หน้าแรก arrow กระดานสนทนา พระสมเด็จหลวงปู่ทิมและมรดกชิ้นสุดท้าย
หลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่, อิทธิญาโณบทความบทความพระสมเด็จหลวงปู่ทิมและมรดกชิ้นสุดท้าย
หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: พระสมเด็จหลวงปู่ทิมและมรดกชิ้นสุดท้าย  (อ่าน 14710 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
chinvoot
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2319



เว็บไซต์
« เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2007, 11:24:06 PM »

พระสมเด็จหลวงปู่ทิมและมรดกชิ้นสุดท้าย

http://www.ittiyano.com/index.php?option=com_content&task=view&id=23&Itemid=1
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 15, 2007, 08:01:50 PM โดย chinvoot » บันทึกการเข้า
jiebbangkunsri
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2007, 11:15:59 AM »

 
อ่านแล้วครับมีความเข้าใจในการสร้างพระสมเด็จมากๆ เลยครับ 
บันทึกการเข้า
เจริญพร
Verified Member
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4071



« ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 28, 2009, 04:37:39 PM »

อยากรบกวนขอข้อมูลเกี่ยวกับพระสมเด็จหลังยันต์สามและยันต์ห้าเพิ่มเติมครับ
ขอบคุณมากครับ
บันทึกการเข้า

songpon
ชมรมเฟซบุ๊ค อนุรักษ์พระเครื่อง หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่
Verified Member
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1989



« ตอบ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 28, 2009, 10:07:37 PM »

 ขอบคุณอ.ชินพรที่สร้างกริ่งชินบัญชร บรมครู 32 ขึ้นมาครับ
บันทึกการเข้า
songpon
ชมรมเฟซบุ๊ค อนุรักษ์พระเครื่อง หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่
Verified Member
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1989



« ตอบ #4 เมื่อ: สิงหาคม 05, 2009, 01:52:17 AM »

  ขออนุญาติลบข้อความนี้ครับ เริ่มมีคนรู้จักเข้ามาเว็ปนี้บ่อยๆ ไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบต่อบุคคลที่ 3 ขอบคุณครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 01, 2010, 12:10:31 PM โดย songpon » บันทึกการเข้า
bank1
Verified Member
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2101



« ตอบ #5 เมื่อ: สิงหาคม 05, 2009, 07:17:42 PM »

k songpon ดีครับมีอะไรบางสิ่งบางอย่าง
ก็เล่าสู่กันฝั่งครับ ทำบุญเข้าไว้ ยิ่งกับพ่อ แม่ ยิ่งดีใหญ่ครับ
ออ ลองหาอ่านเทศน์ ของหลวงปู่ทิมดูครับ ท่านเทศนืไว้ กว่า 34 ปีที่แล้ว
ผมว่าคำเทศน์นั้นยังทันสมัยเสมอ มีอะไรดีๆ ก็เอามาเล่าสู้กันฝังครับ แนะนำกันบ้าง

                                      Cheesy Cheesy Cheesy
บันทึกการเข้า
วรวีร์...
Verified Member
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1475



« ตอบ #6 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2009, 12:15:08 PM »

เพิ่งมีเวลา และมีโอกาสได้เปิดเวปนานๆ  และได้อ่านเรื่องของคุณ songpon วันนี้ค่ะ

ต้องบอกว่า  สิ่งใดๆ ที่เกิดขึ้น โดยที่เราไม่คาดคิด อย่างที่คุณ songpon เจอนั้น เป็น "วิบากกรรม"

ที่บางทีเราก้ไม่รู้สาเหตุ  แต่ทางพุทธศาสนา ท่านก็ว่าไว้ ว่า เป็นผลกรรมที่เราอาจจะเคยทำเอาไว้

รู้ตัวบ้าง ไม่รู้ตัวบ้าง ชาตินี้บ้าง ชาติที่แล้วบ้าง.......

