บทความยอดนิยม

กระทู้ล่าสุด

เข้าระบบ สมาชิก






ลืมรหัสผ่าน?

ผู้ใช้งานขณะนี้

ขณะนี้มี 18 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม: 32942592
ย้อนรอยสุดยอดปรมาจารย์ หลังกึ่งพุทธกาล
หน้าแรก
เครื่องราง เสือ น้ำมันเสือ หลวงปู่ทิม .. ต่อยอดไปสู่ อ้าย ๕๐๐ ของหลวงปู่ธรรมรังษี PDF พิมพ์
เขียนโดย ชินพร สุขสถิตย์   
เสาร์, 13 ตุลาคม 2007
ดัชนี บทความ
เครื่องราง เสือ น้ำมันเสือ หลวงปู่ทิม .. ต่อยอดไปสู่ อ้าย ๕๐๐ ของหลวงปู่ธรรมรังษี
หน้า 2
หลวงปู่ธรรมรังษี จันทสุวัณโณ            เสือ...เป็นเครื่องรางสำคัญที่ บรรดาเกจิอาจารย์ทั้งหลายได้สร้าง ไว้เพื่อเป็นเครื่องหมายทางอำนาจ เสือ... เป็นสัตว์ที่มีอำนาจมาก ที่สุดในป่า เป็นที่เกรงกลัวของสัตว์ น้อยใหญ่ ดังนั้นบรรดาพระเกจิอาจารย์ ทั้งหลาย จึงได้นำเอาสัญลักษณ์ ทางอำนาจของเสือมาจัดสร้าง เครื่องราง "เสือ" ขึ้นเสือที่โด่งดังที่สุดในบรรดา เสือเครื่องราง นั้นว่ากันว่าเสือของ หลวงพ่อปานกินหมูได้!! เสือของท่าน จึงมีราคาสูงสุดในบรรดาเสือทั้งหลาย...             เสือของหลวงปู่ทิม อิสริโก ยอดพระเกจิอาจารย์เมืองระยอง ก็เป็น พระเกจิอาจารย์รูปหนึ่ง ที่สร้างเสือให้ ลูกศิษย์ได้บูชากัน เสือของหลวงปู่ทิม เป็นเครื่องรางที่สำคัญอย่างหนึ่ง นอกจากจะสร้างด้วยวัสดุที่มีชื่อเป็น อำนาจ เช่น ไม้มะขามโคร่ง ไม้ฝรั่ง โคร่ง เขี้ยวเสือ ไม้คูณ กัลปังหาดำ และสร้างจากกรามช้างน้ำ แล้วยังมีเสือ ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง ก็คือ น้ำมันเสือ
            น้ำมันเสือของหลวงปู่ทิมนั้น พระอาจารย์สาคร มนุญโญ เจ้าอาวาสวัดหนองกรับศิษย์เอกหลวงปู่ทิม เป็นผู้ ที่ทำมาจากตำรับเขมร พระอาจารย์สาคร ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่เสาะแสวงหาพระ อาจารย์ดีอย่างยิ่งยวดคนหนึ่ง และได้ไป เรียนวิชาลงน้ำมันเสือมาจากพระ อาจารย์ชาวเขมร ก่อนที่จะลงน้ำมัน เสือก็ต้องสร้างน้ำมันเสือขึ้นมาเสียก่อน โดยหาน้ำมันเสือโคร่งที่ถูกยิงตายมา ผสมกับว่านยาต่างๆ เมื่อท่านปลุกเสก จนครบถ้วนถูกต้องตามตำราแล้ว ท่าน ก็นำมาให้หลวงปู่ทิม อิสริโก ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของท่านตรวจสอบและ ปลุกเสกอีกครั้งหนึ่ง
            ผมเรียนถามพระอาจารย์สาคร ว่าหลวงปู่ทิมท่านเสกน้ำมันเสือได้ หรือ? พระอาจารย์สาครตอบผมว่า “หลวงพ่อท่านรอบรู้ทุกอย่าง” เมื่อหลวงปู่ทิมตรวจสอบและปลุกเสกน้ำมัน เสือของพระอาจารย์สาครแล้ว อาจารย์ สาครท่านก็แบ่งถวายหลวงปู่ทิมไว้ส่วนหนึ่ง เมื่อหลวงปู่ทิมท่านมรณภาพ ไปแล้วน้ำมันส่วนนี้ตกอยู่กับผมและ คุณเพียรวิทย์เพียง ๒ คน
