บทความยอดนิยม

กระทู้ล่าสุด

เข้าระบบ สมาชิก






ลืมรหัสผ่าน?

ผู้ใช้งานขณะนี้

ขณะนี้มี 6 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม: 21424820
ย้อนรอยสุดยอดปรมาจารย์ หลังกึ่งพุทธกาล
หน้าแรก arrow บทความ arrow พระปิดตาจัมโบ้ (พระปิดตาโคตรผง) หลวงปู่ทิม อิสริโก
พระปิดตาจัมโบ้ (พระปิดตาโคตรผง) หลวงปู่ทิม อิสริโก PDF พิมพ์
เขียนโดย ชินพร สุขสถิตย์   
ศุกร์, 12 ตุลาคม 2007
ดัชนี บทความ
พระปิดตาจัมโบ้ (พระปิดตาโคตรผง) หลวงปู่ทิม อิสริโก
หน้า 2

             ระหว่างที่หล่อพระกริ่งชินบัญชร เสร็จแล้ว ได้เอาพระชัยวัฒน์ชินบัญชร ที่ชำรุดเทไม่เต็มบางองค์เทไม่ติด หดเล็ก ลงบ้าง ลีบบ้าง มาฝังไว้ในองค์พระ ปิดตาจัมโบ้ก็มี บางครั้งเมื่อผงที่เตรียม ไว้เหลือน้อยจะกดพิมพ์พระได้ไม่มาก ก็เลยเอาพระปิดตาเนื้อผงที่พิมพ์เสร็จแล้ว อัดไว้ตรงกลางเพื่อให้กดพระปิดตา ให้ได้ชัดเจนได้เต็มองค์ก็มีบ้าง พระ ปิดตาจัมโบ้สร้างกันหลายครั้งที่กุฏิอาจารย์ทองเจือ จนคุณวรเทพ หรือ ฐิติพงษ์ อุดมรัตนะศิลป์ ซึ่งครั้งนั้นเป็นเลขา ส่วนตัวผมได้ประท้วงขึ้นว่า พระปิดตา จัมโบ้ทำหลายครั้งไม่รู้จักหมดเสียที พี่ชินพร เอาแม่พิมพ์กลับคืนมาเสียที ผมเห็นด้วยเลยไปขอแม่พิมพ์พระปิดตาจัมโบ้คืนมาจากพระอาจารย์ทองเจือเพื่อยุติการทำพระปิดตาจัมโบ้ชุดนี้

            จนถึงปลายปี ๒๕๑๘  ขณะที่หลวงปู่ ทิม ปลุกเสกพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้า ตากสินมหาราชของกองพันนาวิกโยธิน ผมไปเยี่ยมท่านซึ่งเป็นประจำในวันศุกร์ หรือวันเสาร์ ผมก็ขออนุญาตท่านทำพระปิดตาองค์ใหญ่ขึ้นเพื่อจะเอาไว้ใช้กันเองในหมู่เพื่อนฝูง โดยที่พระปิดตา จัมโบ้นั้น กดพิมพ์เป็นองค์พระค่อนข้าง ลำบากจึงขออนุญาตท่านทำเอาไว้ใช้ กันเอง ประมาณสิบกว่าองค์จะใช้ผง ล้วนๆ หลวงปู่ทิมท่านก็รับปากผมว่า ยินดีจะทำให้และให้ผมรีบทำอย่างน้อยสัก ๓๒ องค์ เพื่อเป็นพุทธบูชา ให้ เท่ากับอาการอันครบบริบูรณ์ของมนุษย์ ในภพนี้ แต่ผมสร้างได้เพียง ๒๖ องค์ แม่พิมพ์ที่ทำจากปูนพลาสเตอร์ชำรุด ใช้งานไม่ได้อีก จึงสร้างพระปิดตาพิมพ์ ข้าวตอกแตกด้วยเนื้อผงเพิ่มเข้าไปอีก ๑๖ องค์ เมื่อนับรวมกับพระปิดตาพิมพ์ จัมโบ้ให้ได้ครบ ๓๒ องค์ตามคำสั่งของ หลวงปู่ทิมและเหลือเพิ่มอีก ๑๐ องค์ ผมนำพระปิดตาชุดนี้ไปให้หลวงปู่ทิม ปลุกเสกในวันอาทิตย์ต้นเดือนตุลาคม ๒๕๑๘ พอวันอังคารหรือวันพุธซึ่งห่าง มาเพียง ๒ วัน ทางวัดให้คนโทรมาบอก ผมว่า หลวงปู่ทิมเข้าโรงพยาบาล พอออกจากโรงพยาบาลกลับถึงวัดละหารไร่ ท่านก็มามรณภาพ! ผมเอง ในระยะเวลานั้น ซึ่งยังหนุ่มอยู่ก็คิดว่า หลวงปู่ทิมคงยังไม่ได้ปลุกเสกหรือไม่ก็ ปลุกเสกไม่เต็มที่จึงไม่ได้เก็บพระจัมโบ้ ชุดนี้ไว้เลย แจกไปจนเกือบหมด ซ้ำยัง บอกพรรคพวกเพื่อนฝูงว่าไม่ทันหลวงปู่ทิม ปลุกเสก

