็นอย่างไร”
            อาจารย์เภาท่านจะบอกทันทีว่าหลวงปู่ทิมท่านเก่งมานาน ดังเงียบๆ ในบ้านค่ายพระเกจิเมืองนี้ไม่ต้องห่วง ถ้าลงได้เก่งละก็เก่งจริงๆ “พระเมืองคนกินเนื้อม้า พิธีพุทธาภิเษก ปี ๒๔๘๑ พิธีใหญ่พระเกจิอาจารย์เมืองคนกินเนื้อม้ามานั่งปลุกเสกถึง ๓ รูปเชียวนะโว้ย
            เพียงคำพูดไม่กี่คำของอาจารย์เภาเหรียญเจริญพรถึงกับวิ่งฉิวหมดเกลี้ยงเป็นประวัติการณ์ภายในเวลาอันรวดเร็ว เป็นเหรียญที่ดังที่สุดในยุดนั้น จนมีหนังสือพระเครื่องด้วยกันเขียนแซวเรียกเจริญพรนี้ว่า “เหรียญเจริญพุ่ง

หลวงปู่ทิม อิสริโก
หลวงปู่ทิม อิสริโก
หลวงปู่ทิม อิสริโก
หลวงปู่ทิม อิสริโก


            ผมรู้ข่าวว่าเซียนใหญ่นักทำพระปลอมกำลังเดินทางขึ้นไปซื้อแม่พิมพ์เหรียญเจริญพรทุกตัวที่ผมเอาใส่ตู้โชว์ไว้ที่วัดละหารไร่ จึงรีบขึ้นไปที่วัดแล้วเอาแม่พิมพ์เหรียญทั้งหมดออกมา ตอกทำลาย เหรียญปลอมชุดแรก ออกมาจึงไม่เหมือนแต่ถึงกะนั้นก็มีคนเอาเหรียญปลอดชุดแรกนี้ไปเร่ขายในแถวศรีย่านโดยอ้างว่าเป็นเหรียญที่ผมสร้างผมจึงต้องออกเอกสารบอกตำหนิในหนังสือ อภินิหารและพระเครื่องที่ผมเป็นบรรณาธิการให้ผู้ที่บูชาและกำลังจะบูชารู้ถึงตำหนิต่างๆ
            เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๘๑ ได้มีพิธีมหาพุทธาภิเษกอันยิ่งใหญ่ที่วัดราชบพิตรมีพระเกจิอาจารย์จากจังหวัดต่างๆ ทั่วราชอาณาจักรไปร่วมพิธีกว่าร้อยรูป เกือบจะเรียกได้ว่าไม่เคยมีพิธีใดที่จะมีพระเกจิอาจารย์เก่งๆ มาร่วมกันได้มากขนาดนั้นพระเกจิอาจารย์ที่มาแต่ละรูปนั้นเก่งจริงๆ ไม่ใช่เก่งแต่คุยหรือเพื่อยกย่องเพื่อเชียร์กันเหมือนในยุดนี้
            อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง เป็นอำเภอเดียวที่มีคนพูดว่ามีพระเกจิอาจารย์ที่ได้รับนิมนต์ไปปลุกเสกถึง ๓ รูปคือ หลวงพ่อวงศ์ วัดบ้านค่าย หลวงพ่ออ่ำ วัดหนองกระบอก และหลวงพ่อหิน วัดหนองสนม พระเกจิอาจารย์ของอำเภอบ้านค่ายทั้ง ๓ รูปท่านดังเงียบอยู่ในท้องถิ่น เมื่อปี ๒๕๑๖ สมัยที่ผมเป็นบรรณาธิการหนังสืออภินิหารและพระเครื่อง ผมได้เคยไปสืบเสาะและค้นประวัติของพระเกจิอาจารย์รูปหนึ่งที่จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์ที่ดังเงียบๆ ในท้องถิ่นเหมือนกัน
            ในสมัยสงครามอินโดจีนท่านได้ทำเสื้อยันต์ หมวกยันต์ และธงยันต์ เพื่อแจกทหารชาวปราจีนที่ไปสงครามอินโดจีน ทหารที่ได้รับวัตถุมงคลของท่านชุดนี้ไปทำสงครามไม่มีใครเสียชีวิตในสนามรบเลย ถ้าเป็นนายทหารระดับผู้บังคับหมวดหรือผู้บังคับกองร้อย ท่านก็จะมอบธงยันต์หรือหมวกยันต์ให้ไปด้วย