            ตอนที่ผมได้เข้าไปพบและรู้จัก หลวงปู่ทิมใหม่ๆ ก็ได้ยินกิตติศัพท์เรื่อง น้ำมันเสือของท่าน ผมจึงขอให้หลวงปู่ ทิมท่านลงน้ำมันเสือให้ ท่านบอกว่า ท่านลงไม่ได้เพราะท่านเป็นพระสงฆ์ ท่านจึงบอกให้ “หลาบ” ลงให้แล้วท่าน ก็ให้หมอ หลาบ จ้อยเจริญ ศิษย์ใกล้ชิดคนหนึ่งของท่านเข้าไปหยิบขวดน้ำมันเสือออกมา เวลาลงน้ำมันเสือต้องลงจน หนังขาดเลือดออกแล้วเอาน้ำมันเสือทาแผลไว้ เมื่อแผลหายก็จะหุ้มน้ำมันเสือไว้ เพราะน้ำมันเสือนั้นระเหยยากจะ เกาะติดเนื้ออยู่
            การที่จะลงให้หนังกำพร้าขาดจนเลือดออกนั้น หมอหลาบ จ้อยเจริญจึงได้เอาตะไบหางหนูมาแต่งจนปลาย แหลมคมดุจมีดโกนวันที่ลงน้ำมันเสือ นั้นเป็นวันอังคารที่ถือกันว่าเป็นวันแข็ง คุณอารมย์ ทับสุวรรณ คนที่ขอหลวง ปู่ทิมสร้างหนุมานเนื้อผงวิเศษเป็น คนแรกที่หมอหลาบลงให้
            หมอหลาบถามหลวงปู่ทิมว่า ลงยันต์อะไร? หลวงปู่ทิมท่านบอกให้ ลงยันต์ครู คือ ยันต์ห้า ยันต์แบบเดียว กับด้านหลังเหรียญเจริญพร หมอหลาบ เอาตะไบหางหนูที่คมกริบกรีดแผ่นหลัง คุณอารมย์ เสียงคมตะไบปะทะแผ่น หลังเสียงดังแขวกๆ เลือดพุ่งกระฉูดออก ตามรอยคมของปลายตะไบ เลือดแดง ฉานไปทั่วหลังของคุณอารมย์ เพื่อน ของผมที่ไปด้วยได้เห็นการลงของหมอ หลาบถึงกับถอดใจไม่กล้าลง วันนั้นจึงมี คุณอารมย์ที่ลงเป็นคนแรก ผมเองลง เป็นคนที่สอง และมีเด็กหนุ่มบ้านอยู่ ใกล้วัดขอลงด้วยอีกคนหนึ่ง
            สำหรับผมและคุณอารมย์นั้น เมื่อหมอหลาบลงพระยันต์ห้าเสร็จแล้ว ก็คลานเข้าไปหาหลวงปู่ทิมที่นั่งเป็น ประธานอยู่ ท่านก็เอาน้ำมันเสือในขวด มาลูบที่หลัง น้ำมันเสือจะเข้าไปติดหนัง ที่เลือดออก แล้วท่านก็เรียกอักขระเลข ยันต์และเป่าปลุกเสกให้ผมทั้งสองคน พอตอนถึงคราวของเด็กหนุ่มคนนั้น หลวงปู่ทิมท่านไม่ยอมลงให้ ท่านบอก ให้หมอหลาบลงให้ ผมสงสัยเลยถาม หลวงปู่ทิมท่านก็เลยบอกว่า “ลงให้มัน แล้วเดี๋ยวมันห้าวไปเป็นโจร”
            ผู้ที่หลวงปู่ทิมลงน้ำมันเสือให้ จึงมีแต่ผมและคุณอารมย์เพียงสอง คนเท่านั้น และตั้งแต่ครั้งนั้นเป็นต้นมา ก็ไม่เคยเห็นท่านลงน้ำมันเสือให้ใคร อีกเลย
            หลังจากที่ผมลงน้ำมันเสือได้ไม่ กี่วันแผลเพิ่งจะหายสนิท ผมก็ไป ราชการกับคุณปกิต อ่อนวิมล นายช่าง ใหญ่ตรวจการชลประทานลุ่มแม่น้ำน้อย แม่น้ำสุพรรณ โดยมีเพื่อนข้าราชการ กรมชลประทานร่วมเดินทางไปด้วย ๕ คนก่อนที่จะเดินทางเข้ากรุงเทพฯกลับไปยังกรมชลประทานคุณปกิตและนายช่างโครงการชลประทานสามชุก จ.สุพรรณ ได้พาไปกราบนมัสการหลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ พระเกจิอาจารย์ชื่อ ดังของสุพรรณ
  