ส่วนตัวเรา  เชื่อเต็ม 100 เรื่องผลกรรม ค่ะ   เชื่อว่ามีจริงแน่ๆ   

เราเชื่อว่า  ผลกรรมดีจะคุ้มครองตัวเรา ยิ่งกว่าวัตถุมงคลใดๆ

เป็นอย่างนั้น 90 เปอร์เซ็นต์   อีก 10 เปอร์เซ็นต์   ที่เหลือ เผื่อไว้  เวลาที่ สติเราไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

เราไม่ได้บวชเป็นพระ ไม่ได้นั่งวิปัสสนา จนคุมสติอยู่ได้ทุกลมหายใจเข้าออก   ย่อมมีวินาทีที่เผลอไผล

ไม่แปลกสำหรับมนุษย์ ค่ะ อีกอย่าง   เผื่อ  รับหน้ากับ วิบากกรรมเก่าๆ ที่เราเคยทำไม่ดี  ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่

อันนี้   ต้องพึ่ง  พระเครื่อง  หรือวัตถุมงคลที่เราศรัทธาค่ะอย่างน้อย พระของหลวงปู่  ก็จะคอยเตือน ไม่ให้ทำชั่วเพิ่มขึ้น

และเราเชื่อสนิทใจ  ว่า  หลวงปู่ ท่านก็คงมีกุศโลบายในการสร้างพระเครื่อง วัตถุประสงค์แรกของท่าน

คือการที่ลูกศิษย์ ห้อยแล้ว  "เตือนตัวเองได้  ว่า ให้ทำความดี ละเว้นความชั่ว"  เรื่องอิทธิปาหาริย์ เป็นเรื่องรองค่ะ

เพื่อนสนิทคนหนึ่งของเรา  ชอบปฎิบัติธรรม   เคยบอกเราว่า   กรรมดี ไม่สามารถ ลบล้างกรรมชั่วได้

แต่ ถ้าเราเคยทำกรรมชั่วไว้สัก 50  แต่เราทำกรรมดี มากๆ  สัก 5000  แม้ไม่สามารถลบล้างกรรมชั่วที่ก่อ

แต่คุณ ของกรรมดี ก็ ยิ่งใหญ่ จนทำให้กรรมชั่วที่เคยทำ ดู เล็กลงไปถนัดใจเลยค่ะ



 Wink Wink Wink Wink Wink Wink Wink Wink
บันทึกการเข้า

ชีวิตคือชีวิต อนิจจัง มีเกิดแก่เจ็บตาย..
แค่สุราเมรัย เป็นครั้งคราว ก็แทบจะหาว เป็นดาว เป็นเดือน ..
chayut bkk
Verified Member
Sr. Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 543



« ตอบ #7 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2009, 01:10:25 PM »

คุณ wirrawee พูดแล้วทำให้เห็นสัจจธรรมเลยครับ
บันทึกการเข้า
songpon
ชมรมเฟซบุ๊ค อนุรักษ์พระเครื่อง หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่
Verified Member
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1989



« ตอบ #8 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2009, 03:50:37 PM »

     ขอบคุณครับเพื่อนๆพี่ๆสมาชิกทุกท่าน ยอดเยี่ยมทุกคำแนะนำครับ ผมจะจำเอาไว้
บันทึกการเข้า
songpon
ชมรมเฟซบุ๊ค อนุรักษ์พระเครื่อง หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่
Verified Member
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1989



« ตอบ #9 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2009, 09:13:06 PM »

Supermassive Black Holes ขออนุญาติลงหัวข้อไว้ก่อนนะครับ เมื่อตะกี้พิมพ์ไปเยอะแล้ว ตอนโพสต์ปรากฏว่าหมดเวลา 60 นาที ทุกอย่างหายไปหมดเลย  Cry หลายครั้งแล้วครับ ไม่ทราบด้วยเหตุผลกลใด ผมจะลองพิมพ์ไว้ใน word แล้วโพสต์ลงใหม่ แต่นานพอดูครับ ปกติเลิกงาน 3 ทุ่ม ถึงบ้านก็หมดแรงแล้ว แต่รับประกันเพื่อนๆพี่ๆทุกท่านต้องได้ประโยชน์ไม่มากก็น้อยครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 13, 2009, 09:17:26 PM โดย songpon » บันทึกการเข้า
songpon
ชมรมเฟซบุ๊ค อนุรักษ์พระเครื่อง หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่
Verified Member
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1989