            ท่านผู้เฒ่าผู้แก่ที่เคยผ่านสงครามอินโดจีนเล่าให้ฟังว่า ธงยันต์ของท่านห้ามลมห้ามฝนได้ ส่วนหมวกยันต์นั้นคุ้มครองได้ทั้งตัวเองและคุ้มครองเป็นหมวดหมู่ได้หลวงพ่อรูปที่ว่านี้ก็คือ หลวงพ่อมา วัดหาดสูง แห่งอำเภอกบินบุรี
            นอกจากเสื้อยันต์ หมวกยันต์และธงยันต์ ที่ท่านทำแจกสงครามอินโดจีนแล้วท่านได้สร้างเหรียญไว้เพียงรุ่นเดียวจารึกว่าที่ระลึกฌาปนกิจศพ หลวงพ่อมา วัดหาดสูงแม้จะจารึกว่าแจกในงานฌาปนกิจศพของท่านแต่ท่านก็ปลุกเสกเองก่อนมรณะภาพ
            เจ้าอาวาสรูปที่ผมไปพบท่านในครั้งนั้นท่านเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อมา เล่าให้ฟังถึงสาเหตุที่หลวงพ่อมาได้รับนิมนต์ไปในพิธีครั้งยิ่งใหญ่ครั้งนั้นด้วยว่าเพราะเจ้าคณะจังหวัดได้สั่งเป็นทอดๆ ลงมาจนถึงเจ้าคณะตำบลว่า วัดใดมีเกจิอาจารย์ที่เก่งๆ ให้ส่งรูปถ่ายไปให้เจ้าคณะจังหวัด เมื่อได้รับรูปถ่ายของพระเกจิอาจารย์แต่ละจังหวัดแล้วก็จะส่งเข้าไปที่วัดราชบพิตร
            ท่านเล่าว่า กรมหลวงชินวรฯ ท่านไม่ค่อยจะเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ เมื่อดูรูปพระเกจิอาจารย์ทั้งหลายที่แต่ละจังหวัดส่งไปให้แล้วท่านก็จะเอารูปโยนเข้าเตาไฟที่จุดไว้ ถ้ารูปถ่ายของพระเกจิอาจารย์รูปใดไม่ไหม้ไฟท่านก็จะนิมนต์มาร่วมพิธีด้วย
            ในพิธีวัดราชบพิตรเมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๔๘๑ นอกจากจะมีพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่ประจักษ์ในยุดนั้นแล้ว ก็ยังมีพระเกจิอาจารย์ที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียงอีกหลายสิบรูปมาเข้าพิธีด้วย เพราะพระเกจิที่จะมาร่วมพิธีได้นั้นต้องแน่และเก่งจริงๆ แม้เพียงรูปถ่ายก็ยังเผาไฟไม่ไหม้
            หลวงพ่อมา วัดหาดสูง พระเกจิอาจารย์ผู้ที่ดังเงียบในท้องถิ่นก็เป็นอีกรูปหนึ่งในพิธีนั้นแต่ที่อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง มีพระเกจิอาจารย์ที่ดังเงียบๆ ได้รับนิมนต์ไปร่วมพิธีถึง ๓ รูป และหลังจากนั้นมาพระเกจิอาจารย์ทั้ง ๓ รูป ก็โด่งดังและเป็นที่รู้จักกันทั่วไปโดยเฉพาะ หลวงพ่อวงศ์ วัดบ้านค่ายและหลวงพ่ออ่ำ วัดหนองกระบอก สำหรับหลวงพ่อหิน วัดหนองสนาม ต่อมาภายหลังท่านประสบอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำตัวหลวงพ่อหินเองสลบมาฟื้นที่โรงพยาบาลก็พบว่า หมอได้ตัดแขนท่านออกข้างหนึ่งเป็นสาเหตุให้วัตถุมงคลของท่านเริ่มเสื่อมความนิยมไป แต่แท้ที่จริงแล้ววัตถุมงคลของท่านยังศักดิ์สิทธิ์และคุ้มครองได้จนบัดนี้