เสือ หลวงปู่ธรรมรังษี
เสือ๕๐๐ หลวงปู่ธรรมรังษี(ปี๒๕๓๙) ใต้ฐานบรรจุผงกรามช้างน้ำหลวงปู่ทิม
เสือ หลวงปู่ธรรมรังษี
เสือ๕๐๐ หลวงปู่ธรรมรังษี (ใช้เฝ้าบ้าน,ช่วยหากินได้)
เสือ หลวงปู่ธรรมรังษี
ด้านหน้าเสือ๕๐๐หลวงปู่ธรรมรังษี สร้างหาปัจจัยกฐินตกค้างปี๒๕๓๙ (มากปาฏิหารย์ โดยเฉพาะโชคลาภ)
เสือ หลวงปู่ธรรมรังษี
ด้านหลังเสือ๕๐๐ หลวงปู่ธรรมรังษี หาปัจจัยช่วยกฐินตกค้างปี๒๕๓๙

 

           ทันทีที่ผมก้าวขึ้นบันไดกุฏิเข้า หาหลวงพ่อมุ่ย พอเห็นหน้าท่านผมก็ จะกระโจนในลักษณะเสือเข้าหาหลวงพ่อ มุ่ยทันที ผมกระโจนสูงมากพุ่งเข้าหา หลวงพ่อโดยที่ผมบังคับตัวเองไม่ได้ แต่รู้สึกตัวทุกอย่าง และได้ออกเสียง คำรามดังสนั่นเหมือนเสือ ผมจำได้แม่น จนกระทั่งบัดนี้ว่า เมื่อผมกระโจนเข้าไป หาหลวงพ่อมุ่ยที่นั่งอยู่ห่างหลายเมตร ผมกระโจน ไปถึงปลายเท้าของท่านที่ ท่านนั่งห้อยเท้าอยู่บนพื้นที่ยกสูง แล้วผมก็ไปหมอบอยู่ตรงนั้นเองในลำคอ ก็ยังครางฮึมๆ คล้ายเสือ ผมยังจำได้ว่า ผมหมอบเหมือนแมวเชื่องๆ อยู่ ตรงปลายเท้าหลวงพ่อมุ่ยจนกระทั่ง อาการเข้าสู่ปกติทุกอย่าง
            หลวงพ่อมุ่ยท่านก็คล้ายกับ หลวงปู่ทิมคือ ท่านนั่งเฉยๆ ไม่ค่อยพูด ท่านนั่งสูบบุหรี่มวนโตอยู่ ท่านก็ถามผม ว่า “มึงลูกศิษย์ใครวะ” ผมบอกท่าน ไปว่า “ผมลูกศิษย์หลวงปู่ทิมครับ” หลวงพ่อมุ่ยท่านก็พูดกับผมอีกว่า “มึง แน่ว่ะ มึงรักษาไว้ให้ดีนะ” ในวันนั้น คุณปกิตและคณะที่ไปด้วยทุกคนได้รับ การลงทองปิดหน้าผากและประพรม น้ำมนต์ทุกคน มีแต่ผมคนเดียวที่หลวง พ่อมุ่ยท่านไม่ยอมลงให้ ผมกราบขอให้ ท่านลงเหมือนกัน ท่านก็บอกว่า “เอ็ง ไม่ต้อง เอ็งขลังแล้ว”
            เรื่องเสือที่เกิดขึ้นกับตัวผมมี นอกจากหลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ แล้วก็ ยังมีอีกครั้งหนึ่งที่ผมไปพบหลวงปู่ พรหมมา เขมจาโร วัดสวนหินผานางคอย ครั้งแรกที่ผมสร้างล็อกเกตรุ่นแรกไปให้ ท่านปลุกเสก ตอนนั้นดึกสงัดผมก็นอน หงายพนมมือให้หลวงปู่พรหมมาลงทอง ๒๑ แผ่นที่หน้าผาก พอหลวงปู่ท่านจรด เหล็กจารลงคาถาตัวแรกอำนาจเสือที่ อยู่ในตัวผมก็ขึ้นทันทีคำรามเสียงดัง สนั่นถ้ำ ผมก็รู้ตัวเองทุกอย่างแต่หักห้าม ใจตัวเองไม่ได้ วันนั้นหลวงปู่พรหมมา ท่านลงทองให้ผมจนครบ ๒๑ แผ่น ซึ่ง ก็ใช้เวลานานพอสมควรและผมก็ร้อง คำรามอยู่ในลำคอด้วยความอึดอัดที่ไม่ สามารถดิ้นให้แรงกว่านั้นได้คล้ายกับมี มือเหล็กขนาดใหญ่มากดทับไว้ จน หลวงปู่พรหมมาลงให้ผมเสร็จเรียบร้อย ท่านก็เรียกบรรดาญาติโยมที่ไปกันใน วันนั้น ๒-๓ คณะ มีประมาณ ๒๐ คน ให้มาดูที่แขนท่าน ท่านบอกว่าก้อน กลมๆ ๓ เม็ดใต้ท้องแขนท่านคือ เหล็กไหล ที่ท่านฝังไว้วิ่งมาต่อต้านแรง เสือและล็อคเสือไว้ไม่ให้ดิ้นแรงกว่านั้น สักพักหนึ่งก้อนกลมๆ ที่ปูดขึ้นในท้อง แขนของท่านก็ค่อยๆ ยุบหายไป
            เมื่อหลวงปู่ทิมท่านมรณภาพ ใหม่ๆ ผมก็ได้น้ำมันนี้มาด้วย และก็ ยังนำไปลงให้กับเด็กหนุ่มข้างๆ บ้านผม
๓-๔ คน ปรากฏว่าเด็กหนุ่มในกลุ่มนั้น คนหนึ่งถูกปืน .๓๘ ลั่นใส่พุง กระสุนปืน ตุงอยู่ตรงพุงนั่นเอง เด็กหนุ่มคนนั้น ไม่มีพระเครื่องอะไรติดตัวอยู่เลย ปัจจุบันเด็กหนุ่มเหล่านั้นอายุเข้าเลข ๔ เกือบทุกคน และยังอยู่ในซอยเฉลิม ใกล้ๆ บ้านผม
            นอกจากน้ำมันเสือที่เป็นเครื่อง รางอย่างหนึ่งแล้ว หลวงปู่ทิมท่านยัง ทำเสือแกะแบบต่างๆ ดังที่ได้เรียนให้ ท่านผู้อ่านได้ทราบกันมาแล้ว ส่วนใหญ่ จะมีผู้แกะแล้วนำไปให้ท่านปลุกเสกให้ เสือหลวงปู่ทิมที่มีผู้นิยมกันมากที่สุดก็ เห็นจะเป็นเสือที่แกะด้วยกรามช้างน้ำ
เสือมหาเศรษฐี
เสือมหาเศรษฐี ปี๒๕๔๑ หลวงปู่ธรรมรังษี ใต้ฐานบรรจุผงกรามช้างน้ำ
เสือมหาเศรษฐี
เสือมหาเศรษฐีตัวลูก ปี๒๕๔๑(บูชาชุดละ ๓,๐๐๐บาท) หลวงปู่ธรรมรังษี ฐานบรรจุผงกรามช้างน้ำ(ภาพขาวดำ)
            กรามช้างน้ำ เป็นของดีอย่างหนึ่ง ที่หลวงปู่ทิมกล่าวถึงอยู่เสมอ ขณะที่พวก ผมอยู่ใกล้ชิดและซักถามอะไรต่อมิอะไร จากท่าน พวกผมเคยขอให้หลวงปู่ทิม ทำเบี้ยแก้ให้พวกเราไว้ใช้บ้าง ท่านตอบว่าหาของตามตำรายังไม่ได้และไม่ชำนาญ ไม่มีใครช่วยหา ท่านยังบอกอีกว่าของสำคัญคือ “ปรอท” ที่ต้องคอยดักจับเอาจากที่น้ำเน่าๆ
            ท่านยังบอกว่านอกจากเบี้ยแก้ ที่ท่านไม่สามารถหา"ปรอท"มาทำได้แล้ว ก็ยังมีวัสดุอาถรรพ์ชิ้นหนึ่งที่สามารถใช้ ได้ดุจเดียวกับเบี้ยแก้ คือ “กรามช้างน้ำ” ท่านกำลังหาอยู่คงจะได้เร็วๆ นี้ เมื่อได้แล้วท่านจะทำของดีให้ หลังจาก นั้นไม่นานท่านก็ได้มาชิ้นหนึ่งท่านเรียก ว่า “กรามช้างน้ำ”
            ไม่ทราบว่าใครเอามาให้ กราม ช้างน้ำมีลักษณะเป็นแท่ง มีกระดูกติด กระดูกขึ้นไปเป็นของแข็ง มีรอยพรุน คล้ายฟองน้ำ มองดูด้วยตาไม่แข็งแรง แต่ถ้าเอามือจับจะรู้ว่าแข็งมาก
            หลวงปู่ทิมท่านบอกว่า กราม ช้างน้ำนี้กันยาเบื่อยาเมาและคุณไสย ได้ ท่านยังบอกอีกว่าถ้าแกะเป็นเสือ แล้วนอกจากจะเป็นมหาอำนาจยังป้อง กันคุณไสย ยาเบื่อยาเมาได้อีกด้วย...