« ตอบ #10 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2009, 10:25:54 PM »

http://www.youtube.com/watch?v=rw5trKz_kdc&NR=1
อันที่จริงแล้วจะหาพระสูตรที่กล่าวถึงไฟบรรลัยกัปล์ที่เผาผลาญโลก ซึ่งแม้แต่เหล่าเทวดาตั้งแต่ชั้นจาตุมหาราชิกาขึ้นไป ยังต้องหนีขึ้นไปถึงพรหมโลก สุดขอบจักวาล ลักษณะของหลุมดำนั้นคล้ายลูมอมที่ห่อหุ้มด้วยกระดาษห่อ คือปลายทั้งสองด้านบิดเป็นเกลียว ปลายที่บิดเป็นเกลียวนี้เองคือเปลวเพลิงที่เกิดจากการระเบิดของวัตถุต่างๆที่ถูกดูดเข้าไปในหลุมดำ เมื่อเร็วๆนี้ผมได้ดูสารคดีเกี่ยวกับหลุมดำจึงนึกถึงข้อมความในพระไตรปิฎกว่า เหล่าเทวดาพากับหนีไฟบรรลัยกัลป์จนถึงขอบจักรวาล เนื่องจากว่าปลายทั้ง 2 ข้างของหลุมดำถ้ามองจากกล้องโทรทัศน์กำลังขยายต่ำจะเห็นเป็นแสงเส้นยาวๆ แต่ถ้ามองจากกล้องที่มีกำลังขยายสูงๆลำแสงนั้นไม่ใช่เส้นตรงแต่เป็นคล้ายๆเกลียวเชือกหลายๆเส้น ความยาวของมันนั้นสุดขอบกาแล็คซี่ทางช้างเผือกของเราเลยทีเดียว ทำไมต้องพูดถึงเรื่องหลุมดำ เกี่ยวอะไรกับพระกริ่ง โปรดติดตามต่อไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 13, 2009, 10:37:30 PM โดย songpon » บันทึกการเข้า
songpon
ชมรมเฟซบุ๊ค อนุรักษ์พระเครื่อง หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่
Verified Member
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1989



« ตอบ #11 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2009, 10:54:17 PM »

 ย้อนไป 10 ปีที่แล้ว ผมเป็นนิสิตปี 3 เคยเข้าคอร์สอบรมเรื่องสมาธิหมุนกับการรักษาโรค พระอาจารย์รัตน์ วัดดอยเกิ้ง เคยอธิบายเรื่องนี้ไว้แต่ความรู้ผมไม่ถึงจึงไม่สามารถจับประเด็นมาเล่าต่อได้ การที่วัตถุต่างๆถูกหลุมดำดึงดูดเข้าไปหมายถึงว่ามันจะถูกแรงดึงดูดมหาศาลของหลุมดำบีบอัดอนุภาคให้เล็กลง(ในสารคดีบอกว่าอนุภาคเท่าเกล็ดน้ำตาลก็มีมวลเป็นพันๆตัน)ในระหว่างนั้นมันจะระเบิดและปลดปล่อยพลังงานออกมา (พลังงานตัวนี้กำลังถูกค้นคว้าโดย CERN ซึ่งเป็นที่ฮือฮากันเมื่อหลายเดือนก่อน)พลังงานตัวนี้วิ่งออกมาจากหลุมดำทุกทิศทุกทาง หมายถึงมันมาถึงโลกของเราด้วย พลังงานตัวนี้(ปัจจุบันยังไม่บัญญัติศัพท์เรียกแทนชื่อ)มีอนุภาพเล็กกว่านิวเคลียร์ที่เรารู้จัก เป็นพลังงานตัวสุดท้ายในวิวัฒนาการของมนุษย์(ในด้านวิทยาศาสตร์) พระอาจารย์รัตน์อธิบายว่าท้ายสุดไม่ใช่การใช้อนุภาคนี้ตรงๆ แต่วิวัฒนาการสุดท้ายของพวกที่มีวิวัฒนาการสูงกว่าเราคือ พลังงาน+พลังจิต=วัตถุ(คิดว่าคงเป็นไสยศาสตร์ที่อยู่กับเรามาตั้งแต่อดีตนั่นเอง)แต่มนุษย์ไม่รู้จักใช้พลังจิตเข้าควบคุมพลังงาน แต่ใช้พลังงานควบคุมคนแทน สุดท้ายจึงเกิดการทำลายล้างครั้งใหญ่ในยุคแอตแลนติส ซึ่งถือเป็นการทำลายตัวเองครั้งที่ 2 ของมนุษย์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 01, 2010, 08:30:40 AM โดย songpon » บันทึกการเข้า
songpon
ชมรมเฟซบุ๊ค อนุรักษ์พระเครื่อง หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่
Verified Member
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1989