            แต่กาลเวลาอันยาวนานก็พิสูจน์ให้เห็นว่า พระปิดตาพิมพ์นี้ พุทธคุณสูงเยี่ยมจริงๆ แม้หลวงปู่ทิมจะเสกให้เพียงวันสองวัน(ปิดตาจัมโบ้๒๖องค์)ก็ตามในเวลาใกล้เคียงกันนี้ ผมตั้งใจ จะนำพระปิดตาขนาดเล็กๆ แจกกับ หนังสืออภินิหารและพระเครื่องที่ผม เป็นเจ้าของและบรรณาธิการในวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ.๒๕๑๙ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่แก่ผู้อ่าน จึงขอยืมพระปิดตา พิมพ์ห้าเหลี่ยมจิ๋วของหลวงปู่ศุข วัดมะขามเฒ่า ซึ่งในยุคนั้นมักจะได้ยิน แต่ชื่อ หาภาพดูได้ยากมาก ผมขอยืม พระปิดตาจิ๋วกรมหลวงชุมพร จาก คุณมานพ คงคาประสิทธิ์ เพื่อนร่วมทีม งานหนังสืออภินิหารและพระเครื่อง ของผมไปเป็นตัวอย่างแกะพิมพ์เป็น โลหะสร้างเนื้อทองแดงได้จำนวน ๒๔,๐๐๐ องค์เศษเอาใส่ห่อผ้าขาวไปให้ หลวงปู่ทิมปลุกเสกพร้อมกับพระปิดตา จัมโบ้ ๒๖ องค์ และพระปิดตาเนื้อผง พิมพ์ข้าวตอกแตกอีก ๑๖ องค์ ผมจำ ได้ว่าวันนั้นผมขับรถไปวัดพียงคนเดียว เมื่อผมไปถึงหลวงปู่ทิมนอนพักอยู่หน้ากุฏิมีสายยางให้น้ำเกลือด้วย เพราะหลวงปู่ทิมท่านอ่อนเพลียมากคงจะเป็น เพราะท่านต้องออกมานั่งปรกปลุกเสกรูปเหมือนและเหรียญสมเด็จพระเจ้า ตากสินมหาราชของทหารนาวิกโยธินถึง ๗ คืนเท่าที่ทราบและเห็นวัตรปฏิบัติ ของท่านแม้หลวงปู่ทิมจะเจ็บป่วยอย่างไร ท่านก็ต้องสวดมนต์ทำวัตรและนั่งวิปัสสนากรรมฐานทุกคืน ผมจึงเข้าไป กราบเรียนท่านว่าผมทำพระปิดตาจัมโบ้ ที่ขออนุญาตไว้เสร็จแล้ว และนำมาให้ ท่านปลุกเสกพร้อมกับพระปิดตาห้าเหลี่ยม พิมพ์จิ๋วหลังยันต์เฑาะ เพื่อจะเอาไว้แจกกับหนังสือ "อภินิหารและพระเครื่อง"