            เมื่อหลวงปู่ทิมท่านเสกกรามช้างน้ำอันนั้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว ท่านก็บอกให้นำไปแกะเป็นเสือแล้วเอามาให้ ท่านปลุกเสกอีกครั้งคนที่แกะก็คือลุงสาย แก้วสว่างคนเดียว ลุงสาย แก้วสว่าง เอากรามช้างน้ำไปชิ้นหนึ่ง แกะออกมาเป็นพิมพ์เสือหมอบได้ ๔ ตัว (เข้าใจว่าเป็นจ่าฝูง)และแกะเป็นเสือแบบแมวกระโดดคล้าย จิงโจ้อีกไม่น่าจะเกิน ๑๐๐ ตัว
            หลังจากนั้นก็ไม่มีใครนำไปแกะ อีกเลย เพียงแต่ตัดแบ่งไปคนละชิ้น สองชิ้น ผมเองเคยได้เสือแกะจากฝีมือ ลุงสายมา ๕ ตัว เป็นเสือหมอบขนาด ใหญ่ ๑ ตัว เป็นเสือแบบจิงโจ้ ๔ ตัว
            เสือกรามช้างน้ำของหลวงปู่ทิมนั้นมีน้อยมาก มีเสือหมอบอยู่เพียง ๔ ตัว เสือนั่งยองๆ หรือกระโดดคล้าย จิงโจ้มีทั้งขนาดเล็กและใหญ่อีกไม่น่าเกิน ๑๐๐ ตัว ทุกตัวจะแกะโดยฝีมือของลุงสาย ดังที่เรียนให้ทราบกันมาแล้วตั้งแต่ตอน ต้น ลุงสายแกะคนเดียวเพราะระยะนั้น หาคนแกะไม่ได้ แต่ได้ข่าวว่ามีคนเอา กรามช้างน้ำไปแกะเป็นรูปเสือเหมือนกันแล้วนำออกขายในราคาที่ค่อนข้างแพงตัวละหลายพันถึงหลายหมื่นบาท(โดยเป็นพิมพ์จิงโจ้ ที่ไม่ใช่เสือหมอบ เพราะใช้กรามช้างน้ำชิ้นเล็กๆได้) เสือที่แกะใหม่นี้น่าจะมีอานุภาพเพราะกรามช้างน้ำนั้น หลวงปู่ทิมท่านปลุกเสกไว้แล้ว จึงควรสังเกตุจากลักษณะกรามช้างน้ำและที่สำคัญคืองานฝีมือแกะที่ต้องเหมือนกันเพราะสมัยหลวงปู่ทิม คนแกะพิมพ์มีเพียงคนเดียว
            เสือกรามช้างน้ำของหลวงปู่ทิมนั้น ทุกคนมารู้คุณค่าในตอนหลัง ผู้ที่ได้รับมาจึงหวงกันยิ่งนัก และคงจะ หากันไม่ได้ง่ายๆ ที่มีจำหน่ายโดยที่ไม่มีที่มาที่ไปชัดเจนนั้นดู ฝีมือการแกะแล้วน่าจะแกะขึ้นมาทีหลังมากกว่า(เท่าที่ทราบ พิมพ์เสือหมอบที่มีเพียง ๔ ตัวต่างมีเจ้าของและหากจะมีการซื้อขายราคาก็น่าจะไม่ต่ำกว่า ๖๐,๐๐๐บาทเพราะมีเพียง ๔ ตัว ส่วนตัวเล็ก พิมพ์นั่งยองๆ,หรือพิมพ์จิงโจ้ที่มีไม่เกิน ๑๐๐ ตัว ทราบว่ามีการซื้อขายกันตัวละเป็นหมืนบาท ...นี่คือเสือกรามช้างน้ำที่  แกะแล้วเสกเรียกรูปนาม(เสือ)สำเร็จตั้งแต่สมัยหลวงปู่ทิมยังอยู่) ดังนั้นผู้ที่จะเช่าหาเสือกรามช้างน้ำควรรู้ที่มาที่ไปทั้งดูลักษณะและฝีมืองานแกะให้ดีเสียก่อน(ศึกษาจากรูปประกอบบทความเรื่อง เครื่องราง เสือกรามช้างน้ำหลวงปู่ทิม)