« ตอบ #12 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2009, 11:07:56 PM »

   http://www.siamsouth.com/smf/index.php?topic=904.0
   อีก 10 ปีต่อมา ผมได้เข้าอบรมเรื่องพลังจักระกับการรักษาโรคโดยบังเอิญ และได้พบทฤษฎีเรื่องพลังงานที่คล้ายคลึงกันของ สมาธิหมุนกับพลังจักระว่า พลังงานหรือรังสีคอสมิคซึ่งมีประโยชน์กับมนุษย์นั้น มาจากนอกโลก(สมาธิหมุนพูดถึงหลุมดำ จักระพูดถึงดวงอาทิตย์)วิ่งตามแนวเส้นปกติ(normal line)ตั้งฉากกับผิวโลก ตรงเข้าสู่แกนโลก 
http://www.youtube.com/watch?v=aKR5wxgwTIs&NR=1
   ทฤษฎีของจักระพูดถึงรังสีคอสมิคหรือพลังงานตัวใหม่ของพระอาจารย์รัตน์นี้ว่า เมื่อเข้าไปถึงแกนโลกแล้ววิ่งย้อนกลับออกมาตามแนวเส้นปกติ มนุษย์นำมาใช้ประโยชน์ทางจักระที่1(มูลลัดดา)ตรงบริเวณฝีเย็บใกล้อวัยวะเพศ และสามารถกระตุ้นจักระที่7 ตรงบริเวณกระหม่อมเพื่อดึงพลังงานจากจักระที่1 มาใช้ได้ ตรงกับคำพูดพระอาจารย์รัตน์เรื่องของการใช้จิต+พลังงานเพื่อรักษาโรค ต่างกันตรงวิธีการใช้ สมาธิหมุนดึงพลังงานมาใช้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ตกกระทบร่างกาย(ตั้งแต่ทิศด้านบนศีรษะลงมา)เรียกว่าเจ็บปวดตรงไหนกำหนดตรงจุดนั้นดึงพลังงานเข้าไปใช้ได้เลย แต่ใช้เวลาร่วม 2 ชม. ทางด้านจักระนั้นซับซ้อนกว่าและมีอันตรายมากกว่า ตัวผมเองเรียนไม่จบหลักสูตรทางคณะผู้สอนให้สาบานว่าถ้าเรียนไม่จบคอร์สให้ลืมซะอย่าทำอีกเพราะอันตรายมาก แต่ผมยังทำอยู่เพราะคิดว่าสมาธิอ่อน ไม่เป็นไรเคยลองกระตุ้นจักระที่1,2,3 และ 4 เอง แต่ไม่สามารถดึงพลังงานผ่านจักระที่ 5 ได้ ทำให้เกิดความร้อนบริเวณทรวงอก(คล้ายคนที่ดื่มเหล้า40ดีกรี)อยู่ร่วมชั่วโมง อันตรายมากจริงๆครับ Tongue ผมจึงเลือกใช้วิธีของพระอาจารย์รัตน์ซึ่งง่ายและปลอดภัยกว่า
http://www.youtube.com/watch?v=Q-NEEviR4l0&feature=related ตัวอย่างการทำโยคะกระตุ้นจักระ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 15, 2009, 09:11:42 AM โดย songpon » บันทึกการเข้า
songpon
ชมรมเฟซบุ๊ค อนุรักษ์พระเครื่อง หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่
Verified Member
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1989



« ตอบ #13 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2009, 11:50:37 PM »