            เมื่อผมหยิบพระปิดตาให้ท่านดู ท่านหยิบไปดูและเรียกพระปิดตาองค์จิ๋วว่า “พระปิดตาสาลิกา” ท่านบอกผมว่าเอาใส่ปาก อมไว้ใต้ลิ้นก็จะใช้เหมือนตะกรุดสาลิกา ท่านให้ผมเอาพระทั้งหมดไปไว้ที่หัวนอนในกุฏิ หลวงปู่ทิมท่านยังสั่งให้ผมเอา พระเครื่องที่ทิ้งไว้ให้ท่านปลุกเสกนานแล้วกลับไปด้วย นอกจากลังไม้ใส่พระ ของผมแล้วยังมีพระพุทธรูป พระแก้ว มรกต ขนาด ๙ นิ้ว ของผม ๑ องค์, พระพุทธรูปปางนาคปรกขนาด ๙ นิ้ว ของคุณวรเทพ อุดมรัตนะศิลป์ ที่ฝากให้ท่านปลุกเสกนานแล้ว เอากลับไปในวันนั้นด้วยแต่ผมไม่เอาบอกจะมาเอาวันหลังแต่หลวงปู่ทิมท่านย้ำแล้วย้ำอีกให้ผมเอากลับในวันนั้น ชะรอยท่านคงรู้ กาลล่วงหน้าว่าท่านคงอยู่อีกไม่นาน แต่ผมก็ไม่เฉลียวใจ ก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ท่านจึงสั่งให้นายสาย แก้วสว่าง ไวยาวัจกร ศิษย์เอกของท่านเอาไปใส่ไว้ในรถ โฟล์คเต่าของผม พร้อมทั้งผงต่างๆ อีกหลายขวด หลายห่อ ผมมารู้หลังจาก กลับถึงบ้านแล้วว่า แม้แต่ผงปลัดเลข ๓ ของคุณพัฒนา บุญอนุกูล ซึ่งใส่ถุง กระดาษปูนไว้ให้ท่านปลุกเสกท่านก็ยังให้พี่สายหยิบมาใส่รถผม (ภายหลังที่ หลวงปู่ทิมมรณภาพแล้วคุณพัฒนา ตามหาเป็นการใหญ่ รวมทั้งผงต่างๆ อีกหลายห่อหลายขวด ซึ่งมีผงพราย อยู่ด้วย ๑ ขวดยาขนาดใหญ่ แต่มีผง เพียงครึ่งขวด)

พระปิดตาโรยผงตะไบ
พระปิดตาโรยผงตะไบ ๙๖ องค์ สร้างเพื่อปลุกเสกในพรรษาปี ๒๕๑๗
พระปิดตาโรยผงตะไบ
ด้านหลัง


            เมื่อผมกลับมากรุงเทพฯ ได้เพียง ๒ วัน คุณเพียรวิทย์ จารุสถิติ ก็โทรศัพท์ ทางไกลมาจากศรีราชาบอกผมว่า หลวงปู่ทิมเป็นไข้หวัดใหญ่และปวดตาม เนื้อตามตัวมีไข้สูงจึงได้นำท่านไปรักษา ที่โรงพยาบาลสมเด็จ ณ ศรีราชา ขอให้ ผมไปด่วนเพื่อติดต่อหาห้องพิเศษ ให้หลวงปู่ทิม เพราะโรงพยาบาลก็ไม่รู้ว่า หลวงปู่ทิมเป็นใคร เมื่อผมไปถึงก็เลย ไปหาคุณเผ่า สุขสถิตย์ เจ้าของร้านข้าวต้มคุณเผ่าชื่อดังที่ศรีราชาเป็นผู้รับรองเรื่องห้องพัก และได้ไปหา คุณมาโนช เหล่าขวัญสถิตย์ เจ้าของ ร้านอาหารนาวาชายหาดให้เป็นผู้ทำ อาหารเจมาให้หลวงปู่ทิมฉันตอนเช้า เพราะแม้ท่านจะป่วย ท่านก็ไม่ยอมฉัน อาหารคาวที่โรงพยาบาลนำมาให้ พวกเราจึงมอบภาระการทำอาหารเจ ให้คุณมาโนช รับไป