            อานุภาพของกรามช้างน้ำที่ว่า กันยาเบื่อยาเมาได้นั้นเคยเกิดขึ้นที่บ้าน ผม ๒ ครั้ง ที่บ้านผมเลี้ยงสุนัขไว้หลาย ตัว รถมอเตอร์ไซค์ที่วิ่งผ่านหน้าบ้านผม เคยชนสุนัขตัวหนึ่งของผมอย่างแรง ต่อมาเมื่อมีรถมอเตอร์ไซค์หรือรถ จักรยาน ๒ ล้อ วิ่งผ่านก็จะถูกสุนัขที่ บ้านผมวิ่งเห่าไล่กวดจนเป็นที่รังเกียจ ของผู้ที่ขับรถมอเตอร์ไซค์และรถจักรยาน ทั่วไป วันหนึ่งจึงถูกยาเบื่อเข้าทั้ง ๓ ตัว โดยเอาลูกชิ้นคลุกยาเบื่อให้กิน มีสองตัวที่ถูกยาเบื่อวิ่งเข้ามาในบ้านเข้า มาหาผม นอนชักน้ำลายฟูมปาก แต่อีก ตัวหนึ่งวิ่งไปทางประตูหลังบ้านหาทาง เข้าบ้านไม่ได้นอนตายอยู่ตรงประตู หลังบ้าน สองตัวที่วิ่งมาหาผมโชคดีหน่อย เพราะในวันนั้นผมได้นำเสือกรามช้าง น้ำที่เป็นรูปเสือหมอบติดตัวไว้ จึงเอา ออกมาแช่น้ำในขันตักน้ำแล้วเอาน้ำ กรอกปากทั้ง ๒ ตัว สักพักเดียวสุนัข ทั้งสองตัวถึงกับขี้เยี่ยวแตกและอาเจียน ออกมา มันจึงรอดตายแต่อาการยัง อ่อนเพลียมาก หมอได้ฉีดยาบำรุงและ ให้น้ำเกลือ หมอบอกว่าหมาทั้งสองโดน ไซยาไนท์ผสมลูกชิ้นไม่น่ารอดเพราะยา ชนิดนี้แรงมาก
            เมื่อครั้งที่เรื่องราวของช้างน้ำ ดังอยู่ในหน้าหนังสือพิมพ์เพราะผมรับ ปากจะไปทอดกฐินที่วัดเขาลอย บ้าน ค่าย ระยอง ผมจึงได้เอาเศษผงกรามช้างน้ำ มาป่นปนกับผงพรายกุมารของหลวงปู่ ทิม บรรจุในเสือโลหะ ขอบารมีหลวง ปู่ธรรมรังษีช่วยปลุกเสกให้เพื่อแจก จ่ายผู้ที่ร่วมทำบุญทอดกฐินตกค้าง ได้เงินเข้าวัดเขาลอยในส่วนที่เป็นของผม ถึงแปดหมื่นกว่าบาท เสือหลวงปู่ธรรม รังษี รุ่นนั้นก็ดังระเบิดหาเช่าบูชากัน ตัวละ ๔-๕,๐๐๐ บาท (เมื่อปี ๒๕๔๐)
            เสือหลวงปู่ธรรมรังษีมีอิทธิ ปาฏิหาริย์ต่างๆนานา โดยเฉพาะใช้แล้ว นอกจากจะเป็นมหาอำนาจแล้ว ยังดี ทางโชคลาภอีกด้วย สมดังหลวงปู่ธรรมรังษีท่านว่า “ใช้ให้เฝ้าบ้านได้ ให้ไปช่วยหากินได้” เสือที่สร้าง ๕๒๙ ตัว ล็อตเตอรี่ที่ออกในงวดที่หลังจากเสือ ออกให้บูชาก็ออก ๕๒๙ หลายคนรวยไป ตามๆ กัน มีบางคนเอาเสือไปคาบเลข เสี่ยงทายหวยก็ออกตามนั้น

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( เสาร์, 06 มิถุนายน 2009 )