            เมื่อบ้านค่ายหมดยุดของหลวงพ่อวงศ์ หลวงพ่ออ่ำ และหลวงพ่อหิน แล้วก็หาใช่ว่าจะหมดยุดของพระเกจิอาจารย์เก่งอีกก็หาไม่พระเกจิอาจารย์ที่ดังถัดมาจากยุดนั้นก็มีหลวงพ่อทาบ วัดกระบกขึ้นผึ้ง, หลวงพ่อหอมวัดชากหมาก หลวงพ่อเพ่ง วัดละหารใหญ่ ทั้งๆ ที่หลวงพ่อทาบ หลวงพ่อเพ่ง หลวงพ่อหอม มีอายุอานามไล่เลี่ยกับหลวงปู่ทิมวัดละหารไร่ แต่พระเกจิอาจารย์ทั้ง ๓ รูปดังกว่าหลวงปู่ทิม
            หลวงปู่ทิมท่านยังเป็นพระที่ยังไม่มีใครรู้จัก แต่หลวงพ่อทาบผู้เก่งทางเมตตามหานิยม โดยเฉพาะสีผึ้งเขียวของท่านมีชื่อเสียงมากและท่านรู้จักหลวงปู่ทิมได้ดีกว่าใครเพราะท่านเคยไปธุดงด์และเรียนวิชาด้วยกัน
            เมื่อหลวงพ่อทาบสร้างพระเครื่องครั้งยิ่งใหญ่ของท่าน ปี ๒๕๐๓ หลวงพ่อทาบได้นิมนต์หลวงปู่ทิมพระที่ไม่มีชื่อเสียงไม่ค่อยมีใครรู้จักให้ไปนั่งหัวแถวเป็นประธานท่านผู้เฒ่าท่านหนึ่งที่ยังจำเหตุการณ์ได้ เล่าให้ฟังว่า
            ท่านเจ้าคุณวรพจน์ วัดป่า ชลบุรีถึงกับเอ่ยปากยอกรับว่า “หลวงพ่อทิมท่านเก่งจริงๆ
            ท่านผู้เฒ่าท่านนั้นเล่าต่อไปว่า หลวงพ่อทิมท่านมาถึงวัดตะบกขึ้นผึ้ง เมื่อจุดเทียนชัย ผ่านไปแล้วเล็กน้อย ท่านก้าวเท้าเข้าโบสถ์ๆ ก็โคล้งเหมือนเรือโคลงรู้สึกกันทุกคน เมื่อหลวงปู่ทิมยกมือขึ้นจบ ระลึกถึงครูบาอาจารย์เทียนรองทั้งคู่ก็งอโค้งคล้ายหงษ์ที่ประหลาดคือ ขวดน้ำมันใส่ผมตราสงกรานต์หลายหีบที่วางไว้หน้าหน้าท่านก็ระเบิดขึ้น
            ก่อนจะถึงวันเททองหล่อพระกริ่งชินบัญชร เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๑๗ ผมกับคุณอารมณ์ ทับสุวรรณ์ ขอให้หลวงปู่ทิม แสดงอิทธิฤทธิ์ เหมือนครั้งปลุกเสกที่วัดตะบกขึ้นผึ้งหรือไม่ก็เสกน้ำมนต์ให้พุงขึ้นจากโอ่งเหมือนครั้งปลุกเสกที่วัดตะพงนอก เพื่อจะได้จูงใจให้คนจองพระกริ่งชินบัญชร หลวงปู่ทิมท่านปฏิเสธบอกไม่เอาแล้ว ไม่ทำอย่างนั้นแล้ว แล้วท่านอธิบายว่าเมื่อครั้งนั้นมันร้อน เอาใจไปหยังดูว่า นี่จะแน่สักแค่ไหนเลยแสดงให้เขาดู เดียวนี้ไม่เอาแล้ว นี่แหละครับหลวงปู่ทิมผู้ปลุกเสกเหรียญเจริญพร และยังบอกว่าเจริญพรโยม

 

 


ร่วมวิจารณ์บทความ คลิกที่นี่

 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( ศุกร์, 04 มกราคม 2008 )