จนมีความรู้สึกว่าอยากสะสมกับเขาบ้าง เลยเริ่มเล่นมาตั้งแต่ปี 2536
พระองค์แรกที่เช่ามาก็เป็นหลวงปู่ทวดหลังเตารีด ปี 2505 เช่ามา 5,000.-บาท
เป็นพระองค์แรกในชีวิตที่เช่ามาในราคาที่แพงที่สุด (ตอนนั้นเงินเดือนอยู่ที 4,750.-บาท)
แล้วเลี่ยมทองใช้ติดตัวจนถึงปัจจุบัน และไม่คิดที่จะปล่อยออกไปเลยครับ
หลังจากนั้นก็มีตามมาเรื่อยๆ เพราะผมคิดว่าเราทุกคนที่เช่าพระมา
1.เพราะความชอบในศิลปะ ทำให้เราเป็นนักอนุรักษ์นิยมไปในตัว
2.เพราะความศัทธาในหลวงพ่อที่เรานับถือ
3.เพราะประวัติพระที่เราศึกษา ยิ่งศึกษามากเท่าไหร่ พระที่เราอยากได้เพิ่มก็จะมากขึ้นเป็นเงาตามตัว
ที่สำคัญ 4.คนทุกคนหัวการค้าครับ เรารู้งัยครับว่าพระที่เราเช่ามานั้น อนาคตราคาจะต้องสูงขึ้นกว่าปัจจุบัน
หรือ เราเช่ามาในราคาที่ถูกกว่าราคาที่ซื้อขายกันในท้องตลาด (กำไรเห็นชัดเจน)
บางท่านก็ว่าเพื่อคนที่เรารัก เพื่อสะสมไว้ดู และเพื่อแบ่งให้พรรคพวก แล้วราคาที่แบ่งให้พรรคพวก
เป็นราคาที่เราซื้อเข้ามาหรือเปล่าครับ
ถ้าเป็นราคาที่เรารับซื้อเข้ามา ผมว่าคุณสุดยอดจริงๆ ครับ นับถือน้ำใจ
ส่วนผมยอมรับว่าบางองค์ที่แบ่งให้เพื่อนๆ หรือผู้ที่อยากได้ไปใช้ หรือไปปล่อยต่อ ผมบวกราคาเข้าไป (ซึ่งผมเรียกว่ามูลค่าของเงินในอนาคต)มี
ส่วนบางองค์ปล่อยในราคาทุน ก็มีเพราะเก็บไว้นาน และรักกันจริง
ส่วนบางองค์ปล่อยในราคาขาดทุนก็มี
เอาเถอะครับไม่ว่าอย่างไรก็ตามต้องอยู่ในมาตรฐานความพึงพอใจทั้งสองฝ่ายด้วยครับ เราปล่อยราคานี้เขารับได้เขาก็ซื้อถูกไหมครับ
เพราะฉะนั้นคำถามนี้ไม่มีคำตอบที่ตายตัวครับ ไม่มีมาตรฐานเหมือนปิดตาน้ำท่วมละครับ ขอบคุณครับ