   สมาธิของพระอาจารย์รัตน์ต้องใช้ร่วมกับพีรามิดแร่สีดำพิเศษจากถ้ำ(ปกปิด)ซึ่งมีมุม 52 องศา ไม่เช่นนั้นก็ไม่ปรากฎผล ส่วนทางด้านจักระผมเคยเห็นอาจารย์ที่รักษาคนอื่นถือหินสีม่วง มาศึกษาเพิ่มเติมภายหลังพบว่าเป็นอุปกรณ์เสริมในการกระตุ้นจักระ ความพิศดารของพีรามิดแร่สีดำพระอาจารย์รัตน์นั้นสร้างความฉงนงงงวยกับผมเป็นอันมาก เนื่องจากเวลาใช้ฝ่ามือวางเหนือพีรามีด(ไม่หันเหลี่ยมเข้าทิศทั้ง4) เมื่อทำจิตว่าง ปรากฏว่ามีลมเย็นๆดันขึ้นมาตรงปลายยอดพีรามีดขนาดเท่าปลายปากกา เมื่อขยับมือเป็นวงกลมพลังงานลมดังกล่าวไม่เคลื่อนตามรู้สึกจั๊กกะจี้คล้ายเอาปากกาขีดลงบนฝ่ามือ ท่านบอกว่ามันทำหน้าที่ตัดเส้นแรงแม่เหล็กโลกและรีดพลังงานขึ้นด้านบน(ยอดพีรามีด) การฝึกสมาธิกับพีรามิดทำให้ผมเชื่อเรื่องพลังจิต บางครั้งมีอาการเจ็บป่วยก็สามารถบรรเทาอาการได้ ผมมีโรคประจำตัวอย่างหนึ่งคือปวดศีรษะเป็นประจำเนื่องจากตอนผ่าตัดใส้ติ่งที่ต่างจังหวัดนั้นคุณหมอห้ามนั่งเนื่องจากทำการบล็อคหลังเกรงว่าน้ำในไขสันหลังจะรั่วออกมา แต่2ชม.ถัดมา ผมปวดปัสสาวะมากและไม่สามารถถ่ายปัสสาวะได้ คุณพยาบาลจึงจับให้ผมนั่ง(ทั้งๆที่พยายามบอกแล้วว่าให้สวนแทน เมื่อนั่งสมใจเธอแล้วผมก็ฉี่ไม่ออกเหมือนเดิม สุดท้ายต้องสวน...จะให้นั่งทำไมก็ไม่รู้) หลังจากนั้นผมก็เริ่มปวดหัวเรื่อยมา ปวดคล้ายๆไมเกร็น อาการดีขึ้นเมื่อทำสมาธิปล่อยวาง หรือแผ่เมตตา
บันทึกการเข้า
songpon
ชมรมเฟซบุ๊ค อนุรักษ์พระเครื่อง หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่
Verified Member
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1989



« ตอบ #14 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2009, 12:09:50 AM »

   เมื่อครั้งที่เข้าไปพบอาจารย์ชินพร อ.ชินพรเคยเล่าเรื่องกริ่งบรมครูตัดรุ้งขาด ฟังแล้วไม่ยักเชื่อ รุ้งกินน้ำเป็นปรากฎการณ์กระจายแสงของละอองน้ำฝนในชั้นบรรยากาศ ต่อให้มีไม้ยาวแค่ไหนก็ตัดรุ้งไม่ขาดหรอกครับ หลังจากนั้นไม่นานผมก็ได้เช่ากริ่งบรมครูมาไว้กับตัวเนื่องจากพอใจรูปทรงและสีสันวรรณะของพระ เดิมทีห้อยลองพิมพ์อยู่แล้วได้มาคงจะเก็บเหมือนเดิม ขนาดที่ลังเลใจอยู่ว่าจะห้อยหรือจะเก็บดีผมได้ลองอธิษฐานดูอานุภาพของพระ บังเอิญเกิดไฟฟ้าช็อตบนหัวผมพอดิบพอดี พอเล่าให้น้องชายฟัง หมอก็ทำเหมือนกัน คราวนี้สายไฟขาดลงมา 2 อาทิตย์ก่อนผมปวดศีรษะอาการเดิมเนื่องจากพักผ่อนน้อยจึงใช้วิชาสมาธิที่เรียนมาแต่ลองเอามาใช้ร่วมกับพระกริ่ง เหตุผลที่ผมใช้กริ่งบรมครู เพราะสันนิษฐานว่ากริ่งบรมครูน่าจะทำงานคล้ายพีรามีดคือตัดเส้นแรงแม่เหล็กและรีดพลังงานขึ้นด้านบน ไม่อย่างนั้นไฟไม่ช็อตบนหัวผม แน่นอน อีกทั้งนึกถึงคำพูดอ.ชินพรเรื่องตัดรุ้งขาด ถ้าตัดรุ้งขาดจริงๆก็ต้องเป็นพลังงานคล้ายพลังงานสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ถึงจะไปรบกวนละอองน้ำในอากาศได้ ข้อสันนิษฐานของผมได้ผลจริงๆครับ เพียงแค่เวลาไม่ถึง 5 นาที เวลาที่จิตนิ่งจริงๆไม่ถึง 30 วินาที เมื่อจิตนิ่งนับไปยังไม่ครบ 30 อาการปวดหัวหายไป เมื่อลองใช้กับต่อมน้ำเหลืองก็ยุบลง ไม่กลับมาบวมอีก ผมแปลกใจมากเนื่องจากเวลาที่ใช้น้อยลง ลำพังพลังจิตตัวเองคงไม่สามารถทำได้ขนาดนี้ นอกจากพึ่งบารมี ครูบาอาจารย์ อันได้แก่ ลป.ทิม ลพ.ทรง ลพ.สาคร และลพ.สิน ฯลฯ ต้องขอบคุณอ.ชินพรจริงๆครับ ที่เสียสละจีวรดาดเพดานของลป.ทิมเพื่อสร้างพระกริ่งให้ได้บูชากัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 14, 2009, 09:21:39 PM โดย songpon » บันทึกการเข้า
เจริญพร
Verified Member
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4071