            เพื่อให้หลวงปู่ทิม ได้รับความสะดวกในการรักษาพยาบาล ผมจึงนำเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท มาให้หลวงปู่ทิม มอบให้โรงพยาบาลเป็นการทำบุญกับโรงพยาบาลพร้อมทั้งจะออกค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องดูดเสมหะให้อีก ๑ เครื่อง ก่อนที่หลวงปู่ทิมจะป่วยและเข้า รักษาในโรงพยาบาลสมเด็จ ณ ศรีราชา ผมได้สร้างหนุมานเนื้อเงินและเนื้อนวโลหะให้ท่านปลุกเสกเพื่อหาเงินเพิ่มเติมเพื่อใช้ในการก่อสร้าง (ก่อนจะสร้างพระปิดตาจัมโบ้๒๖องค์ และพระปิดตาสาลิกา) และได้ลงโฆษณาในหนังสือ อภินิหาร และพระเครื่องของผม ปรากฏว่ามีผู้สั่งจองกันหมดในเวลา อันรวดเร็ว แต่หลวงปู่ทิมท่านบอกว่า ท่านจะปลุกเสก ๕ เสาร์ ๕ อังคาร เมื่อท่านเข้าโรงพยาบาลแล้วปรากฏว่า ผ่านไปเพียง ๓ เสาร์ ๓ อังคาร เท่านั้น ยังไม่ครบ ๕ เสาร์ ๕ อังคารตามที่ ท่านตั้งใจไว้ประกอบกับหนุมานมีผู้สั่งจองกันหมดแล้ว ผมกลัวว่าของ จะหายในระหว่างที่หลวงปู่ทิมท่านไม่ได้อยู่ที่วัด ผมจึงขอให้พี่สาย แก้วสว่าง เอาออกจากกุฏิท่านมาให้ผมด้วย รวมทั้งพระปิดตาในห่อผ้าอีกห่อหนึ่ง พี่สายก็ เอามาให้ผมที่โรงพยาบาล ผมก็เลยเรียน กับหลวงปู่ทิมว่า เมื่อหลวงปู่หายดีแล้ว ปลุกเสกต่อให้ครบ ๕ เสาร์ ๕ อังคาร จะได้ให้คนที่จองมารับไปได้ ท่านบอก ผมว่าทำให้สำเร็จแล้ว ผมยังแย้งท่านว่า หลวงปู่ป่วยจะเสกได้อย่างไร ท่านว่า ท่านป่วยแต่กายใจไม่ป่วย และเมื่อ หลวงปู่ทิมมีอาการดีขึ้น ตามสายตา ของคนทั่วไป และโรงพยาบาลก็ รับรองว่าอาการไข้ท่านหายแล้ว ให้กลับ วัดได้ คุณหมอที่มาคอยดูแลยังบอกว่า ท่านหายดีแล้วฉันข้าวได้อีก ๒ วันก็ แข็งแรงเหมือนเดิมแต่ท่านกลับมาวัด ได้เพียงวันเดียวท่านก็มรณภาพ เพราะ หายใจไม่ออก เมื่อ ๔ ทุ่มคืนวันที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๘หนุมานซึ่งมีผู้จองไว้ก็รับกันไปหมด ส่วนพระปิดตาจัมโบ้ ๒๖ องค์ พระปิดตาสาลิกาอีก ๒๔,๐๐๐ องค์ และพระปิดตาพิมพ์ข้าวตอกแตกอีก ๑๖ องค์อยู่กับหลวงปู่ทิมเพียง ๒ คืน และท่านกำลังป่วย 

Image
พระปิดตาหลวงปู่แก้ว วัดเครือวัลย์ ชลบุรี
Image
Image Image

 

            ในครั้งนั้นผมคิดว่า หลวงปู่คงปลุกเสกให้ไม่เต็มที่น่าจะหา ผู้ปลุกเสกใหม่ ประกอบกับเมื่อ หลวงปู่ทิมมรณภาพครบ ๑๐๐ วัน จะมีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลรูปเหมือน เท่าองค์จริง (องค์ที่ตั้งอยู่ในวิหาร ปัจจุบัน) และพระผงรูปเหมือน จันทรลอยอีก ๕,๐๐๐ องค์ ผมจึงเอาพระปิดตาจัมโบ้และพระปิดตาสาลิกา และพระปิดตาผงพิมพ์ข้าวตอกแตก มาเข้าพิธีในวันนั้นด้วย โดยเอาใส่ห่อ ผ้าขาวเดิมวางไว้บนมือรูปหล่อใหญ่เท่า องค์จริงที่ผมสร้างขึ้น คุณประชา ตรีพาสัย คุณพัฒนา บุญอนุกูล คุณเพียรวิทย์ จารุสถิติ และอีกหลายคนถามว่าในห่อมีอะไร ผมก็ บอกว่าพระปิดตาทำมาใหม่ไม่ทัน หลวงปู่ เพราะเกรงว่าถ้าบอกว่าทัน ก็จะมีการขอไปและหยิบไปตามความพอใจ จึงบอกว่าไม่ทัน ประกอบกับ เป็นพระที่หลวงปู่ปลุกเสกให้หรือไม่ก็ยังไม่แน่ใจ (ความคิดในสมัยนั้น) พระปิดตาจัมโบ้ ๒๖ องค์ และ พระปิดตาพิมพ์ข้าวตอกแตกเนื้อผงอีก ๑๖องค์ ผมตั้งใจจะเก็บไว้ใช้กันเอง จึงได้เอาผงล้วนๆ มาสร้าง และใน สมัยนั้นคิดว่าหลวงปู่ทิมต้องปลุกเสก นานๆ จึงจะขลังและศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้น ในพรรษาปี ๒๕๑๙ หลวงพ่อแพรว วัดยายดา ซึ่งเป็นพระเกจิที่เก่งเงียบๆ แบบเสือซ่อนเล็บให้ผมทำเหรียญ รูปเหมือน ท่านจะปลุกเสกทั้งพรรษา

            ผมจึงเอาพระปิดตาจัมโบ้ชุดนี้เข้าไปให้หลวงพ่อแพรววัดยายดาท่านปลุกเสกอีก ๑ พรรษาเต็มๆ ท่านยังทักว่า ทำได้ขึ้นขนาดนี้แล้ว ยังต้องเอามา ให้ฉันเสกอีกทำไม ดีอยู่แล้วนี่ เมื่อออกพรรษาตอนไปเอาพระปิดตาจัมโบ้กลับมาหลวงพ่อแพรว ท่านยังเอ่ยปากขอไว้ ๒ องค์ท่าน บอกว่าของเขาแรงดีหรือเกิน หลายท่านที่ติดตามอ่านเรื่องราว ของหลวงปู่ทิมจากที่ผมรวบรวมไว้ในหนังสือชีวประวัติและเกียรติคุณของหลวงปู่ทิมที่พิมพ์แจกในงานพระ ราชทานเพลิงศพของหลวงปู่ทิม เมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๒๖ สงสัยว่า เหตุใดในหนังสือนั้นจึงไม่กล่าวถึงพระ ปิดตา พิมพ์ใหญ่หรือพระปิดตาจัมโบ้ ชุด ๒๐๐ กว่าองค์ที่สร้างกันที่กุฏิพระ อาจารย์ทองเจือ พร้อมพระสมเด็จ วัดปากน้ำรุ่น ๔ ผมขอเรียนว่าไม่ลง ไว้เพราะเกรงว่าจะมีการทำเพิ่มขึ้น มาอีกเพราะก่อนจะถึงงานศพไม่นานมี การสร้างพระปิดตาเนื้อผงขนาดเล็ก (ขนาดเท่ากับพระปิดตาปั๊มหลังรูป เหมือน) ขึ้นมาอีกเป็นพันองค์โดยใช้ พิมพ์เดิมเนื้อเดิมและผงเดิมจน คุณถวัลย์ คีรีวัฒน์ ศิลปินและ นักเขียนพระเครื่องรุ่นอาวุโสเรียกว่า เนื้อใช่พิมพ์ใช่แต่ไม่ใช่และพี่สุชิน สิงหเสนีย์ เรียกว่า พระปิดตาไก่อบฟาง มีการทำขึ้นมากว่าพันองค์ ศูนย์พระ เครื่องบางแห่งซื้อไว้จำหน่ายโดยไม่รู้ว่าหลวงปู่ทิมไม่ได้ปลุกเสก ผมจึงเกรงว่า ถ้าลงเรื่องพระปิดตาจัมโบ้ชุด ๒๐๐ องค์ไปแล้วก็อาจจะมีของปลอมขึ้นมา อีกจึงตัดปัญหาไม่ลงเรื่องราวของพระ ปิดตาจัมโบ้ชุดนี้และปล่อยให้หายเงียบไปไม่มีเรื่องราวของพระปิดตาจัมโบ้อีกเลยอีกทั้งยังคิดว่าพระปิดตาจัมโบ้ชุดนี้ ปลุกเสกกันหลายหลวงพ่อ ไม่ใช่ หลวงปู่ทิมปลุกเสกเดี่ยว 

 




แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( พุธ, 21 มกราคม 2009 )