« ตอบ #15 เมื่อ: กันยายน 13, 2009, 09:20:12 PM »

ยอดเยี่ยมมากครับพี่ songpon
บันทึกการเข้า

วิทยา
สวัสดีปีใหม่
Verified Member
Jr. Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 239


คนเชียงรายแต้ๆคับอ้าย


« ตอบ #16 เมื่อ: มิถุนายน 30, 2010, 01:12:17 PM »

อ่านแล้วอยากมีห้อยคอสักองค์ แต่คงห้อยรุ่นอื่นแทน
บันทึกการเข้า

หวังว่า 2555 คงเป็นปีที่ทุกๆคนร่ำรวยๆ ศรัทธามี บารมีเกิด
นิกกี้
Verified Member
Full Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 151


« ตอบ #17 เมื่อ: มิถุนายน 30, 2010, 04:23:30 PM »

เยี่ยมมากครับ..ขอบคุณที่กรุณาเล่าสู่กันฟังจะได้เปิดหูเปิดตาในสิ่งที่คนอื่น(รวมทั้งผมด้วย)ไม่รู้เป็นวิทยาทาน
Afro Afro Afro Afro
บันทึกการเข้า
ღೋ เพลิงฤทธิ์ ชาตโยธิน ೋღ
Verified Member
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3950


สิ่งที่อยู่นานกว่า“อายุเรา”คือ“ความดีที่ได้ทำแล้ว


« ตอบ #18 เมื่อ: มิถุนายน 30, 2010, 08:55:00 PM »

ขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆที่นำมาเล่าสู่กันฟังครับ  Wink
บันทึกการเข้า

"คนเราเกิดมาไม่เห็นมีอะไรดี มีดีอยู่อย่างเดียว คือ สวดมนต์ไหว้พระปฏิบัติภาวนาคือ มองทุกสิ่งทุกอย่างในโลกเป็นของชั่วคราว มีแต่ปัญหามีแต่ทุกข์ แล้วก็เสื่อม พังสลายไปในที่สุด"
songpon
ชมรมเฟซบุ๊ค อนุรักษ์พระเครื่อง หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่
Verified Member
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1989



« ตอบ #19 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2010, 08:27:19 AM »

ที่ผ่านมาเร็วๆนี้ มีปรากฎการณ์พระอาทิตย์ 3 ดวง ในแถบภาคอีสานให้เห็นกันแล้ว เป็นเพีงชั่วขณะ ถ้ามันเกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนานเป็นปกติ แค่อาทิตย์ 2 ดวง ปิง วัง ยม น่าน เจ้าพระยา คงจะไม่เหลือน้ำสักหยด เป็นญาณหยั่งรู้ของพระพุทธเจ้าเหนือจินตนาการคนทั่วไปรวมถึง NASA ด้วยครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: